ข่าวการเสียชีวิตของนักกีฬาสมัครเล่น เพิ่มขึ้นทุกวัน แล้วควรจะระวังตัวอย่างไรดี ?

  1. สำหรับคนที่อายุเกิน 45 เวลาออกกำลังกายอย่างหนัก (เช่น วิ่งระยะไกล เล่นเทนนิส เล่นแบดมินตัน เล่นฟุตบอล โดยเฉพาะเวลาเร่งความเร็วหรือความแรงในช่วงสั้นๆ) ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากหัวใจจะเพิ่มขึ้นมากกว่าคนหนุ่มสาว
  2. แต่ผู้ใหญ่ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจล้มเหลวในขณะออกกำลังกายอย่างหนักยังน้อยกว่าผู้ใหญ่ที่ไม่ออกกำลังกายมาก จึงไม่เป็นข้อห้ามที่จะเริ่มออกกำลังกายไม่ว่าหนักหรือเบา
  3. สิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือประเมินตนเองก่อนเลยว่าได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าไม่สามารถทำได้อยู่ดี ๆจะไปออกกำลังอย่างหนักเช่นวิ่งระยะไกลโอกาสเสียชีวิตก็จะมาก “กรุณาอย่าทำ”
  4. คำว่า สม่ำเสมอ" คือ ช่วงสามเดือนที่ผ่านมาได้ออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อยครั้งละ 30 นาทีเป็นเวลา 3 วันต่อสัปดาห์ หรือไม่?
  5. ถ้าเป็นประเภท ไม่สม่ำเสมอ" การออกกำลังกายแบบเบาหรือปานกลางจะปลอดภัยกว่า ถ้าทำได้จนเป็นประจำสม่ำเสมอแล้วจึงค่อยไปเพิ่มระยะทางทีละน้อยเพื่อไปวิ่งไกลๆกับเขา
  6. อีกวิธีที่จะประเมินคือการทำแบบสอบถาม PAR-Q+plus (ไม่ใช่ PAR-Q ธรรมดาซึ่งตอนนี้ถือว่าไม่ละเอียดพอ) หาโหลดเอาได้ในเว็ปหรือจะเข้าไปที่ Web site www.eparmedx.com เพื่อทำแบบสอบถามออนไลน์จะมีคำแนะนำการออกกำลังกายให้เสร็จหลังตอบคำถาม สำหรับคนทั่วไปอาจยากหน่อย แนะนำให้แพทย์หรือพยาบาลช่วย ซึ่งแบ่งได้เป็น
    1. PAR-Q + แบบ manual ภาษาอังกฤษ 2019 PAR-Q+ หรือภาษาไทย 2019 PAR-Q+ แปลเป็นภาษา Thai โดยสมาคมรอบรู้ด้านสุขภาพไทย
    2. PAR -Q Plus แบบ ประเมิน Online ** Link ไปที่ Web site ****
    3. กรณีที่มีโรคเรื้อรัง ให้ไปทำต่อ ด้วย electrolic Physical Activity Readiness Medical Examination (EPAMED-X) ** Link ไปที่ Web site ****
  7. ถ้าออกกำลังกายประจำ และไม่มีประวัติหรืออาการของโรคหัวใจและหลอดเลือด(รวมทั้งหลอดเลือดในสมอง),เมตาบอลิค(เบาหวาน)หรือโรคไต สามารถออกกำลังกายได้ตามความสามารถท่ีเคยทำต่อไปโดยไม่ต้องกังวลต้องไปตรวจร่างกายหรือพบแพทย์ แต่ต้องรู้จักและคอยสังเกตอาการผิดปกติ
  8. ถึงแม้จะออกกำลังกายประจำแต่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด,เมตาบอลิคหรือโรคไตแต่ยังไม่มีอาการผิดปกติอะไร ถ้าออกกำลังกายปานกลางทำได้สบาย แต่ถ้าจะออกกำลังกายหนักเช่นวิ่งมาราธอนควรตรวจร่างกายหรือปรึกษาแพทย์
  9. ออกกำลังกายประจำแต่มีอาการหรืออาการแสดงใดๆในข้อ 15 ควรหยุดออกกำลังกายทันทีและไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาให้ปลอดภัยก่อนออกกำลังกายต่อไป
  10. คำว่า หนัก ; สำหรับการออกกำลังกาย คือเมื่อ
    • อัตราการเต้นของหัวใจขึ้นไปสูงระหว่าง 77-95 % ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด(220-อายุ)
    • อัตราการเต้นของหัวใจ มากกว่าหรือเท่ากับ 60%ของ Heart rate reserve
    • VO2max มากกว่าหรือเท่ากับ 6 Mets หรือมากกว่า 14 ใน RPE Borg's Scale (6-20)
    ** โปรดระลึกไว้เสมอว่าถ้าฟิตไม่พอจะออกกำลังยังไงก็ได้ขออย่าปล่อยให้อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งขึ้นไปสูงถึงจุดนี้ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงตาย **
  11. ไม่มีข้อแนะนำตายตัวสำหรับแพทย์ว่าจะใช้การตรวจร่างกายหรือการใช้เครื่องมือใด ๆไม่ว่าจะเป็น EKG,EST,ECHO etc. เพราะทุกอันต่างมีข้อจำกัดในการพยากรณ์การเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในขณะออกกำลังกาย ทั้งนี้ให้ขึ้นกับดุลยพินิจแพทย์ตามความเหมาะสม (ฟังดูยาก แต่ ACSM ว่าไว้เช่นนั้น)
  12. สาเหตุหนึ่งของการผิดปกติที่เชื่อว่าเกิดขึ้นจนทำให้เสียชีวิต คือ เมื่อหัวใจเต้นแรงและเร็วมากขณะออกกำลังกายอย่างหนัก เส้นเลือดเลี้ยงหัวใจที่เดิมยังทำงานได้ปกติมีรูพอให้เลือดผ่าน เกิดการผิดรูปร่างมีการบิดงอหรือหักมุมจนทำให้ผนังด้านในของเส้นเลือดที่หนาตัวขึ้นอยู่แล้วจากสาเหตุใดก็ตาม เกิดแตกและเกิดก้อนเลือดแข็งตัวเป็นชิ้นเล็กๆไปอุดกั้นภายในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจจนกล้ามเนื้อหัวใจตาย นั่นคือเหตุผลที่บางครั้งการทำ Exercise Stress Test ตรวจการทำงานของหัวใจขณะออกกำลังกายอาจไม่พบความผิดปกติที่มีอยู่ หากขณะทำการทดสอบช่วงนั้นไม่มีการหลุดของ plaqueในเส้นเลือดเกิดขึ้น
  13. สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ "การรู้จักอาการที่ต้องระวังในขณะออกกำลังกาย" คอยสังเกตุตัวเองหรือเพื่อนฝูงครอบครัว ดูรายละเอียดในภาพที่ให้มานะครับ
  14. อาการสำคัญ มี 9 อาการ แต่ต้องเข้าใจเพราะอาจคลาดเคลื่อน คิดว่าปกติแต่ผิดปกติ หรือในทางตรงกันข้ามคิดว่าอาการผิดปกติแต่จริงๆปกติ อย่าอ่านแต่ชื่ออาการให้อ่านรายละเอียดคำอธิบายด้วย อาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ของโรคหัวใจ โรคทางเมตาบอลิก หรือโรคไต
  15. อาการสำคัญในข้อ ได้แก่
    1. ปวดแน่นแบบบีบรัดที่หน้าอก,คอ,กรามแขนหรือที่อื่นๆที่เกี่ยวกับหัวใจขาดเลือด
    2. หายใจตื้นๆไม่อิ่มเวลาอยู่เฉยๆหรือออกกำลังแม้เพียงเล็กน้อย
    3. เป็นลมหรือมึนงงระหว่างออกกำลัง
    4. หายใจลำบากโดยเฉพาะเวลานอนราบ
    5. ข้อเท้าบวม
    6. ใจสั่นหัวใจเต้นเร็ว
    7. ปวดขาปวดน่องเวลาเดินหรือขึ้นกระได
    8. ตรวจพบมีเสี้ยงร่้วในลิ้นหัวใจ
    9. เมื่อยล้าผิดปกติหรือหายใจไม่พอแม้ขณะทำงานปกติ 
  16. ทั้งหมดใช้คำแนะนำของ American College of Sports Medicine "Guidelines for exercise testing and prescription 10th edition." เท่าที่ทราบตอนนี้ยังไม่เห็น Guideline ของที่อื่น หมอหัวใจมีคำแนะนำหรือไม่ไม่ทราบครับ
    ##ผิดถูกยังไงกรุณาให้คำแนะนำด้วย##

Global Recommendation for Physical Activity For Health (WHO)