ความท้าทายใน Globalized & Digital World ที่ประชุมได้อภิปรายได้แก่
  1. โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) และสังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) จะส่งผลต่อภาระโรค ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น จนเป็นปัญหาสำหรับประเทศในด้านงบประมาณ
  2. การเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว โดยคนที่อาศัยอยู่ในเมืองจะเพิ่มจาก 50% เป็น 60% ในอีก 10 ปีข้างหน้า การบริโภคและการใช้ทรัพยากรแบบไม่ยั่งยืน(Unsustainable consumption and resource Utilization) ส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) และวิถีชีวิตของคนเมืองที่เป็นแบบเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle) เอื้อต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากขึ้น รวมถึงเรื่องความเครียดจากสังคมที่มีการแข่งขันสูง
  3. Digital และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลต่อวิถีชีวิต และกระบวนการทำงาน และจะส่งผลให้ความไม่เท่าเทียม ถ่างช่องว่างมากขึ้น เนื่องจากการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ไม่เท่าเทียมกัน และข้อมูลข่าวสารทางสุขภาพที่มากเกินกว่าทักษะของประชาชนที่จะแยกแยะว่าอะไรควรเชื่อ อะไรไม่ควรเชื่อ
  WHO เห็นโอกาส ที่ UN ประกาศวาระ 2030 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งวาระของ UN จะผูกพันทุกประเทศสมาชิก UN ต้องดำเนินการ จึงใชัการประชุมส่งเสริมสุขภาพโลกครั้งที่ 9 ที่เซี่ยงไฮ้ ในปี 2016 ซึ่งเป็นปีแรกของการดำเนินการ SDGs WHO จึงเปิดตัว การส่งเสริมสุขภาพคือความหวัง โดยชูประเด็นที่ว่า "Promote Health Promote SDGs " หรือ "ส่งเสริมสุขภาพ ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน" โดยผลสรุปจากประชุม คือ " องค์กร ผู้บริหารเมือง และประชาชน มีหน้าที่ร่วมกันรับผิดชอบแต่ละเสาหลัก " คือ
  1. องค์กรทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน ต้องบริหารแบบมีธรรมภิบาล เน้นความมีเหตุมีผล โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเท่าเทียม (Equity) โดยไมทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Left No One Behind) หรือเน้นการดำเนินการให้ครอบคลุมทุกคน (Inclusive) ไม่แบ่งแยก (Discrimination) หรือ 2 มาตรฐาน การบริหารแบบธรรมาถิบาล ยึดหลัก 1.หลักนิติธรรม 2 หลักความโปร่งใส 3.หลักการมีส่วนร่วม 4.หลักความรับผิดชอบ 5.หลักคุณธรรม และ 6.หลักความคุ้มค่า
  2. ผู้บริหารเมือง และประชาสังคม ต้องร่วมกันสร้างเมืองเพื่อสุขภาพ (Healthy City) เป็นเมืองที่เน้นการบริโภคและใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เป็นเมืองสีเขียวไม่สร้างมลภาวะ เป็นเมืองที่ออกกแบบให้กับทุกคนสามารถได้ใช้ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ หรือคนพิการ (Universal Design หรือ อารยะสถาปัตย์) เป็นเมืองที่มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (อ่านฉันทานุมัติเพื่อเมื่องสุขภาพ)
  3. ประชาชนต้องมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยต้องพัฒนาและยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ
  ความรอบรู้ด้านสุขภาพ คือ กุญแจที่สำคัญที่จะเอาชนะความท้าทายในเรื่อง โรคไม่ติดต่อเรื้องรัง สังคมผู้สูงอายุ ปัญหาสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมคนเมือง เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุที่ใช้ต้นทุนต่ำแต่ประสิทธิผลสูง รายละเอียดสามารถอ่านได้ โดยเอกสารที่ 1 Summary 9th Global Health Promotion Meeting Shanghai จะเป็นการสรุปการประชุมการส่งเสริมสุขภาพโลกครั้งที่ 9 ซึ่งได้สรุปการประชุมทั้ง 3 วัน เอกสารอ้างอิงที่ 2 Shanghai Declaration on promoting health in 2030 agenda for SDG เป็นการดึงคำประกาศเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Declaration) และเอกสารอ้างอิงที่ 3 Concensus of Healthy City (ฉันทามติเรื่องเมืองสุขภาพ)เป็นเรื่องฉันทานุมัติสู่การเป็นเมืองเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นบทความที่ผู้บริหารเมืองควรอ่านอย่างยิ่ง