พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่ เสด็จสโมสรเสือป่า เพือ่ดูการแสดงไฟฉายของทหารที่อาคารเสือป่า เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2456

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งมายังสโมสรเสือป่า (ปัจจุบันอยู่ในศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี) พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ (ภาพนี้ไม่ใช่ภาพที่ทั้ง 3 พระองค์เสด็จที่สโมสรเสือป่า)

สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงกลาโหม มีกระแสพระดำรัส ในการหัดกองพันทำการรบของกรมทหารราบที่ 4 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2470 ณ.สโมสรเสือป่า ราชบุรี กระแสพระดำรัส และพระโอวาส สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ตั้งแต่ ธันวาคม 2454 ถึง พฤษภาคม 2475 เนื่องในงานพระราชทานเพลิงพระศพ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง
(ภาพฉลองพระองค์เสือป่าราบหลวง)

สโมสรเสือป่า ราชบุรี
  1. ประวัติความเป็นมาของสโมสรเสือป่า
  2. สโมสรเสือป่าที่อยู่ในมณฑลหรือจังหวัดต่างๆ
  3. สโมสรเสื่อป่า ราชบุรี
    1. ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 เสด็จอาคารสโมสรเสือป่า ทอดพระเนตรการแสดงไฟฉายของทหาร 20 กันยายน 2456
    2. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงมีพระดำรัสเกี่ยวกับการซ้อมรบ ที่สโมสรเสือป่า ในวันที่ 20 ธันวาคม 2470
    3. สรุประวัติการใช้อาคาร
    4. รัชกาลที่ 8 พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ทรงเสวยเครื่องว่าง ณ อาคารสโมสรเสือป่า ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2489
    5. สรุประวัติการใช้อาคาร
    6. การขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
    7. สิ่งของดั้งเดิมที่อยู่ภายในอาคาร
    8. การใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์

สโมสรเสือป่า ราชบุรี ถ่ายเมื่อปี 2561
ประวัติสโมสรเสือป่า

หลังจากทรงจัดตั้งกองเสือป่าแล้ว ยังทรงมีพระราชดำริว่า ควรมีสถานที่ใช้ในการหัดแถวยุทธวิธี ซ้ายหัน ขวาหัน หมอบคลาน เคลื่อนที่ ฝึกซ้อมสมาชิกเสือป่า นอกจากสนามฝึกซ้อมเสือป่าแล้ว ควรมีสถานที่รวมตัวเพื่อประโยชน์ต่างๆ จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีสโมสรเสือป่าในแต่ละกองสำหรับเป็นที่ชุมนุม ประชุม สังสรรค์ เป็นที่เล่นกีฬาหลากหลายชนิด อีกทั้งเป็นที่อบรมสั่งสอนและปรึกษากิจการเสือป่าด้วย สโมสรเสือป่าจัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 บริเวณสนามเสือป่า พระราชวังดุสิต

สโมสรเสือป่า ในสนามเสือป่า พระราชวังดุสิต

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นายกเสือป่าทรงเครื่องปกตินายกองใหญ่กรมเสือป่าหลวงรักษาพระองค์ประทับฉายพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมด้วยนายกอง นายหมู่ ผู้บังคับบัญชาเสือป่ากองมณฑลต่างๆซึ่งมาร่วมประชุมเทศาภิบาลประจำปี พ.ศ. ๒๔๕๔ ที่สโมสรเสือป่า พระราชวังดุสิต

กองลูกเสือหลวง (รักษาพระองค์) หมวกติดขนนกสีขาว มี 3 กอง ได้แก่ 1. รร.วชิราวุธ 2. รร.ราชวิทยาลัย 3. รร.พระปฐมวิทยาลัย ที่หน้าท้องพระโรง วังวรดิศ)

มีหลักฐานเขียนไว้เกี่ยวกับสโมสรเสือป่า ดังนี้
เพื่อที่จะป้องกันมิให้เปนการเข้าใจผิดตามเหตุผลที่กล่าวมานี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสนาธิการเสือป่ารับพระบรมราชโองการแจ้งไปให้บรรดาผู้บังคับบัญชาในกองพลมณฑลกรุงเทพฯ ทราบไว้ว่า
" ...................... ฯลฯ ................................... "

   อนึ่งทรงพระราชปรารภว่า สมาชิกบางคนที่เปนมีกำลังทุนทรัพย์น้อย ซึ่งไม่สามารถจะเสียค่าพาหะนะไปมาในการฝึกหัดนั้น เปนการสมควรจะได้รับพระบรมราชอุปถัมภ์พิเศษ เพราะฉนั้นในการไปมาสำหรับการฝึกหัดต่อไป ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกระบัตร์เสือป่าจัดรถยนตร์สำหรับคอยรับส่งที่ศาลหลักเมือง ซึ่งเปนที่รวมหนทางที่ใกล้กับสถานที่ทำการของกระทรวงต่างๆ ในวันฝึกหัดทุกๆ วัน เพื่อให้เปนการสดวกแก่สมาชิกโดยมิต้องคิดราคา อันเปนส่วนพระมหากรุณา พระราชทานเงินในส่วนพระองค์สำหรับใช้จ่ายในค่าพาหะนะไปมานี้

   อนึ่งได้ทรงทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทว่า สมาชิกบางคนมิค่อยได้มีเวลาที่จะกลับไปบ้านเพื่อแต่งตัว ครั้นถึงเวลาฝึกหัดก็ตรงมายังสโมสรเปนการรีบด่วน บางคนก็ฝากเครื่องแต่งกายไว้กับที่ใกล้ๆ เคียง ซ้ำยังจะต้องเสียเวลาไปแต่งอีกก็มี ซึ่งน่าจะเปนการลำบากอยู่บ้าง แต่เพื่อที่จะแก้ความข้องขัดตามที่กล่าวมานี้ จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกระ บัตร์เสือป่าจัดที่รับฝากรักษาเครื่องแต่งกายสมาชิก แลที่อาบน้ำไว้ที่สโมสรสถานตลอดจนอาหารเครื่องว่างสำหรับพระราชทานให้บรรดาสมาชิกประจำการในกองพลหลวง (รักษาพระองค์) บรรดาที่ได้มาฝึกหัด ได้รับพระราชทานเปล่าๆ โดยไม่ต้องคิดราคา"

สโมสรเสือป่าในมณฑลและจังหวัดต่างๆ

มีการสร้างสโมสรเสือในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นที่ตั้งมณฑล เมื่อสิ้นรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้่าอยู่หัว กิจการเสือปาก็ซบเซาลง สโมสรเสือป่าจึงถูกนำมาใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์อื่นๆ เช่น ใช้เป็นโรงเรียน เป็นต้น ซึ่งกาลเวลาจากปี 2454 ถึงปัจจุบัน ก็เป็นเวลากว่า 100 ปี จึงทรุดโทรมไปตามกาลเวลา โดยสโมสรเสือป่าทียังคงความสมบูรณ์และได้รับการอนุรักษ์ไว้ มี 2 แห่งคือ
  1. สโมสรเสือป่า ในพระราชวังจันทร์เกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  2. สโมสรเสือป่า ราชบุรี อยู่ภายในบริเวณศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรั อ.เมือง จ.ราชบุรี

สโมสรเสือป่า อยู่ภายในพระราชวังจันทร์เกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ป้ายสโมสรเสือป่า ยังเป็นป้ายดั้งเดิม ส่วนป้ายสโมสรเสือป่าของ ราชบุรี นั้นเป็นป้ายที่ทำขึ้นใหม่


สโมสรเสือป่าราชบุรี ถ่ายเมื่อปี 2501

ถาพนี้ถ่ายภายหลังบูรณะ เมื่อปี 2555

สโมสรเสือป่าที่รื้อไปแล้ว ที่สามารถค้นรูปได้จาก Web site

  1. สโมสรเสือป่า พระราชวังดุสิต กทม.
  2. สโมสรเสือป่า นครไชยศรี (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นจังหวัดนครปฐม)
  3. สโมสรเสือป่า จังหวัดสงขลา
  4. สโมสรเสือป่า จังหวัดอุดร
  5. สโมสรเสือป่า จังหวัดนครพนม อยู่ริมแม่น้ำโขง

อาคารสโมสรเสือป่า ของจังหวัดนครปฐม อยู่บริเวณที่ทำการเทศบาลนครปฐม (ได้ถูกรื้อแล้ว)

อาคารสโมสรเสือป่า จังหวัดสงขลา (ถูกรือแล้ว) อยู่ในบริเวณของโรงเรียนวชิราวุธ สงขลา


อาคารสโมสรเสือป่า ของจังหวัดอุดร (ได้ถูกรื้อแล้ว) อยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ อุดร

อาคารสโมสรเสือป่า จังหวัดนครพนม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง

สโมสรเสือป่า ราชบุรี


ภาพนี้ ถ่ายเมื่อปี 2501 ใช้เป็นสถานควบคุมคุดทะราด มุขหน้ายังอยู่ และยังไม่ได้อาคารบริการของศูนย์อนามัยแม่และเด็กที่หน้าด้านสโมสร

ภาพนี้ ถ่ายเมื่อปี 2521 ซึ่งได้ รื้อมุขหน้าประมาณปี 2510-2511 ที่มีการสร้างอาคารบริการของศูนย์อนามัยแม่และเด็กที่หน้าด้านอาคารเสือป่า


ถ่ายเมื่อปี 2555 ก่อนทำการบูรณะ

ถ่ายเมื่อปี 2556 ภายหลังการบูรณะ

ประวิติความเป็นมา

   ภายในบริเวณ ศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี มีอาคารเก่าอยู่ 1 หลังมีชื่อว่า อาคารสโมสรเสือป่า ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันปีที่สร้าง มีเพียงหลักฐานยืนยันว่าได้ก่อสร้าง โดยสมาชิกเสือป่า พ่อค้าประชาชน จัดสร้างขึ้นน้อมเกล้าฯถวายล้นเกล้า รัชกาลที่ ๖ ก่อนปี พ.ศ. 2456 เนื่องจากมีการกล่าวในจดหมายเหตุพระราชกรณียกิจรายวัน ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาล ที่ 6 พ.ศ. 2456 ความว่า
...วันที่ 20 กันยายน เวลาบ่าย เสด็จเยี่ยมโรงทหารกองพลที่ 4 มณฑลราชบุรี...แล้วเสด็จประทับเสวยเครื่องว่างที่สโมสรเสือป่าเมืองราชบุรี แล้วเสด็จทอดพระเนตรไฟฉายของทหารที่หน้าสโมสรเสือป่า แล้วเสด็จกลับพลับพลาที่ประทับ...
ลักษณะสถาปัตยกรรม
เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้นทรงปั้นหยาตามแบบที่นิยมสร้างกัน ในสมัย รัชกาลที่ 5-6 หลังคาคาดว่าได้ถูกบูรณะเปลี่ยนใหม่หลังคามุงกระเบื้องว่าว สีแดง ชั้นล่างตรงกลางเป็นบันไดไม้ขนาดใหญ่ ด้านข้างเป็นห้องใหญ่สองห้อง พื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังของอาคาร ทั้ง 2 ชั้น เป็นราวระเบียงปูนประดับด้วยหัวเสือปูนปั้น พื้นระเบียงชั้นล่างด้านหน้าปูกระเบื้องเคลือบเขียนสี ส่วนด้านหลังเป็นพื้นไม้ อาคารชั้นบนเป็นพื้นไม้ทั้งหมด ช่วงกลางราวระเบียง มีป้าย สโมสรเสือป่า

ประวิติการใช้อาคารสโมสรเสือป่า ราชบุรี

ตามประวัติศาสตร์ของกิจการเสือป่า พบว่าหลังจาก รัชกาลที่ 6 ทรงจัดตั้งกองเสือป่าครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 ต่อมาทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกองลูกเสือขึ้น ในประเทศไทย เป็นครั้งแรกที่ โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย) เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 และทรงโปรดเกล้าฯให้ขยายกิจการลูกเสือไปยัง 18 มณฑล ในปี 2455 มีกองลูกเสือ 162 กอง ต่อมาทรงกำหนดให้กองเสือป่าแต่ละกองมี สโมสรเสือป่า สำหรับเป็นที่ชุมนุมสังสรรค์ เป็นที่เล่นกีฬาต่างๆ อีกทั้งเป็นที่อบรมสั่งสอน และประชุม ปรึกษากิจการเสือป่าด้วย สโมสรเสือป่าจัดตั้งครั้งแรก เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม 2454 บริเวณสนามเสือป่า ต่อมาทรงให้จัดตั้งสโมสรเสือป่าขึ้นตามหัวเมืองต่างๆ เมื่อกองเสือป่าเลิกไป สโมสรเสือป่าได้แปรสภาพเป็นสโมสรข้าราชการ หรือ เป็นสโมสรของจังหวัด หรือ เป็นสถานที่ราชการไป นอกจากนี้อาคารสโมสรเสือป่า จังหวัดราชบุรี ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจาก อดีตพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ เคยเสด็จพระราชดำเนินมาประทับพัก ณ อาคารหลังนี้ คือ ล้นเกล้า รัชกาลที่ ๖ เคยเสด็จมาประทับพักเสวยเครื่องว่าง และทอดพระเนตรไฟฉายของทหาร เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๖ อีก ๓๕ ปี ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอนันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ และพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ (สมัยดำรงพระอิสริยยศ เป็นพระอนุชาธิราช) พร้อมด้วย สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์(พระอิสริยยศ ขณะนั้น)ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับพักเสวยเครื่องว่าง ณ อาคารหลังนี้ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๙ ต่อมาอาคารหลังนี้เคยเป็นที่ทำการของ หน่วยควบคุมกามโรค และคุดทะราด ที่ทำการของศูนย์อนามัยที่ ๔ ปัจจุบันอาคารหลังนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานกับกรมศิลปากร เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2542

สรุปประวัติและการใช้อาคาร

  • สร้างปี พ.ศ.ใดไม่ปรากฎ แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2456 เพื่อใช้ในกิจการเสือป่า และเป็นที่สังสรรของเหล่าเสือป่าของจังหวัดราชบุรี
  • 20 กันยายน 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จเยี่ยมโรงเรียนกองพลที่ 4 มณฑลราชบุรี เสด็จทอดพระเนตรในโรงทหาร แล้วเสด็จประทับเครื่องเสวยเครื่องว่างที่สโมสรเสือป่าเมื่องราชบุรี แล้วเสด็จทอดพระเนตรไฟฉายของทหาร ที่หน้าสโมสรเสือป่า แล้วเสด็จกลับพลับพลาที่ประทับ (รายละเอียด)
  • ภายหลังปี พ.ศ.2468 ที่รัชกาลที่ 6 สวรรคต กิจการเสือป่าก็ไม่ได้รับการฟื้นฟู เนื่องจากพื่นที่บริเวณสโมสรเสือป่า เป็นสนามบินเก่า และเป็นพื้นที่ของทหาร จึงสันนิษฐานว่า อาคารสโมสรเสือป่า น่าจะอยู่ในการดูแลของทหาร
  • ในช่วงรัชสมัยของรัชกาลที่ 7 สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น เสด็จมาทอดพระเนตรการซ้อมรบของทหารสมัยใหม่ โดยการประสานงานกันระหว่างทหารปื่นกลหนักกับทหารราบ ที่สนามบริเวณอาคารเสือป่า หลังจากเสร็จการซ้อม มีกระแสพระดำรัส ในการหัดกองพันทำการรบของกรมทหารราบที่ 4 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2470 ณ.สโมสรเสือป่า ราชบุรี
  • มีการตราพระราชบัญญัติให้ทรัพย์สินกองเสือป่าตกเป็นของคณะลูกเสือแห่งชาติ พุทธศักราช 2482 พระราชบัญญัติให้ทรัพย์สินกองเสือป่าตกเป็นของคณะลูกเสือแห่งชาติ พุทธศักราช 2482 เพื่อโอนทรัพย์สินของกองเสือป่าไปอยู่ในความดูแลของคณะลูกเสือแห่งชาติทั้งหมด คงเหลือแต่เพียงกิจการลูกเสือเท่านั้นที่ดำเนินการสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งคณะลูกเสือแห่งชาติ ขึ้นกับกระทรวงธรรมการ
  • 17 กุมภาพันธ์ 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งมายังสโมสรเสือป่า (ปัจจุบันอยู่ในศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี) พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ได้ทรงปฏิสันถารกับราษฎรที่มารับเสด็จฯ อย่างใกล้ชิด จากนั้นเสวยเครื่องว่าง ณ อาคารสโมสรเสือป่า แล้วเสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคิรีขันธ์ (รายละเอียด) จากคำบอกเล่าของ อ.ประพิน ออกเวหา ช่วงหนึ่งแห่งกาลเวลา ประพิฯ ออกเวหา ได้เล่าว่า เมื่อเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนราชโบริกา คณะนักเรียนและครูของโรงเรียนราชโบริกาได้มาทำความสะอาด อาคารสโมสรเสือป่า เพื่อเตรียมรับเสด็จ
  • ปี พ.ศ.2491-2503 มีการระบาดของคุดทะราด กองควบคุมกามโรคและคุดทะราด กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ขออนุญาตต่อคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดราชบุรี เพื่อขอใช้อาคารสโมสรเสือป่า เื่พื่อเป็นสถานที่ควบคุมคุดทะราด โดยในช่วงแรกได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการจากแพทย์ชาวต่างประเทศด้วย ประมาณปี 2500 เป็นต้นไป อาคารสโมสรเสือป่า จึงใช้เป็นสถานที่ในการให้การรักษาคุดทะราด ซึ่งประมาณปี 2510 สถานการณ์ของคุดทะราดในจังหวัดราชบุรี ถูกกวาดล้างจนหมดไป อาคารสโมสรเสือป่า จึงใช้เป็นสถานที่ให้ให้การรักษากามโรค (รายละเอียด)
  • 20 มีนาคม พ.ศ.2510 มีการแลกพื้นที่ 11 ไร่ กับอาคารสโมสรเสือป่า ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ กับพื้นที่ 10 ไร่กับอาคาร 1 หลัง ที่อยู่ในความดูแลของกรมอนามัย บันทึกศาลากลางจังหวัดราชบุรี วันที่ 20 มีนาคม 2510 เรื่อง การแลกเปลี่ยนที่ดินและอาคารสโมสรเสือป่าราชบุรี กับที่ทำการอนามัยจังหวัดและหน่วยควบคุมกามโรค จังหวัดราชบุรี ทำให้อาคารสโมสรเสือป่า อยู่ในความดูแลของกรมอนามัยตั้งแต่นั้นสืบมาจนถึงปัจจุบัน
  • ปี พ.ศ.2522 อาคารของศูนย์กามโรคเขต 7 ก่อสร้างแล้วเสร็จ การรักษากามโรคจึงย้ายจากอาคารสโมสรเสือป่า ไปยังอาคารที่สร้างใหม่ ทางศูนย์อนามัยแม่และเด็กเขต 7 จึงใช้ประโยชน์ของพื้นที่อาคารสโมสรเสือป่าแทนศูนย์กามโรคเขต 7
  • วันที่ 9 พฤศจิกายน 2542 กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียน อาคารสโมสรเสือป่า ราชบุรี พื้นที่ 1 งาน 92 ตารางวา เป็นโบราณสถาน จึงงดใช้พื้นที่สำหรับการบริการ
  • ปีงบประมาณ 2554 ได้ของบพัฒนาจังหวัดราชบุรี จำนวน 1.5 ล้านบาท เพื่อพัฒนาอาคารสโมสรเสือป่า ให้เป็นพิพิธภัณธ์เสือป่า ราชบุรี โดยแบ่งงบประมาณ ออกเป็น 2 ส่วนคือ
    • ออกแบบพิพิธภัณฑ์ งบประมาณ 800,00 บาท โดยชั้นล่าง จะเกี่ยวกับความเป็นมาของเสือป่า ส่วนชั้นบนของอาคารสโมสรเสือป่า จะเป็นประวัติเกี่ยวกับการสาธารณสุขของจังหวัดราชบุรี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยบริษัท Red spot เป็นบริษัทที่ได้รับเลือกให้ออกแบบ
    • จัดซื้อครุภัณฑ์เพื่อใช้ในพิพิธภัณฑ์ จำนวน 700,000 บาท
  • ปี พ.ศ.2555 ได้ตั้งมูลนิธิพิพิธภัณฑ์เสือป่า ราชบุรี โดยมี น.พ.วัลลภ ไทยเหนือ เป็นประธานมูลนิธิ  ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 เป็นเลขานุการมูลนิธิ วัตถุประสงค์ เพื่อจะบูรณะอาคารสโมสรเสือป่า และปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องเสือป่า และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และการสาธาณสุขของจังหวัดราชบุรี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (รายละเอียด)
  • ปี 2555 ศูนย์อนามัยที่ 4 ได้ออกแบบการปรับปรุงอาคาร โดยแบบได้ผ่านความเห็นชอบจากกรมศิลปากร โดยบริษัทบายนัท เป็นบริษัทที่ได้รับเลือก ทำสัญญาในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 งบประมาณ 4.8 ล้านบาท จากเงินบำรุง ระยะเวลาปรับปรุง 240 วัน
  • วันที่ 4 มีนาคม 2556ุ ได้ทำพิธีบวงสรวงเพื่อขอพระบรมราชานุญาต ปรับปรุงอาคารสโมสรเสือป่า   และทางศูนย์อนามัยที่ 4 ได้ มอบพื้นที่ให้บริษัท บายนัท ทำการปรับปรุงตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2556 เป็นต้นไป
  • วันที่ 6 กันยายน 2556 บริษัทบายนัืืท ได้ส่งมอบงาน การบูรณะอาคารสโมสรเสือป่าให้กับศูนย์อนามัยที่ 4
  • ในปีงบประมาณ 2557 ได้งบสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี 2 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดทำนิทรรศการถาวรในส่วนของห้องบรรยาย และห้องแสดงกิจการเสือป่า โดยภายในมีหุ่นขี้ผึ้งของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ในอิริยาบททรงบัญชาการซ้อมรบเสือป่า ฉากหลังเป็นภาพของการซ้อมรบ ด้านหน้ามีโต๊ะแสดงการเดินทางของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทางรถไฟจากสถานีบางกอกน้อยมาลงที่สถานีรถไฟราชบุรี และสถานที่ที่พระองค์เสด็จในช่วงวันที่ 18-25 กันยายน 2456


การขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน

สโมสรเสือป่า ราชบุรีได้ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร เป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 9 พย .2542
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียน อาคารสโมสรเสือป่า ราชบุรี พื้นที่ 1 งาน 92 ตารางวา เป็นโบราณสถาน ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2542 จึงงดใช้พื้นที่สำหรับการบริการ

กระแสพระดำรัส สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต ในการหัดกองพันทำการรบของกรมทหารราบที่ 4 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2470 ณ.สโมสรเสือป่า ราชบุรี

   สำหรับปัญหาในวันนี้ ที่จริงไม่มีข้อยากลำบากอะไร แต่ปัญหาชนิดนี้ย่อมแก้ได้หลายอย่างแล้วแต่ผู้แก้จะคิดเห็น ซึ่งในที่สุดก็นำไปสู่ผลสำเร็จเช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าไม่มีข้อที่จะทักท้วงในส่วนนั้น

   แต่ความรู้สึกอย่างหนึ่งว่าวิธีรบอย่างใหม่เช่นนี้ การทำความเข้าใจกันเบื้องต้นเป็นข้อสำคัญมาก ในระหว่างผู้บังคับกองร้อยที่เป็นกองรบ กับผู้บังคับกองร้อยปืนกลหนัก ที่มีหน้าที่อุดหนุนกองรบให้สามารถเคลื่อนเข้าไปหาข้าศึกนั้น ความจริงในวันนี้ ผู้บังคับกองทั้งสองนี้อาจจะได้ทำความเข้าใจกันเรียบร้อยดี แต่ไม่มีใครพูดถึงเลยทั้ง 2 ฝ่าย จึงขอนำมาตักเตือนในที่นี้ ว่าต้องทำความเข้าใจกันล่วงหน้าอย่างแน่นอนในเรื่องแผนการเข้าตี เป็นต้นว่า กองร้อยอะไรบ้างเป็นกองรบ มีความตกลงใจจะเข้าตีเป็นประการใด เป็นแผนอย่างไร คือต้องแสดงความตั้งใจแก่ผู้บังคับกองร้อยปืนกลหนัก และความบอกความประสงค์ในเรื่องที่จะให้ปืนกลหนักปฏิบัติการ ความตั้งใจดั่งว่านี้ ต้องทำกันล่วงหน้าก่อนที่จะเริ่มทำการและทำตลอดหมดทุกส่วน วิธีการรบอย่างใหม่นี้เมื่อลงมือทำการรบแล้ว ทหารย่อมกระจายออกไป ไม่ได้รวมอยู่ในมือของผู้บังคับบัญชาคนใดคนหนึ่งอย่างแต่ก่อน จนกว่าการรบคราวนั้นจะจบลง เพราะฉะนั้น เมื่อจะให้หมวดใดหมู่ใดเข้าตีที่หมายในทิศทางใด ต้องทำความเข้าใจและสั่งมอบหมายล่วงหน้า ไว้ให้ชัดเจนทั้งสิ้น แล้ววางแผนติดต่อให้เรียบร้อยในเวลารบ เมื่อลงมือทำการเริ่มรบแล้ว ถึงแม้จะทำความเข้าใจล่วงหน้าไว้ดีแล้วทุกหน่วย ว่าหน่วยใดจะต้องเข้าตีที่หมายในทิศทางใด การอาจจะผันแปรไปเป็นอื่นก็ได้ เพราะการเคลื่อนที่เข้าไปทุกๆคนย่อมประสบอุปสรรคต่างๆจนหน่วยรบเล็กๆที่นำเข้าไปนั้น ต้องแก้ปัญหาเพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคที่ประสบเหล่านั้น ในการแก้ปัญหานั้นเอง อาจจะทำให้คามมุ่งหมายเดิมที่สั่งไว้แล้วคลาดเคลื่อน ทั้งที่ไม่ใช่เป็นความเข้าใจผิด แต่เป็นความมุ่งหมายอย่างหนึ่งที่จะเลี่ยงอุปสรรคเหล่านั้น ซึ่งจะหวังความเรียบร้อยเช่นเวลาหัดไม่ได้ จึงบังเกิดความจำเป็นต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน กิจการเหล่านี้มีแต่จะผันแปรไปทั้งนั้น การที่คิดกะล่วงหน้าและสั่งไว้ ต้องนึกว่าจะสมประสงค์เสมอไปย่อมไม่ได้ แต่ถ้าความไม่สมประสงค์นั้นบังเกิดจากไม่ได้ทำความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาไว้เพียงพอ จึงได้เกิดขึ้นโดยเข้าใจผิด หรือผู้ใต้บังคับบัญชาไม่รู้หน้าที่อย่างแน่นอนเช่นนั้น ก็เป็นที่น่าเสียใจ ถ้าเป็นเพราะแก้ปัญหาเพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคก็จำเป็น แต่ข้อสำคัญต้องระวังอย่าให้เป็นเพราะเข้าใจผิดได้ เพราะฉะนั้นการที่จะเราต้องกระจายกำลังออกไปจากมือ ซึ่งจะเกี่ยวข้องสั่งการไม่ได้อีกเช่นนี้ ต้องตระเตรียมทำความเข้าใจกันไว้ให้แน่นอน จึงจะหวังผลสำเร็จได้ ที่ได้ปฏิบัติในวันนี้เป็นแต่เพียงการหัด ไม่มีอุปสรรคอันใดมาขัดขวาง เมื่อหน่วยเล็กๆเหล่านั้นตั้งความคิดที่จะมา ก็ย่อมสมประสงค์ ไม่อัศจรรย์อะไร รวมความว่า ความเข้าใจขั้นต้นของทุกๆหน่วย ต้องนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งในภายหน้าแม้จะต้องปฏิบัติการแก้อุปสรรคอย่างอื่น ที่สุดจนพลทหารที่ต้องแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆไปตามอารมณ์ในเวลานั้นและอาจจะคลาดเคลื่อนจากความประสงค์ไปได้เหมือนกัน เมื่อเลี่ยงพ้นอุปสรรคบ้างแล้ว จะได้หวนกลับมาปฏิบัติการเพื่อให้สมประสงค์เดิม

   ส่วนปืนกลหนัก ก็เป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยอุดหนุนการเข้าตีอันนี้ เมื่อทำความเข้าใจแต่เบื้องต้นกับกองรบเรียบร้อยดีแล้ว ต้องคอยปฏิบัติแก้ไขตามเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น อันจะอาจจะผันแปรไปจากความตั้งในอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งหวังผลในการช่วยเหลือทหารราบได้เป็นส่วนมาก

&   วิธีปฏิบัติการรบสำหรับวันนี้ ในขั้นต้นนับว่าทหารซ่อนตัวเรียบร้อยดี ครั้นเมื่อเคลื่อนเข้ามาในที่โล่งซึ่งเข้าใกล้ข้าศึกสมมุติเข้า ก็แสดงตัวเป็นเป้าเด่นชัดขึ้นทุกที แต่ข้อนี้เป็นความจำเป็นไม่มีทางแก้ไข เพราะภูมิประเทศเป็นที่แจ้ง ส่วนปืนกลหนักข้าพเจ้ารู้สึกว่าการเคลื่อนที่ในวันนี้ ได้ทำการกำบังอาศัยที่กำบังในภูมิประเทศเป็นที่ตั้งมิดชิดพอใช้ ดูจากที่นี่ (น่าจะเป็นชั้นบนของอาคารเสือป่า เพราะสามารถมองเห็นการซ้อมรบจากที่สูงได้ )หาเกือบไม่พบ

   นอกจากนี้ข้าพเจ้าไม่มีความเห็นอย่างไร การปฏิบัติในการหัดวิธีรบอย่างใหม่สำหรับวันนี้นับว่าพอใช้ได้ ฯ

สิ่งของดั้งเดิมที่อยู่ภายในอาคารสโมสรเสือป่า


เก้่าอี้ ที่อยู่ที่อาคารสโมสรเสือป่า เจ้าหน้าที่ของงานควบคุมกามโรค สำนักควบคุมโรคที่ 4 ได้มอบคืนอาคารสโมสรเสือป่า โดยที่พนักพิง มีแกะสลัก อักษร สสร. ย่อมาจากสโมสรเสือป่าราชบุรี โดยเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ที่อาคารดังกล่าวเล่าว่า มาทำงานประมาณปี 2510 ก็เห็นเก้าอี้ดังกล่าวอยู่แล้ว เดิมมี 4 ตัว และมีโต๊ะตัวกลางอีก 1 ตัว แต่ต่อมาชำรุดเสียหาย เหลือเพียง 2 ตัว เหตุที่นำมาคืน เนื่องจากเชื่อว่า เป็นเก้าอี้ของรัชกาลที่ 6 จึงไม่กล้านั่ง แต่นำไปเก็บรักษาไว้ มีการบันทึกว่าในวันที่ 20 กันยายน 2456 รัชกาลที่ 6 เสด็จมาที่อาคารสโมสรเยื่อป่า เพื่อทรงเครื่องว่าง จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า เก้าอี้ดังกล่าว เป็นเก้าอี้ที่รัชกาลที่ 6 ทรงนั่งในขณะที่เสด็จมาที่สโมสรเสือป่า ?

อ่างอาบน้ำทำด้วยโลหะ อยู่ที่ชั้นบน ต่อมาสถานที่ได้ถูกปรับเปลี่ยน จึงได้วางไว้ด้านบน ยังไม่ทราบความเป็นมาว่า มาตั้งแต่ก่อสร้างอาคารสโมสรเสือป่าเมื่อ 100 ปีก่อน หรือนำมาไว้ในภายหลัง

การใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ในอาคารสโมสรเสือป่า


ภาพที่ 1. อาคารสโมสรเสื่อป่า ถ่ายเมื่อปี 2509 ขณะนั้นใช้เป็นอาคารควบคุมโรคคุดทะราด (Yaw หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าไทกอ) ซึ่งได้ถูกกวดล้างหมดจากจังหวัดราชบุรีในปี 2510 หลังจากนั้น อาคารสโมสาเสือป่า จึงถูกใช้เพื่อการดูแลผู้ป่วยกามโรคแทน (สังเกตจากภาพ อาคารเสือป่าก่อนที่จะก่อสร้างอาคารผู้ป่วยของศูนย์อนามัยแม่และเด็กเขต 7 ที่ด้านหน้าอาคารสโมสรเสือป่า ยังมีมุขที่ด้านหน้าอาคาร และกระเบื้องเป็นกระเบื้องว่าว บันไดมี 4 ขั้นก่อนที่จะก้าวขึ้นตัวอาคาร ) ก่อนปี 2517 ยังไม่ได้ก่อตั้งกรมควบคุมโรคติดต่อ งานควบคุมโรคติดต่อจึงขึ้นตรงต่อกรมอนามัย และก่อนปี 2517 ยังไม่มีสาธารณสุขจังหวัด โดยอนามัยจังหวัดขึ้นตรงต่อกรมอนามัย
ภาพที่ 2. ภาพถ่ายประมาณปี 2510 เกี่ยวกับรับประกาศนียบัตรการอบรมเกี่ยวกับการตรวจ Lab ที่เกี่ยวกับกามโรคและคุดทะราด สังเกตจากภาพ นายวิทย์ วงศ์ไทย ผู้อำนวยการศูนย์กามโรคเขต 7 ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ได้ใช้อาคารสโมสรเสือป่าแห่งนี้เพื่อเป็นสถานที่รักษาผู้ป่วยกามโรค
ภาพที่ 3  ภาพที่ทำการอนามัยจังหวัดและหน่วยควบคุมกามโรคจังหวัดราชบุรี โดยกรมอนามัยได้งบประมาณ 450,000 บาทในปี 2509 ขณะนี้อาคารหลังนี้อยู่ที่โรงเรียนราชบริกานุเคราะห์ ในส่วนที่ติดกับศูนย์วิศวกรรมทางการแพทย์ที่ 1  เนื่องจากในปี 2509 จังหวัดราชบุรี (นายจันทร์ สมบูรณ์กุล เป็นผู้ว่าราชการในขณะนั้น) ได้ทำการตกลงกับสำนักผังเมือง กระทรวงมหาดไทย จัดที่ดินของศูนย์ราชการจำนวน 10 ไร่เพื่อให้กรมอนามัยใช้ประโยชน์ ทางกระทรวงศึกษาธิการมีพื้นที่ติดต่อกับที่ดินกล่าว เพื่อย้ายโรงเรียนราชบริกานุเคราะห์มาสร้างใหม่ที่นี่ จึงแลกที่ดินบริเวณอาคารเสือป่า จำนวน 11 ไร่ พร้อมอาคารสโมสรเสือป่า ที่เป็นของกระทรวงศึกษาธิการให้กับกรมอนามัย เพื่อแลกกับ อาคารที่ทำการอนามัยจังหวัดและหน่วยควบคุมกามโรคและที่ดินจำนวน 10 ไร่ ของกรมอนามัย หน่วยงานของกระทรวงสาธารสุขจึงมีที่ตั้งในบริเวณอาคารสโมสรเสือป่า จนถึงปัจจุบัน
ภาพที่ 4 ภายหลังจากกระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัยได้แลกที่ดินกับกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ก็ได้มาก่อสร้างที่ทำการต่างๆในบริเวณถนนศรีสุริยวงศ์แทนในปี 2510 ได้ก่อสร้างที่ทำการศูนย์อนามัยแม่และเด็กเขต 7 โรงพยาบาลแม่และเด็ก วิทยาลัยพยาบาลและผดุลครรภ์ รวมถึงอาคารเฉลิมราช ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช ได้พระราชทานแบบและพระราชทรัพย์่ส่วนพระองค์ให้สร้างเพื่อเป็นโรงอาหารให้แก่ผู้ป่วย โดยได้ทำการเปิดทำการเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2512
ภาพที่ 5 และ 6 รถพระที่นั่ง และพยาบาลให้การต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมราชินีนารถ ในวันเสด็จพระราชดำเนินเปิดศูนย์อนามัยแม่และเด็กเขต 7 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2512
ภาพที่ 7 อาคารเฉลิมราช เป็นอาคารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานแบบก่อสร้างและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อสร้างให้เป็นโีีรงอาหารใหักับผู้ป่วย สร้่างแล้วเสร็จปี 2511
ภาพที่ 8 ภาพถ่ายทางอากาศบริเวณถนนศรีสุริยวงศ์ในปี 2519 ซึ่งยังไม่เจริญ รถราก็โล่งไม่ติดเหมือนปัจจุบัน
ภาพที่ 9 อาคารสโมสรเสือป่า (ถ่ายเมื่อปี 2521) ขณะนั้นยังใช้เป็นสถานที่ในการดูแลผู้ป่วยกามโรค และตั้งแต่ปี 2517 ได้ก่อตั้งกรมควบคุมโรค ศูนย์กามโรคเขต 7 จึงขึ้นกับกรมควบคุมโรคติดต่อ และในปี 2517 ได้มีการปฏิรูประบบสาธารณสุขในส่วนภมิภาค โดยโอนสถานบริการทั้งหมด (โรงพยาบาลและสถานีอนามัย) ไปขึ้นกับสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป) เปลี่ยนชื่อจากอนามัยจังหวัดเป็นสาธารณสุขจังหวัด และขึ้นตรงต่อ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ภาพที่ 10   อาคารของศูนย์กามโรคเขต 7 สร้างแล้วเสร็จในปี 2522 จึงย้ายที่ทำการจากอาคารสโมสรเสือป่า ไปที่อาคารแห่งใหม่ โดยที่ตั้งของศูนย์กามโรคเขต 7 อยู่ระหว่าง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและอาคารอำนวยการของศูนย์อนามัยที่ 4  หลังจากที่งานควบคุมโรคติดต่อได้ย้ายไปอาคารใหม่ ศูนย์อนามัยแม่และเด็กได้เข้าไปใช้ประโยชน์จากอาคารดังกล่าวแทน

ภาพที่ 11 กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียน อาคารสโมสรเสือป่า ราชบุรี พื้นที่ 1 งาน 92 ตารางวา เป็นโบราณสถาน ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2542 จึงงดใช้พื้นที่สำหรับการบริการ
ภาพที่ 12. อาคารสโมสรเสือป่าถ่ายเมื่อปี 2555 ก่อนที่จะทำการบูรณะ เนื่องจากสภาพของตึกทรุดโทรม โดยเฉพาะชั้น 2 ที่คานด้านบนทรุดลงมา จนต้องนำเสามาค้ำไว้ เพื่อป้องกันหลังคาจะถล่มลงมา จึงได้ให้กรมศิลปากรออกแบบการบูรณะ เพื่อที่จะรักษาสถาปัตยกรรมให้ใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด โดยได้ทำการประกวดราคาเพื่อบูรณะอาคารสโมสรเสือป่าในวงเงิน 4.8 ล้านบาท โดยใช้เงินบำรุงของศูนย์อนามัย และมอบพื้นที่ให้บริษัทบายนัทเพื่อดำเนินการบูรณะในวันที่ 4 มีนาคม 2556 (สังเกต กระเบื้องที่ใช้เป็นกระเบื้องลอน และสีของอาคารเป็นสีเทา และบันไดก่อนที่จะก้าวขึ้นตัวอาคารเหลือเพียง 1 ขั้น จากเดิมที่มี 4 ขั้น เนื่องจากถมดินและเทปูนทับ ทำให้ด้านล่างของอาคารเป็นโพรงที่เป็นพื้นที่ว่าง ขังน้ำที่อยู่ด้า้นล่างของอาคาร ทำให้ตัวอาคารชื้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งต่อไปต้องหาวิธีการในการระบายน้ำจากใต้อาคาร เพื่อไม่ให้อาคารชื้น)

ภาพที่ 13 อาคารเสือป่าภายหลังการบูรณะ โดยบริษัทบายนัท ได้ส่งมอบงานให้ศูนย์อนามัยที่ 4 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2556 โดยปรับความแข็งแรงให้กับโครงสร้างเดิม เปลี่ยนกระเบื้องให้กลับมาเป็นกระเบื้องว่าวตามเดิม (ภาพที่ 1 ถ่ายเมื่อปี 2509 เป็นกระเบื้องว่าว ภาพที่ 3 เมื่อปี 2521 เป็นถูกเปลี่ยนเป็นกระเบื้องลอน) และใช้สีกระเบื้องเป็นสีแดง ส่วนสีของอาคารใช้สีเหลืองแทน เนื่องจากอาคารสมัยนั้น จะใช้กระเบื้องสีแดง ตัวอาคารสีเหลือง และประตูสีเขียว โดยสีของตัวอาคารจะไม่ใช้สีทา โดยผสมสีเข้าไปกับปูนที่ฉาบแทน (ดูสีจะไม่เรียบเหมือนสีที่ทา เพื่อรักษาให้ดูเก่า) โดยจะอนุรักษ์อาคารหลังนี้เพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ ชั้นล่างสำหรับพระราชกรณียกิจของเสือป่า และลูกเสือ ชั้นบนเป็นกิจการของสาธารณสุขของราชบุรี จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งกำลังหางบประมาณสนับสนุน โดยจะดำเนินการในส่วนพระราชกรณียกิจของเสือป่าและลูกเสือก่อน ในช่วงที่รองบประมาณเฉพาะชั้นบนอาจจะนำไปใช้ประโยชน์ด้านบริการเกี่ยวกับแพทย์แผนไทย ไปพลางก่อน เนื่องจากตัวอาคารเข้ากับบรรยากาศของความเป็นไทย และอาคารนี้ในอดีตก็ใช้เพื่อการให้บริการในด้านสาธารณสุข

แหล่งข้อมูล

  1. Web site ราชบุรีศึกษา
  2. หนังสือ ช่วงหนึ่งแห่งกาลเวลา อาจารย์ประพิน ออกเวหา
  3. คำสัมภาษณ์อาจารย์ ประพิน ออกเวหา ผู้ที่เคยมาทำความสะอาดอาคารสโมสรเสือป่า เพื่อเตรียมรับเสด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2489 ขณะนั้นอาจารย์ประพิน ออกเวหาเป็นนักเรียนโรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์
  4. คำสัมภาษณ์นายวิทย์ บุญไทย อดีต ผู้อำนวยการศูนย์กามโรคเขต 7 ผู้ที่ปฏิบัติงานควบคุมคุดทะราดในอาคารสโมสรเสือป่า ตั้งแต่ปี 2507