ความเป็นมาของ ธงมหาศารทูลธวัช (ธงเสือป่าใหญ่)

เวลาบ่าย 3 โมง 45 นาที วันเสาร์ที่ 6 พค.2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องสนามกองเสือป่า เสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่ภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ….. ทรงบรรจุเส้นพระเจ้าที่ยอดธงประกองเสือป่า …. ทรงหลั่งน่ำพระมหาสังข์และทรงเจิมธง ….. แล้วโปรดให้เชิญธงนั้นไปผูกไว้หลังธรรมมาสน์ศิลาหน้าพระมหามณีรัตนปฏิมากร
  พระราญรอนอริราชเชิงธงลงมาจากพระอุโบสถ ….. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินลงจากพระอุโบสถ ทรงรับธรงจากพระราญรอนอริราช ประทับยืนอยู่หน้าแถว ……. สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ….. ทรงเสกที่ธงและทรงประน้ำมนต์ประทาน ….. เป็นเสร็จการพิธี เมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตตยาเสือป่าขึ้นเป็นครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 6 พ.ค.2454 จึงถือเป็นวันสถาปนากองพลสมครเสือป่าขึ้นในสยามประเทศนับแต่วันนั้น ธงที่กล่าวคือ “ธงเสือป่าใหญ่ “ มหาศารทูรธวัชเสือป่า
   ธงเสือป่าใหญ่นี้ มีรูปเป็นธงสี่เหลี่ยมจัตุรัส พื้นสีดำ มีรูปเสือลายพาดกลอนปักด้วยไหมเต็มตัวยืนหันหน้าไปทางเสา ใต้รูปเสือมีคำขวัญ “เสียชีพอย่างเสียสัตย์” ปักด้วยไหมแดง รอบธงสี่ด้านปักอักษรขอมด้วยไหมเหลือง เป็นบทชัยมงคลคาถา “พระคาถาพาหุง “ บทแรก เมื่อแรกธงเสือป่าใหญ่มียอดเป็นครุฑ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนเป็นวัชราวุธ กับประดับเหรียญและแถบเครื่องราชอิสรยาภรณ์รัตนาภรณ์รัชกาลที่ 6 เพิ่มในภายหลัง
  พระคาถาบทชัยมงคลคาถานี้ เรียกอีกอย่างว่า บทสวดถวายพรพระ เดิมเป็นพระคาถาแปดบท สำหรับสวดสรรเสริญชัยชนะแปดประการ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมนุษย์และอมนุษย์ที่ได้มาด้วยพระพุทธธรรม มิได้มีอิทธิปาฏิหาริย์แต่อย่างใด โดยพระสงฆ์มักจะสอดมนต์นี้ต่อท้ายการทำวัตรเช้าเย็น เริ่มด้วยบท พาหุง ตามด้วยบทมหาการุณิโก รวมเรียกว่า คาถาพาหุงมหากา หรือพาหุงมหาการุณิโก

ธงมหาศารทูลธวัช (เสือป่าใหญ่) นี้ มีรูปเป็นธงสี่เหลี่ยมจัตุรัส พื้นสีดำ มีรูปเสือลายพาดกลอนปักด้วยไหมเต็มตัวยืนหันหน้าไปทางเสา ใต้รูปเสือมีคำขวัญ “เสียชีพอย่างเสียสัตย์” ปักด้วยไหมแดง รอบธงสี่ด้านปักอักษรขอมด้วยไหมเหลือง เป็นบทชัยมงคลคาถา “พระคาถาพาหุง “ บทแรก

เมื่อแรกธงเสือป่าใหญ่มียอดเป็นครุฑ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนเป็นวัชราวุธ กับประดับเหรียญและแถบเครื่องราชอิสรยาภรณ์รัตนาภรณ์รัชกาลที่ 6 เพิ่มในภายหลัง

  พระคาถาบทชัยมงคลคาถานี้ เรียกอีกอย่างว่า บทสวดถวายพรพระ เดิมเป็นพระคาถาแปดบท สำหรับสวดสรรเสริญชัยชนะแปดประการ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมนุษย์และอมนุษย์ที่ได้มาด้วยพระพุทธธรรม มิได้มีอิทธิปาฏิหาริย์แต่อย่างใด โดยพระสงฆ์มักจะสอดมนต์นี้ต่อท้ายการทำวัตรเช้าเย็น เริ่มด้วยบท พาหุง ตามด้วยบทมหาการุณิโก รวมเรียกว่า คาถาพาหุงมหากา หรือพาหุงมหาการุณิโก
  ตามตำนานว่าเป็นบทสวดที่สมเด็จพระพนรัตน์วัดป่าแก้ว เป็นผู้รจนาขึ้นถวายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สำหรับสวดเป็นพระคาถาประจำพระอง๕ เพื่อให้มีชัยเหนือพระมหาอุปรายแห่งพม่า และกอบกู้เอกราชจากกรุงหงสาวดีได้สำเร็จ
   พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนำพระคาถาพาหุงบทแรกมาดัดแปลงตอนท้ายจากเดิม “ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ “ เป็น ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะสิทธิ นิจจัง “ นอกจากนี้ยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จารึกพระคาถาบทนี้ เป็นอัษรไทยในธงชัยเฉลิมพล สำหรับกองทหารอาสาในมหาสงครมโลกครั้งที่ 1 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังอีกด้วย
   เมื่อกิจการเสือป่าได้ขยายเพิ่มจำนวนสมาชิกมากขึ้นจนพอจำนวนที่ตั้งกองขึ้นใหม่ ก็ทรงโปรดให้ตั้งการพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตตยาครั้งใหม่ และโปรดให้อัญเชิญธงเสือป่าใหญ่ไปตั้ง และถือเป็นธรรมเนียมที่จะต้องอัญเชิญธงเสือป่าใหญ่ไปตั้งในพระราชพิธีถือน้ำทุกครั้งไป

ความเป็นมาของ ธงศารทูลธวัช (ธงเสือป่าประจำกรม/กอง)

ครั้นมีการขยายกิจการเสือป่าไปยังหัวเมือง มีมณฑลนครไชยศรีแห่งแรก ก็โปรดให้มีการถือน้ำพิพัฒน์สัตตยาขึ้นเมื่อวนที่ 7 ก.ย. 2445 ด้วย นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการพระราชทานธงเสือป่าประจำกองเสือป่าในหัวเมือง
** ผู้เขียนสันนิษฐานว่า ** เมื่อได้เริ่มมีการพระราชทานธงประจำกรมเสือป่ามากขึ้นนี่เอง จึงได้พากันเรียก ธงประจำกรมเสือป่าที่ปักรูปเสือลายพาดกลอนนั้นว่า “ธงเสือป่าใหญ่” และธงที่ทรงพระราชทานต่อๆมาน่าจะเป็นรูปเป็นอย่างอื่น
เพื่อไม่ให้เป็นการสับสนในการเรียกชื่อธงต่างๆที่เริ่มพระราชทานมากขึ้น จึงทรงพระราชทานนามธงเสือป่าให้เหมาะสมดังมีประกาศ แจ้งความเรื่องทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามธงเสือป่าเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2456 ความว่า “ด้วยมีพระบรมราขโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า ธงเสือป่าใหญ่แสดงประจำกรมและกองเสือป่ามณฑลต่างๆนั้นควรจะมีนามต่างพวก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ขนามนามธงเสือป่าใหญ่ว่า “มหาศารทูลธวัช “ และธงประจำกรมเสือป่ามณฑลต่างๆ ให้เรียกว่า “ศารทูลธวัช” ประจำมณฑลนั้นๆ เช่น มณพลกรุงเทพฯ (รักษาพระองค์) ให้เรียก “ศารทูลธวัช “ ประจำกรมเสือป่ากรุงเทพฯ (รักษาพระองค์) ให้เรียกนามนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ศารทูล แปลว่า เสือโคร่ง สิงโต คนเก่ง คนดียอดเยี่ยม คนมีชื่อเสียง ส่วนคำว่าธวัข มีความหมายว่าธง ดังนั้น มหาศารทูลธวัช จึงแปลความหมายได้ว่า ธงเสือป่าใหญ่ นั่นเอง

ธงศารทูลธวัชที่ได้พระราชทานสำหรับประจำกองเสือป่ามณฑลนครไชยศรีในครั้งนั้น จะมีรูปแบบอย่างไรนั้น ไม่สามารถสืบค้นหลักฐานได้ แต่จากคำบอกกล่าวมหามนตรีศรีองครักษ์สมุห (ฉัตร โชติกเสถียร) ที่ว่า “ธงไชยเฉลิมพลประจำกองเสือป่าทั่วไป มีรูปเสือเต็มตัว และมีอักษร “เสียชีพ อย่าเสียสัตย์ “ ธงประจำกรมเสือป่าต่างๆมีเพียงหน้าเสือ ธงประจำกองต่างๆเหล่านี้ปักรูปเสือด้วยไหมทั้งสิ้น


ประกอบกับผู้เขียนไปพบซิกาเรตการ์ดใบหนึ่ง จัดอยู่ในชุดธงราชการไทย ซึ่งพิมพ์รูปธงต่างๆของไทย บริษัทยาสูบ บริติช-อเมริกัน จำกัด พิมพ์เมื่อปี พ.ศ.2463 เพื่อเป็นของแจกใส่ในซองบุหรี่ที่ออกจำหน่ายแก่ลูกค้า กระดษาแข็งแผ่นเล็ก พิมพ์รูปธงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีคำบรรยายใต้ภาพนั้นๆ เพียงว่า ธงไชยเฉลิมพลเสือป่า เป็นรูปหน้าเสือตรงกับคำบอกเล่าของพระศรีมหามนตรีศรีองค์รักษ์สมุหพอดี ผู้เขียนจึงตั้งสันนิษฐานว่า นี่อาจเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะไขปริศนาที่ว่า บรรดาธงศารทูลธวัชประจำกรมเสือป่ามีรูปแบบอย่างไร

การเปลี่ยนรูปแบบ ธงศารทูลธวัชใหม่ในปี

ด้วยต่อมาในวันที่ 1 มค.2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนรูปแบบธงประจำกรมเสือป่าใหม่ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นพื้นธงสามสีแบ่งเป็นห้าริ้วหกส่วน โดยมีสองส่วนริมนอกเป็นสีแดง อักสองส่วนเป็นสีขาว ตรงส่วนกลางเป็นสีขาวมีความกว้างเป็นสองส่วน ซึ่งเป็นต้นเค้าของธงไตยรงค์ในเวลาต่อมานั้นเอง ตรงกลางมีพระปรมาภิไธยย่อ “รร๖” ภายใต้รูปพระมหามงกุฎ ที่มุมธงด้านบนตรงที่ชิดยอดคันธง เป็นแถบแพรสีเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัว ตรงกลางเป็นรูปหน้าเสือ ล้อมรอบด้วยข้อความชื่อกรมของกองเสือป่านั้นๆ และคติพจน์ที่ว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์ “ แถบแพรสีรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนธงเสือป่าใหม่นี้ อาจมีที่มาจากรูปธงบนซิกาแรคการ์ด ที่ได้สันนิษฐานเอาไว้ว่าอาจจะเป็นรูป ธงศารทูลธวัชประจำกรมเสือป่าแบบเดิม ก็อาจเป็นได้




พระบรมราโชวาทเกี่ยวกับ "ธงศารทูลธวัช "

ขอเชิญพระบรมราโชวาท ซึ่งทรงพระราชทานไว้ในพระราชธงเสือป่าใหม่ เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2459 มาลงไว้เพื่อให้ถึงความสำคัญของศารทูลธวัช เสือป่าดังนี้ “ขอให้เสือป่าทั้งปวง ที่ได้รับธงศารทูลธวัชใหม่ในวันนี้ ตั้งใจรักษาธงนี้ด้วยน้ำใจอันเป็นนักรบแท้ ตั้งมั่นอยู่ในความจงรักภักดีในพระมหากษัติริย์ มีความรักชาติบ้านเมืองซึ่งเป็นที่เกิดของตน และตั้งใจป้องกันรักษาศาสนาอันเป็นที่เคารพ อีกประการหนึ่ง ต้องตั้งใจรักษาคำสัตย์สาบานที่ให้แล้วแต่ต่อหน้าคณะเสือป่า อีกโครงสุภาษิตที่อยู่ในธง คือต้องรักษาความสัตย์ แม้ด้วยชีวิต เมื่อเวลาจำเป็นเมื่อใด ธงนี้จะต้องสู่สนาม ต้องนับว่าเป็นเวลาที่สำคัญที่สุดของเสือป่า ในเวลานั้นต้องถือว่าเป็นเวลาที่จะต้องสละหมดทึกหมดทุกสิ่งแม้ชีวิตเลือดเนื้อร่างกายแลของซึ่งเป็นที่รักใคร่นิยมนับถือในส่วนนี้ต้องยอมสละเพื่อรักษาธงนี้ไว้ เพราะว่าเมื่อธงนี้ได้ตกไปอยู่ในมือข้าศึก เหมือนเกียรติยศของกรมนั้นได้ละลายเสื่อมสูญไป ขอให้ท่านทั้งหลายรักษาธงนี้ไว้ ซึ่งเราให้ไว้เป็นของแทนตัวเรา จงนึกว่าเหมือนตัวเรามาอยู่ในกองนั้นเสมอ เรามีความตั้งใจผูกพันเป็นห่วงอยู่เสมอ ขอให้ท่านทั้งหลายจงทำตัวให้เป็นผู้สมควรที่จะรักษาธงนี้ ที่เรามอบไว้ในมือท่านทั้งหลาย ขอให้ตั้งใจบำรุงความเจริญในกองกรมของตนเอง ตั้งใจให้กรมนั้นเป็นที่นับถือแก่สาธารณชน ให้เป็นที่เป็นที่ยำเกรงแก่เหล่าร้ายที่มุ่งหมายทำอันตรายต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ของให้ท่านทั้งหลายบรรดาที่ได้มาเป็นผู้แทนเสือป่าในวันนี้ จงรับพรไปแทนเพื่อนเสือป่า
   ขอให้จงมีความเจริญ อายุ วรรณะ สุขะ พละ และเมื่อจำเป็นต้องทำการตามหน้าที่นักรบ ขอจงมีความสำเร็จและมีชัยชนะต่อศัตรูหมู่พาลอริร้าย ขอให้นึกถึงด้วยอำนาจความเลื่อมใสในพระศรีรัตนตรัย และความจงรักภักดีของท่านทั้งหลายจงบันดาลให้มีความเจริญ จะประสงค์สิ่งใดจงได้สำเร็จตามความปรารถนาทั่วกัน “

ประวัติยอดธงไชยเฉลิมพลเสือป่า

ได้เล่าเรื่อธงมหาศารทูลธวัช และศารทูลธวัช อันเป็นธงไขยเฉลิมพลเสือป่าแล้ว ขอเล่าเรื่องยอดธงไชยเฉลิมพลเสือป่าแทรกลงไว้เพื่อให้มความสมบูรญ์ยิ่งขึ้น เรื่องยอดธงไชยเฉลิมพลมีปรากฏในพระราชบันทึกจดหมายเหตุรายวัน ความว่า
“… ได้วัชราวุธยอดธงไชย อนึ่งวันนี้ได้ของสำคัญอันหนึ่ง ซึ่งควรจะนับถือว่าเป็นสิ่งสวัสดิมงคลอย่างยิ่งคือ พระยาสุนทรสงครามได้นำยอดธงไชย ทำด้วยทองสัมฤทธิ์เป็นรูปวัชราวุธ มาให้ที่พลับพลาเมื่อมาถึง วัตถุนี้เป็นยอดธงแน่ เพราะมีช่องสำหรับสวมกับยอดไม้ธง และที่ทำใหขลังขึ้นอีกคือมีเป็นรอยลูกกระสุนปืนแหว่งอยู่ข้าหนึ่ง ซึ่งเป็นพยานปรากฏว่าได้เข้าในงานสงครามเป็นแน่นอน ยอดธงนี้นายอำเภอศรีประจันต์ ผู้มาทำพลับพลาขุดได้ที่ริมพระเจดีย์พระนเรศวร เพราะฉะนั้นควรเชื่อไดว่าเป็นยอดธงไชยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และคิดๆไปก็น่าอัศจรรย์ที่มาตกฝังอยู่ในดิน ถึง 321 ปีเต็ม (การชนช้างนั้นเป็นเดือนยี่ พ.ศ.2135) พึ่งจะมาพบ และเผอิญรูปก็เป็นวัชระตรงกับชื่อของเราด้วย ซึ่งทำให้เป็นที่ปราบปลื้มยิ่งขึ้น คิดๆไปดูประหนึ่งว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระเมตตาแก่เรา ผู้ที่ไดอุตสาหะมาจนถึงที่มหาพิไชยสถานอันเป็นที่พระองค์ท่านได้ทรงกระทำสงครามกู้ชาติไทยเราให้พ้นจากเงื้อมมือพม่า บรรดาพระเจ้าแผ่นดินสยามก็มิได้มีข้อความปรากฏเลยว่าเคยเสด็จมาถึงสนามรบอันนี้ เราเห็นว่าวัตถุอันสำคัญเช่นยอดธงนี้ ไม่ควรจะเอาไปเก็บลับไปเสีย จึงได้ตกลงกันให้ติดบนยอดธงมหาศารทูลของคณะเสือป่า เพื่อจะได้มีโอกาสได้เข้าพิธีอยู่เสมอ และให้เป็นเกียรติแก่เสือป่าได้อุตสาหมาด้วยกันจนถึงที่มหาไชยสถานนี้

เก็บความเพิ่มจากงานเขียนของจมื่นอมรดรุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช) เล่าไว้เมื่อครั้งที่เรียบเรียงหนังสือชุด เสือป่าและลูกเสือในประวัติศาสตร์ รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ..2514 เรื่องยอดธงไชยเฉลิมพลเสือป่า ความว่า
“ยอดธงเป็นรูป วชิระนับว่าเป็นปรากฎการณ์ ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งบังเอิญมาตรงกับพระบรมนามาภิไธยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะฉะนั้นบรรดายอดธงศารทูลธวัชซึ่งแต่เดิมทรงใช้ยอดธงเป็นครุฑก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ทำเป็นยอดวชิระ 4 แฉกตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา “ และได้เล่าไว้อีกแห่งหนึ่งว่า
“ยอดธงนี้ ของจริงเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ น่าเสียดายที่บัดนี้เลยเป็นลับไป เพราะไม่ได้นำออกมาเข้าพิธีอยู่เสมอดังแต่ก่อน ดังที่ได้ตั้งพระราชหฤทัยไว้ “
จึงทำให้เชื่อได้ว่า บรรดาศารทูลธวัขเสือป่า ย่อมมียอดธงเป็นรูปครุฑมาก่อนทั้งสิ้น และธง “มหาศารทูลธวัช “ ได้เปลี่ยนจากยอดครุฑมาเป็นยอดวชิราวุธ คือรูปวชิระ 4 คม ก่อนศารทูลธวัชประจำกรมเสือป่าอื่นๆ ด้วยเป็นธงงประจำคณะเสือป่าของชาติ ภายหลังจากที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินกลับจาก “การเดินทางไกลนมัสการอนุสรณ์ดอนเจดีย์ พ.ศ.2456 “ อันเป็นเหตุให้พบยอดวัชราวุธ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว สันนิษฐานว่าเป็นยอดธงไชยเฉลิมพลของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้วไม่นาน
ครั้งเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2459 อันเป็นวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 3 รอบ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสือป่าและลูกเสือกองเสนารักษาดินแดงกองพลต่างๆ ทุกกองเสนาเข้าประชุมพลสวนสนามถวายไชยมงคล และเข้ารับพระราชทานธงศารทูลธวัชประจำกรมเสือป่าใหม่ ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนยอดธงศารทูลธวัชประจำกรมกองเสือป่าต่างๆทั้งหมดที่ได้พระราชทานใหม่นี้เป็นยอดวัชราวุธ ตามอย่างมหาศารทูลธวัช ประดับเหรียญและแพรแถบเครื่องราชอิสระยาภรณ์รัตนาภรณ์รัชกาลที่ 6 รวม 27 กรม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นเกียรติยศแก่เสือป่าที่ได้อุตสาหะมาด้วยกัน จนถึงที่มหาไชยสถานฯ นี้นั่นเอง