International Health Literacy Conference 7 International Health Literacy Meeting Agenda

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ ในฐานะ นายกสมาคมส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพไทย THLA (Thai Health Literacy promotion Association) ได้พูดคุย กับ นายก IHLA (International Health Literacy Association) และนายก AHLA(Asia Health Literacy Association) เรื่อง การ ประชุมนานาชาติ ครั้ง ต่อๆไป ตกลงกันว่า
ได้ซาวเสียง ทีมไทยแลนด์ มาจากหลายกรม และหลายมหาวิทยาลัย มีแต่เสียงเชียร์ให้จัด ทุกคนบอกว่า อาจารย์เป็นผู้นำพวกหนูหน่อย เอ้า เอาก็เอา เตรียมเหนื่อย มีเวลา3ปี ชาวต่างชาติ อิจฉา คนไทยที่สามารถ นำเรื่อง HL;Health Literacy เข้าไปบรรจุไว้ใน แผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ20ปีได้ ข้างล่างคือเนื้อหาที่รายงาน Thai HL movement A supportive mechanism to national health literacy movement: a case study of Thailand

A supportive mechanism to national health literacy movement: a case study of Thailand

It has been a long term effort for many countries to put health literacy issues in a national agenda. But this might not be the case of Thailand. Health Literacy was introduced in a cabinet meeting in 2017. A year later it was included in the national agenda. It is also a goal of the health care reform which has been announced as the national 20 year strategic plan, 2018 – 2037. We were proud that our efforts paid off. However, that was just a beginning of a new chapter for health equity in Thailand. As many of you know, the government system is too rigid to respond to rapid changes. Adapting health literacy concepts into our health care system needs a major change in attitude, knowledge, skills and supportive environments. We should not rely on the government system for successful implementation of health literacy concepts. But the government needs other mechanisms to support, reflect effects of the national and local policies and empower other sectors to contribute to the health literacy movement.

   The Thai Health Literacy promotion Association or THLA has been established in 2018 to strengthen the government system. Of course we were inspired by the AHLA, Asian Health Literacy Association. We are an independent organization that involves various people from various sectors, educators, health professionals, nurses, health communicators, media creators, psychiatrists, local health workers, health volunteers, all are connected and share their values and goals. We talk and share ideas, resources, knowledge, tools and help each other , leaving no one behind. As a result, we have been able to fill gaps that the government might be limited to do. That is responding and meeting needs of the people in the minority groups and those with limited health literacy.

   We do this by advocating, bringing and integrating health literacy concepts into all health areas. Our friends and members of the THLA have been regularly informed and updated about what problems are going on in what areas, what strategies and interventions we can use to tackle the problems and what effects those strategies and interventions have had on our target people. We also collect data from the local areas and our discussions and make tailored recommendations to the government. I can surely say that an independent organization like the THLA will be a good supportive mechanism to the government for the Health literacy movement when Health literacy is the national agenda and there are national policies in place. With help from our friends and members of THLA, Thailand is continuing on improving health equity and producing more valuable results to health of the nation.

กลไกการสนับสนุนการขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพในระดับชาติ : กรณีศึกษาของประเทศไทย

   ประเทศส่วนใหญ่ต้องใช้ความพยายามที่ยาวนานในการผลักดันประเด็นความรอบรู้ด้านสุขภาพให้เป็นวาระแห่งชาติ แต่สำหรับประเทศไทยหาเป็นเช่นนั้นไม่ เนื่องจากประเทศไทยในนำวาระความรอบรู้ด้านสุขภาพเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2560 หลังจากนั้น 1 ปี ความรอบรู้ด้านสุขภาพได้ถูกกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นเป้าหมายเรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพได้ถูกกำหนดเป็นวาระของการปฏิรูประบบสาธารณสุขและถูกบรรจุเข้าไปในแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ในการพัฒนาประเทศ (พ.ศ.2561-2580) ซึ่งถือเป็นภาคภูมิใจของประเทศไทย และเป็นจุดเริ่มต้นในการเปิดหน้าใหม่สำหรับการพัฒนาความเท่าเทียมในด้านสุขภาพ

   หลายท่านคงเข้าใจถึงระบบราชการที่ขาดความคล่องตัวในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การจะนำแนวคิดเรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพผนวกเข้าไปในระบบบริการสุขภาพนั้น จำเป็นต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านทัศนคติ ความรู้และทักษะอย่างใหญ่หลวงเพื่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่จะสนับสนุนให้เกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพ และไม่ควรหวังพึ่งระบบราชการเพียงอย่างเดียวในการที่จะนำแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพไปสู่การปฏิบัติ โดยภาครัฐต้องสร้างกลไกใหม่อีกรูปแบบหนึ่งในการสนับสนุน รวมถึงการทำให้เกิดนโยบายในระดับพื้นที่ และการเสริมพลังภาคส่วนอื่นๆให้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพ

   สมาคมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพไทย หรือ THLA ได้ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 2561 เพื่อที่จะหนุนเสริมระบบราชการ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสมาคมความรอบรู้ด้านสุขภาพของอาเซียน ( AHLA ) THLA เป็นองค์กรอิสระซึ่งมีสมาชิกจากหลากหลายวิชาชีพและหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ ภาคส่วนการศึกษา วิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข พยาบาล นักสุขศึกษา สื่อมวลชน ผู้ผลิตสื่อ จิตแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ และอาสาสมัครสาธารณสุข ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาได้ประสานความร่วมมือและแบ่งปันคุณค่าและเป้าประสงค์ร่วมกัน โดยแบ่งปันทั้งแนวคิด ทรัพยากร ความรู้ และเครื่องมือต่างๆ อีกทั้งช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยไม่ปล่อยใครไว้เบื้องหลัง ซึ่งส่งผลให้สามารถปิดช่องว่างที่เป็นส่วนขาดที่เป็นข้อจำกัดของภาคราชการ สมาคมฯ สามารถตอบสนองความต้องการของชนกลุ่มน้อย และกลุ่มที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพค่อนข้างจำกัด

   วิธีการดำเนินการของสมาคมนั้น ใช้การบูรณาการแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพเข้าไปในมิติของงานสาธารณสุข พันธมิตรและสมาชิกของสมาคมจะแจ้งให้พื้นที่ได้ทราบอย่างสม่ำเสมอว่า อะไรคือปัญหาสาธารณสุข ปัญหาเกิดขึ้นในพื้นที่ใด และจะใช้ยุทธศาสตร์หรือแนวทางใดในการจัดการการปัญหา อะไรคือผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับประชากรกลุ่มเป้าหมายหลังจากนำกลยุทธ์หรือแนวทางดังกล่าวไปใช้ รวมถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ และประชุมแลกเปลี่ยนและให้ข้อเสนอแนะที่เฉพาะเจาะจงให้กับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

   พวกเราสามารถกล่าวอย่างมั่นใจได้ว่า องค์กรที่ทำงานอย่างอิสระอย่างเช่นสมาคม ฯ จะเป็นกลไกที่จะช่วยสนับสนุนภาครัฐสำหรับการขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพได้ถูกกำหนดเป็นวาระแห่งชาติและถูกแทนที่ด้วยนโยบายระดับชาติแล้ว การสนับสนุนและร่วมมือของพันธมิตรและสมาชิกของสมาคม เพื่อยกระดับความเท่าเทียมและผลลัพธ์ทางสุขภาพของประเทศ ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง