กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศเตือนประชาชนระมัดระวังการเจ็บป่วยด้วยโรคและภัยสุขภาพในช่วงฤดูหนาว เน้นป้องกัน 5 โรคติดต่อ และ 3 ภัยสุขภาพสำคัญ สั่งหน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์

   วันที่ 20 ตุลาคม นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว ทำให้เชื้อโรคบางชนิดสามารถแพร่กระจายได้ง่ายกว่าในฤดูกาลอื่น ดังนั้น กรมควบคุมโรคมีความห่วงใยสุขภาพของประชาชนในช่วงฤดูหนาว จึงได้ออกประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง การป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ซึ่งโรคและภัยสุขภาพที่มีแนวโน้มจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในฤดูหนาว แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ
  1. โรคติดต่อ ได้แก่ โรคหัด โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันจากเชื้อไวรัส โรคมือ เท้า ปาก
  2. ภัยสุขภาพ ได้แก่ การเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศหนาว การสูดดมก๊าซพิษและขาดอากาศหายใจจากเครื่องทำน้ำอุ่นระบบก๊าซ และการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงอากาศหนาวและหมอกจัด
นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า สำหรับ
  1. โรคหัด จะมีอาการคล้ายไข้หวัด หลังมีไข้ 3-4 วัน จะเริ่มมีผื่นนูนแดงขึ้น 1-2 วัน ไข้จะเริ่มลดลง และผื่นจะจางหายไปประมาณ 2 สัปดาห์ โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน
  2. โรคไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยตามตัว โรคนี้ป้องกันได้โดยการดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง หากมีอาการดังกล่าว แนะนำให้หยุดเรียนหรือหยุดงานทันที และรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา
  3. โรคปอดอักเสบ ผู้ป่วยจะมีไข้ หายใจลำบาก หนาวสั่น อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ โรคนี้ป้องกันโดยหลีกเลี่ยงอยู่ในที่ที่มีผู้คนแออัด ล้างมือบ่อย ดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หากสงสัยว่ามีอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  4. โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันจากเชื้อไวรัส จะมีอาการไข้ อาเจียน อุจจาระร่วงอย่างรุนแรง ทำให้เสียน้ำมาก สำหรับการรักษา จะรักษาตามอาการ เช่น ยาแก้อาเจียน ยาแก้ปวดท้อง และให้เกลือแร่ทดแทน โรคนี้ป้องกันโดยการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาด และหมั่นล้างมือบ่อยๆ
  5. โรคมือ เท้า ปาก พบบ่อยในกลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ผู้ป่วยจะมีแผลหรือตุ่มในช่องปาก กระพุ้งแก้ม หรือมีผื่นแดงบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า สำหรับการรักษาจะรักษาตามอาการป่วย ผู้ปกครองและครูจะต้องสังเกตอาการผิดปกติของเด็ก ถ้าพบว่าเด็กมีอาการดังกล่าว ให้แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติทันที
นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ภัยสุขภาพที่ควรระมัดระวังในช่วงฤดูหนาว ได้แก่
  1. การเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศหนาว มักเกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว วิธีการป้องกันตนเองจากภัยหนาว คือ ไม่ดื่มสุราและเสพของมึนเมา รักษาร่างกายให้อบอุ่น ดูแลผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว เด็กเล็กอย่างใกล้ชิด จัดหาเสื้อผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มกันหนาวและที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม และสังเกตอาการผู้ป่วยหลังกินยารักษาโรคบางชนิดที่มีผลต่อร่างกายในภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำลง
  2. การสูดดมก๊าซพิษและขาดอากาศหายใจจากเครื่องทำน้ำอุ่นระบบก๊าซ ในช่วงนี้ประชาชนมักเดินทางไปพักผ่อนตามรีสอร์ท หรือบ้านพักต่างๆ ซึ่งอาจมีการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สแทนระบบไฟฟ้า นักท่องเที่ยวจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจได้รับอันตรายจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ หากสูดดมเข้าไปในปริมาณมากจะมีอาการวิงเวียน มึนงง หน้ามืด หมดสติ คำแนะนำคือ ให้ตรวจสอบเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สให้ได้มาตรฐานและปลอดภัย มีการติดตั้งพัดลมดูดอากาศ ติดป้ายเตือน และบอกวิธีใช้งาน หากในขณะอาบน้ำแล้วได้กลิ่นแก๊ส ควรรีบออกจากห้องน้ำทันที
  3. การเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงอากาศหนาวและหมอกจัด การเดินทางในช่วงนี้อาจเจอหมอกลงจัดและทัศนะวิสัยที่ไม่ดี เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้ง่าย “ส่วนคำแนะนำสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน
    1. ตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางก่อนเดินทาง หากทัศนวิสัยไม่ดี หมอกลงจัด ไม่ควรเดินทาง
    2. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับทางไกล
    3. ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ ให้อยู่ในสภาพปลอดภัยและพร้อมใช้งาน
    4. ปฏิบัติตามกฎจราจร คาดเข็มขัด และสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง”

นพ.สุวรรณชัย กล่าวและว่า กรมควบคุมโรค ได้จัดทำประกาศแจ้งเตือนให้ระวังโรคและภัยสุขภาพไปยังหน่วยงานในพื้นที่ ประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด (สสจ.) สำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่ง และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง พร้อมสั่งการหน่วยงานในสังกัด เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของโรคร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด เพื่อควบคุม ป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ รวมถึงสื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อลดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตของประชาชนให้ได้มากที่สุด สอบถาม โทร.1422