ลำดับเหตุการณ์

    ภาพทีมหมูป่าและ โคชเอก ก่อนติดน้ำอยู่ในถ้าหลวง
    พบรองเท้าที่ถอดอยู่ในถ้าหลวง

  1. 23 มิ.ย.61 ทีมหมูป่า 12 คน และโคช อีก 1 คน เข้าไปที่ถ้ำหลวง แต่ติดในถ้ำเนื่องฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำท่วมทางออก ทำให้ออกจากถ้ำไม่ได้ จึงเดินลึกเข้าไปเพื่อหาพื้นที่สูงในถ้ำ ไปเรื่อยๆ
  2. เจ้าหน้าที่อุทยานและทีมกู้ภัยเข้าไปทำการค้นหา แต่ไม่สามารถเข้าไปลึกกว่านี้ได้ เนื่องจากน้ำนถ้าเชี่ยวและลึก และฝนจะตกต่อเนื่อง ทำให้มีเส้นตายที่จะต้องเข้าไปช่วย แม้จะใช้เครื่องสูบน้ำ Turbo Jet จนปล่อยน้ำท่วมไร่นาชาวบ้าน ก็ไม่สามารถสูบให้แห้งได้
  3. เอิร์น ซึ่งเป็นนักดำน้ำถ้ำที่เคยเข้าไปสำรวจถ้ำหลวงมาแล้ว แนะนำให้เชิญนักดำน้ำที่เชี่ยวชาญระดับโลกในการดำน้ำในถ้ำ เพื่อมาช่วยเหลือในภารกิจนี้ ทางการไทยโดย นายวีรศักดิ์ โค้วสุรัตน์ รมต.ท่องเที่ยว ภายใต้ความเห็นชอบของ มท.1 (อนุพงษ์ เผ่าจินดา) ได้โทรเชิญนักดำน้ำระดับโลกมาช่วย
  4. ทีมดำน้ำระดับโลกจากประเทศอังกฤษ 3 คนได้แก่ นายจอห์น โวลันเธน , ริชาร์ด สแตนตัน โรเบิร์ต ฮาร์เปอร์ กับ เดินทางจากประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 27 มิย.61 เพื่อมาทำภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่า โดยประสานความร่วมมือกับทีมต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยซีลที่อยู่ภายในถ้ำ และทีมสนับสนุนต่างๆทั้งหน่วยราชการและเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ ทั้งทีมสูบบน้ำออกจากถ้ำ ทีมสนับสนุนอาหาร ทีมแพทย์ เป็นต้น โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์)
  5. จอห์น โวลันเธน , ริชาร์ด สแตนตัน เป็นแนวหน้าในการวางแนวเชือกนำทางเพื่อเข้าไปในถ้า และพบทีมหมูป่าและโคชรวม 13 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ในวันที่่ 2 กค.61 หรือวันที่ 10 ที่ทีมหมูป่าติดอยู่ในถ้ำ จอห์น โวลันเธนได้ถามเด็กเป็นคำถามแรกว่า How many of You? และได้ถ่าย Clip ที่ share ไปทั่งโลก และเขาเป็นทีมแรกที่เข้ามา และจะมีคนเข้ามาช่วยต่อไป และสัญญาว่าจะกลับมาอีก โดยข่าวมาว่าเป็นความโชดดีสุดปลายเชือกจึงโผล่ขึ้นมา พบทีมหมูป่าทันที แต่จอห์น โวลันเธน ให้สัมภาษณ์ BBC ว่าไม่ได้เป็นความบังเอิญ แต่เมื่อเจอที่ว่างจะโผล่พ้นน้ำ และตะโกนถามและใช้การดมกลิ่น ซึ่งตนได้กลิ่นมาก่อนเห็นตัวเด็ก เป็นกลิ่นเหม็นของอุจจาระ
  6. ภารกิจการช่วยเด็กและโคชออกมาเป็นเรื่องยาก โดยมีทางเลือกอยู่ 3 แนวทางคือ
    1. รอให้น้ำลดก่อน แล้วจึงนำเด็กออกมา ซึ่งอาจจะกินเวลาเป็นเดือน โดยส่งอาหารเข้าไป ซึ่งเป็นทางเลือกที่ทางฝ่ายไทยต้องการ และภายในถ้า ระดับ ออกซินเจนอยู่ที่ 15% ถ้าน้อยกว่า 13% จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ใช้แนวทางนี้มีความเสี่ยง และการเสียชีวิตของจ่าแซมทำให้ทางไทยเปลี่ยนไม่ใช้แนวทางนี้
    2. หาทางเข้าทางอื่น โดยสำรวจโพรง ว่ามีโพรงที่สามารถติดต่อกับภายในถ้ำหรือไม่ (ทำการสำรวจแล้วไม่พบโพรงที่ติดต่อกับถ้ำได้ ถ้าจะเจาะคงใช้เวลานาน
    3. ให้ยาสลบแล้วครอบ Full mask Oxygen แล้วนำตัวเด็กและโคช ออกมา ซึ่งเป็นแนวทางที่ทีมอังกฤษเสนอ (ซึ่งภายหลังเลือกแนวทางนี้ เนื่องจากทางกองทัพ USA ที่ได้มาช่วยเหลือด้านการกู้ภัยช่วยทีมหมูป่า ได้ช่วยโน้มน้าวให้ทีมไทยเลือกแนวทางนี้ เพราะเป็นแนวทางที่เสี่ยงน้อยที่สุด)
  7. จอห์น โวลันเธน , ริชาร์ด สแตนตัน แนะนำ หมอแฮลิส ซึ่งเป็นนักดำน้ำ และวสัญญีแพทย์ ชาวออสเตรเลียมาร่วมทีม และขอทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษมาเพิ่มได้แก่ คริสโตเฟอร์ หรือคริส จีเวลล์ และ เจสัน มัลลินสัน ซึ่งตอนแรกหมอแฮลิสก็ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่ 3 แต่ตอนหลังเมื่อไม่มีทางเลือก ประกอบกับการให้คำมั่นสัญญาว่า ทีมไม่ต้องรับผิดชอบหากภารกิจล้มเหลว คริสโตเฟอร์ หรือคริส จีเวลล์ และ เจสัน มัลลินสัน คู่หู ได้เดินทางมาถึงไทยในวันที่ 6 กค.61
  8. วันที่ 8 กค.61 ช่วยเหลือออกมาได้ 4 คน โดยเป็นการช่วยแบบนักดำน้ำ 1 คน กับเด็ก 1 คน (ตอนแรกบอกจะประกบ 2 นักดำน้ำต่อเด็ก 1 คน ต่อมาเปลี่ยนแผนเนื่องจากทัศนวิสัยในน้ำขุ่่นและมืดมาก ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้ 2 คนประกบ) การจัดลำดับก่อนหลังนั้น ให้ทีมหมูป่าตกลงกันเองว่าใครจะออกก่อนหลัง (ตอนแรกเสนอข่าวว่า หมอแฮริสเป็นคนจัดคิว ซึ่งไม่ใช่)
  9. วันที่ 9 กค.61 ช่วยเหลือออกมาได้ 4 คน
  10. วันที่ 10 กค.61 ช่วยเหลือออกมาได้ 5 คน โดยลำดับการช่วยเหลือจะไม่ระบุชื่อ ให้เพียงรหัสว่า หมูป่า 1-13 ซึ่งตอนแรกเข้าใจว่าโคชเอก ออกเป็นสุดท้าย แต่ตอนหลังได้รับการเปิดเผยว่า ออกมาเป็นคนที่ 9 โดยคนที่ช่วยออกมาคือ จิม วาร์นีย์ (นักแสดงนำในหนัง The Cave)

คำให้สัมภาษณ์ของ เจสัน มิลลิสัน

เจสัน มิลลิสัน เป็นผู้อาสานำเด็กคนแรกออกมา ร่วมกับนักประดาน้ำหลักอีก 3 คนคือ ริก สแตนตัน, จอห์น โวลันเธน และ คริสโตเฟอร์ จีเวลล์ พร้อมด้วย ริชาร์ด แฮร์ริส ซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลีย โดยเจสัน ได้ทำการช่วยเหลือออกมาทั้งหมดรวม 4 คน มัลลิสันเล่าว่า ในตอนแรก ทางการไทยต้องการแผนการช่วยเหลือที่ไร้ความเสี่ยง โดยมีแผนที่จะวางท่อต่อกันไปจนถึงจุดที่ทีมหมูป่าติดอยู่ แต่ทั้งฝ่ายนักดำน้ำอังกฤษ และกองทัพสหรัฐฯ ต่างก็ไม่เห็นด้วย
นอกจากเรื่องการวางแผน มัลลินสันบอกว่า กองทัพสหรัฐฯ หน่วยพิเศษมีส่วนสำคัญมากในการเจรจากับรัฐบาลไทยจนเชื่อมั่นในแผนของนักดำน้ำอังกฤษ มัลลินสันบอกว่า การเสียชีวิตของ "จ่าแซม" หรือ จ.อ. สมาน กุนัน อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ซีล) "เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ทุกคนตระหนักว่า [ปฏิบัติการนี้] เสี่ยงแค่ไหน และไทยไม่มีบุคลากรและทักษะที่จะทำสิ่งนี้ มัลลินสันเปิดเผยว่า ระหว่างการนำเด็กแต่ละคนออกไป เขาต้องเรียนรู้วิธีการฉีดยาสลบเคตามีนเองจาก ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ เนื่องจากการฉีดแต่ละครั้งจะทำให้เด็กสลบไปเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เขาเล่าว่า หากเด็กกลับมาเริ่มรู้สึกตัวระหว่างดำน้ำ ความตื่นตระหนกจะทำให้ทั้งเด็กและตัวนักดำน้ำผู้ช่วยเหลือเองเสียชีวิตได้ ครั้งหนึ่ง ระหว่างลุยน้ำที่สูงระดับอกออกไป เด็กคนหนึ่งที่เขากำลังพยุงตัวอยู่เริ่มรู้สึกตัว และทำให้เขาต้องรีบฉีดยาสลบเพิ่ม "ตอนนั้นผมอยู่คนเดียว ไม่อยากจะดำน้ำรอบต่อไปขณะเด็กกำลังจะกลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง แต่ก็หาที่แห้ง ๆ เพื่อฉีดยาไม่ได้ ...เพราะฉะนั้นผมจึงต้องใช้เข่ายันตัวเด็กไว้กับกำแพง เปิดกระเป๋ายาและกระบอกฉีดยาก็ลอยน้ำไปรอบ ๆ" มัลลินสันกล่าว"

รายชื่อนักดำน้ำต่างประเทศทั้ง 13 คนที่มาร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ (ยกเว้น เอิร์น และ จ่าแซมที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่สำคัญ Credit ภาพ และเนื้อหาจาก Spring News

นายจอห์น โวลันเธน วัย 47 ปี คือ 1 ในทีมกู้ภัยในถ้ำจากประเทศอังกฤษที่เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหานักฟุตบอลรุ่นเยาว์ทั้ง 12 คน และโค้ชของพวกเขา ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ซึ่งนายโวลันเธนนี้เองที่เป็นผู้พบทั้ง 13 ชีวิตเป็นคนแรก โดยนายโวลันเธน กับนายริชาร์ด สแตนตัน ปี ที่มีประสบการณ์ดำน้ำในถ้ำและกู้ภัยมาเป็นเวลามากกว่า 35 ปี ได้ถูกทางการไทยเรียกตัวมาพร้อมกับนายโรเบิร์ต ฮาร์เปอร์ กับนายเวิร์น อันสเวิร์ธ สองผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ ให้เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหา และคลิปวีดีโอในขณะที่พบตัวทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ก็มีเสียงของชายชาวอังกฤษสองคนอยู่ในนั้นด้วย โดยเชื่อว่าเป็นเสียงของนายโวลันเธนและนายสแตนตัน ประวัติส่วนตัวทางออนไลน์ของนายโวลันเธนระบุว่า เขาเป็นวิศกรด้านอินเตอร์เน็ตในเมืองบริสตอล และยังเป็นนักวิ่งมาราธอนอีกด้วย

ริชาร์ด สแตนตัน (คนซ้าย) วัย 56 ปี นายโวลันเธนและนายสแตนตันได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ในนักกู้ภัยในถ้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และยังเป็นสมาชิกของหน่วยกู้ภัยภูมิภาคเวลส์ตอนใต้และตอนกลาง ที่เคยได้เข้าร่วมภารกิจกู้ภัยนักประดาน้ำที่ติดอยู่ในถ้ำในฝรั่งเศสเมื่อปี 2010 มาแล้ว ตามรายงานการกู้ภัยในปี 2010 นายสแตนตันเป็นนักดับเพลิงจากเมืองโคเวนทรี ที่เคยเข้าร่วมภารกิจกู้ภัยชาวอังกฤษ 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำในเม็กซิโกเมื่อปี 2004 ส่วน และในปี 2012 ทั้งคู่ได้รับเหรียญรางวัลที่พระราชวังบัคกิงแฮม ในฐานะที่สร้างคุณงามความดีให้แก่สังคมด้วยการเข้าร่วมภารกิจกู้ภัยนักประดาน้ำที่ติดอยู่ในถ้ำฝรั่งเศส

โรเบิร์ต ชาร์ลส์ ฮาร์เปอร์ วัย 70 ปีจากเมืองซัมเมอร์เซ็ต เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับถ้ำชาวอังกฤษอีกคนอย่าง นายฮาร์เปอร์ ก็มีประสบการณ์การสำรวจถ้ำมาตั้งแต่ปี 1968 เนื่องจากมีภารกิจจึงกลับอังกฤษก่อนในวันที่ 4 กค.62


คริสโตเฟอร์ หรือคริส จีเวลล์ คือหนึ่งในนักประดาน้ำชาวอังกฤษ จาก สมาคมกู้ภัยถ้ำของอังกฤษ หรือ BCRC เขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจถ้ำซึ่งเคยเข้าไปสำรวจถ้ำแห่งใหม่ในอังกฤษและต่างประเทศมาแล้วหลายแห่ง อีกทั้งเมื่อปี 2013 เขานำทีมคณะสำรวจเข้าไปสำรวจระบบถ้ำฮัวอัตล่าในเม็กซิโก ซึ่งเป็นถ้ำที่มีความลึกที่สุดในซีกโลกตะวันตก โดยใช้ระยะเวลาการสำรวจนานถึง 7 สัปดาห์ และเขาได้เข้าไปยังจุดที่ลึกที่สุด ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นจุดที่ลึกที่สุดบนโลกใบนี้เท่าที่มีการสำรวจพบ คริสเคยให้สัมภาษณ์ว่า นักดำน้ำของทีมเขาเป็นนักดำน้ำถ้ำที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งคุ้นเคยกับความท้าทายของการนำทางในน้ำที่มีทัศนวิสัยการมองเห็นที่แย่มาก เขาช่วยเด็กออกมาได้ 3 คน ในการปฏิบัติการครั้งนี้

เจสัน มัลลินสัน คืออีกหนึ่งในนักประดาน้ำชาวอังกฤษ จาก Cave Diving Group หรือกลุ่มดำน้ำถ้ำของอังกฤษ ซึ่งเมื่อปี 2010 เขาคือเจ้าของสถิติโลก ด้วยการดำน้ำลึก 5.5 ไมล์เข้าไปยังถ้ำในสเปน พร้อมกับริก สแตนตันและจอห์น โวแลนเธน โดยใช้ระยะเวลาในการอยู่ในถ้ำมากถึง 50 ชั่วโมง อีกทั้งเขายังเคยสำรวจระบบถ้ำฮัวอัตล่าร่วมกับคริส จีเวลล์ในปี 2013 ด้วย สำหรับเจสันนั้น เขาเริ่มเดินถ้ำตั้งแต่อายุ 16 ปี และเริ่มเรียนดำน้ำเมื่อตอนเข้ามหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีธุรกิจเป็นของตนเอง แต่ก็เป็นสมาชิกของกลุ่มดำน้ำถ้ำ อีกทั้งยังเคยทำงานเป็นนักกู้ภัยด้วย เขาช่วยเด็กออกมาได้ 4 คน ในการปฏิบัติการครั้งนี้ โดยอาสาที่จะช่วยนำหมูป่า ออกมาเป็นคนแรก

6.ไมเคิล เคลย์ตัน นักประดาน้ำจากอังกฤษ ไมเคิลเป็นเจ้าหน้าที่ด้านอุปกรณ์ของสมาคมกู้ภัยถ้ำของอังกฤษ หรือ BCRC ดังนั้นเขาเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ดำน้ำเป็นพิเศษ ซึ่งเขายังทำงานให้กับบริษัทด้านความปลอดภัย เพื่อทดสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำน้ำด้วย


ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส คือแพทย์ชาวออสเตรเลียและมีประสบการณ์ในการดำน้ำมานานกว่า 30 ปี เขาเคยมีส่วนร่วมในการดำน้ำสำรวจถ้ำในประเทศจีน, เกาะคริสต์มาส, นิวซีแลนด์ รวมทั้งในออสเตรเลียด้วย เขาคือคนที่เขาไปตรวจสุขภาพทีมหมูป่าและเป็นคนให้ไฟเขียวว่าน้องๆสามารถออกมาได้แล้ว รวมถึงเป็นคนเสนอแผนการว่าควรให้ใครออกมาก่อนหลัง ส่วนตามแผนการเดิมที่เขาเคยวางเอาไว้ ดร.แฮร์ริสวางแผนจะลาพักร้อนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเพื่อไปเที่ยว แต่แล้วเขาก็ยกเลิกแผนการเพื่อมาช่วยน้องๆทีมหมูป่า ซึ่งเขาคือคนที่นักประดาน้ำชาวอังกฤษสองคนที่เขาไปพบทีมหมูป่าเป็นทีมแรก แนะนำรัฐบาลไทยว่าควรเชิญมาร่วมภารกิจ โดยอดีตหัวหน้างานของดร.แฮร์ริสกล่าวไว้ว่า การที่ดร.แฮร์ริสมีทั้งความรู้ทางการแพทย์และทักษะการดำน้ำ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมนักดำน้ำชาวอังกฤษจึงเรียกร้องให้ดร.แฮร์ริสมาช่วย ส่วนเพื่อนของดร.แฮร์ริสเล่าว่า เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์การดำน้ำในหลายจุดทั่วโลก และในทุกทริปที่ดร.แฮร์ริสจะไปเที่ยว มันต้องเป็นทริปผจญภัยเสียทุกครั้งไป เพราะว่าดร.แฮร์ริสชอบการท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์หรือแบบผจญภัย

แกร์รี่ มิชเชล ผู้ช่วยรองประธานสภากู้ภัยถ้ำประเทศอังกฤษ หรือบีซีอาร์ซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีม เขาเคยเปิดเผยว่า “There are various dive rescue groups across the globe but I would go as far to say that we are one of the top,” แปลว่า มีกลุ่มกู้ภัยดำน้ำหลายกลุ่มทั่วโลก แต่ผมกล้าพูดว่าถึงตอนนี้ พวกเราคือที่หนึ่งของโลก อีกทั้งเขายังเคยบอกด้วยว่า “We were always very confident that we’ve got the best of our guys out there.” พวกเรามั่นใจเสมอว่าเรามีกลุ่มคนที่ดีที่สุดทำงานอยู่ที่นั่น

คอนเนอร์ โร เป็น นักดำน้ำชาวอังกฤษจาก British Cave Rescue Council (BCRC) หรือสภากู้ภัยถ้ำประเทศอังกฤษ เขาชื่นชอบการสำรวจถ้ำ โดยเขาเริ่มต้นดำน้ำฝนถ้ำใน 2012 และนับแต่นั้นมา เขาก็มักเดินทางไปสำรวจถ้ำในอังกฤษและทางตอนใต้ของฝรั่งเศสเป็นประจำ ในปี 2013 โรได้เข้าร่วมการสำรวจระบบถ้ำซิสเตมาอวตลา ซึ่งเป็นถ้ำที่ลึกที่สุดในซีกโลกตะวันตก และเขายังมีประสบการณ์สำรวจถ้ำที่มีความยาวมากที่สุดในสโลวีเนีย


เวิร์น อันเวิร์ธ เวอร์นอน อันเวิร์ธ ผู้เคยอยู่ที่เมืองเซนต์ อัลบานส์ แต่ตอนนี้ปักหลักอยู่ในประเทศไทยแล้ว เป็นชาวอังกฤษคนแรกที่ไปอยู่ในที่เกิดเหตุ เขาเป็นนักสำรวจถ้ำ มีประสบการณ์ผู้อาศัยอยู่ใกล้ถ้ำแห่งนี้ และเป็นตัวแปรสำคัญในการโน้มน้าวเจ้าหน้าที่ของไทยให้เชิญตัวผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักรเข้ามา “ตอนที่หน่วยซีลของไทยเข้าไปในถ้ำแต่ไม่เห็นอะไรเลย เพราะน้ำมันขุ่นมาก พวกเขาจึงกลับออกมา” นายชัยยนต์ ศรีสมุทร สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเพื่อนของนายอันเวิร์ธบอกกับสำนักข่าวเดลีเมล “แต่เขารู้จักชาวอังกฤษหลายคนที่สามารถช่วยได้อย่างแน่นอน”

มาร์ติน เอลลิส มาร์ติน เอลลิส เป็นนักสำรวจชาวอังกฤษที่เคยเข้าไปภายในถ้ำหลวงมาแล้ว นอกจากนี้ เขายังเขียนหนังสือชื่อ ‘เดอะ เคฟ ออฟ ไทยแลนด์’ ภาค 2 ซึ่งมีเนื้อหาเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์การสำรวจถ้ำทางตอนเหนือของประเทศไทยในจังหวัดต่างๆ ที่ขึ้นชื่อว่ามีถ้ำที่ลึกที่สุดและยาวที่สุดในประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, ลำพูน , แม่ฮ่องสอน, น่าน, พะเยา, แพร่, สุโขทัยและอุตรดิตถ์อีกด้วย

มิกโก พาสสิเป็นนักดำน้ำอาสาสมัครชาวฟินแลนด์ ที่พำนักในประเทศไทย เขาทำธุรกิจทัวร์ดำน้ำ Koh Tao Divers Malta เขาเป็นหนึ่งในทีมค้นพบเรือสินค้าของญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จมอยู่ใกล้ชายฝั่ง กัมพูชาด้วย

จิม วาร์นีย์ (คนขวามือ) เป็นนักดำน้ำชาวเบลเยียม อายุ 35 ปี เขามีประสบการณ์และเชี่ยวชาญการดำน้ำในที่แคบ เขายังเป็นสมาชิกชมรมดำน้ำ Irish Cave Rescue Organization ด้วย เป็นตัวแสดงนำในหนัง The Cave

จอช แบรตช์ลีย์ เป็นนักถ่ายภาพชาวอังกฤษ อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของคณะสำรวจนานาชาติที่เข้าไปสำรวจถ้ำขนาดใหญ่ เอ๋อหวังตง ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของจีนมาแล้วนานนับเดือน และเป็นการเดินทางกันไปเองโดยที่ไม่มีทีมกู้ภัยอยู่ใกล้ๆ พวกเขาจึงต้องระมัดระวังกันทุกฝีก้าว

นาวาตรี สมาน กุนัน (จ่าแซม) อดีตทหารประจำหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ภายหลังลาออกจากราชการมาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุฝ่ายรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จ่าแซมเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง เมื่อ วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เวลาประมาณ 01:00 น. จนได้รับสมญานามว่า วีรบุรุษถ้ำหลวง[