Topics

  1. Covid-19 ในระดับโลก จะจบเมื่อไร ?
  2. จะทำนายแนวโน้มไปข้างหน้าได้หรือไม่
  3. สถานการณ์ COVID-19 ในระดับโลกและภูมิภาค/ทวีป ต่างๆ
  4. สถานการณ์ COVID-19 ในภูมิภาค ASEAN
  5. สถานการณ์ ของประเทศต่างๆ

Covid-19 ระดับโลกจะจบเมื่อไร ?

ก่อนที่จะตอบคำถามว่า Covid-19 จะจบเมื่อไหร่ เรามาดูลักษณะกราฟของผู้ติดเชื้อ Covid-19 สะสมของประเทศต่างๆ จะพบว่าแบบแผนการการระบาดจะเริ่มจากการเพิ่มแบบ Exponential ตามด้วย J shape ,S curve แล้วไปจบที่ Logistic Curve เพราะฉะนั้นถ้าพิจารณาจากกราฟจะทำให้ทราบว่า covid-19 จะจบรอบแรกของการระบาดเมื่อไร
  1. บราซิล ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงมาก กราฟ จะเป็น Exponentail Curve (Fig 1)
  2. USA ซึ่งระบาดมาระยะหนึ่งแล้ว กราฟจะเป็น J Shape (Fig 2)
  3. สหราชอาณาจักร ระบาดมาก่อน USA กราฟจะเป็นรูป Begining S Curve (Fig 3)
  4. Italy เป็นประเทศแรกของยุโรปที่มีการระบาด กราฟเป็นรูป S curve (Fig 4)
  5. ไทย ควบคุมการะบาดได้ดี ผู้ป่วยรายใหม่พบน้อยมาก กราฟเป็นรูป Nearly Logistic Curve (Fig 5)
  6. นิวซีแลนด์ ควบคุมการระบาดได้ดีเยียมกราฟเป็นรูป Logistic Curve (Fig 6)

Fig 1 Brazil
Fig 2 USA
Fig 3 UK

Fig 4 Italy
Fig 5 Thailand
Fig 6 New Zealand

กราฟของจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 สะสม ทั่วโลก ยังเป็นรูป J shape (Fig 7) หรืออยู่ในขั้นที่ 2 จากทั้งหมด 6 ขั้น เนื่องจากการระบาดแทนที่จะระบาดพร้อมกันทั้งโลก แต่ศูนย์กลางการระบาดค่อย ๆ เคลื่อนไปจากภูมิภาคหนึ่งไปยังอีกภูมิภาคหนึ่ง ทำให้จบยาก โดยศูนย์กลางการระบาดเริ่มจากเมื่องอูฮั่น มณฑลหูเป่ยของจีนในช่วงปลายเดือน มค. - ต้น กพ.63 จากนั้นศูนย์กลางการระบาดเคลื่อนไปที่ยุโรป ประมาณต้นเดือน มีค.63 แล้วเคลื่อนไประบาดหนักที่อเมริกาเหนือ ประมาณต้น เม.ย.63 จากนั้นไปที่อเมริกาใต้ ปลาย พค.-ต้น มิ.ย.63 เอเชียใต้ (อินเดีย ปากีสถาน) และตะวันออกกลาง มีแนวโน้มว่าอาจจะเป็นศูนย์กลางการระบาดต่อจากอเมริกาใต้ ช่วงเดือน มิย.63 ผู้ติดเชื้อรายไหม่ต่อวีน เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิอนก่อนหน้า ซงบ่งยอกว่า การระบาดยังไม่ถึง Peak และความชันของการเพิ่มในเดือน มิย.63 ก็ยังสูงกว่าเดือนอื่นๆก่อนหน้า จึงคาดไม่ได้ว่าการระบาดในระดับโลกจะสิ้นสุดเมื่อไร เพราะถ้ากราฟมีแนวโน้มเป็น S Curve แล้วพอจะถอดสมการของ Exponentail Function ตาม Fig 8 ได้ แต่กว่ากราฟจะเปลี่ยนจาก J shape ไปเป็น Logistic Curve ดังรูปที่ 8 น่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ ธค.63 แล้วอาจจะขึ้นรอบใหม่ หมุนเวียนภูมิภาคต่างๆต่อไป จนกว่าจะมี vaccine หรือ ภูมิคุ้มกันกลุ่ม (Herd Immunity)
Fig 7 Global Covid-19 Cases
Fig 8 Logistic Curve (New Zealand ) ปกติ แกน Y Logistic Curve จะอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 แต่ ในที่นี้จำนวน Y ที่ได้ต้องหารด้วย จำนวน y สูงสุด
Fig 8 Logistic Function and Equation
หมายเหตุ
  1. คำกล่าวที่ว่า การเพิ่มของจำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มแบบยกกำลัง (Exponential) ถูกต้องไม่หมด แบบแผนการเพิ่มแบบ Exponential นั้นจะพบในช่วงแรก จากนั้นเป็น J Shape , S curve และ Logistic Curve ในท้ายที่สุด (หลักฐานเชิงประจักษ์ดัง Fig 1-6)
  2. เหตุผลที่การติดเชื้อจะแพร่ไปได้เรื่อยๆไม่ได้ เนื่องจากถูก Intervene จาก การควบคุมจากมนุษย์ และการควบคุมจากธรรมชาติ
  3. การควบคุมจากมนุษย์ ได้แก่ การตัดวงจรการระบาดจากมาตรการควบคุมโรค (disease Pevention) ได้แก่ การตรวจหาเชื่อ (Test) การติดตามผู้สัมผัสโรค (track) การกักกันโรค (Isolation or Quarantine) การรักษา (Treat) การคิดค้นวัคซีน เพื่อมาฉีดป้องกัน และมาตรการการส่งเสริมสุขภาพ โดยการยกระดับ Health Literacy ของประชาชนทำให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่สามารถลดการติดต่อได้
  4. การควบคุมจากธรรมชาติ ได้แก่ สภาพถูมิประเทศ หรือฤดูกาลที่ไม่เอื้อต่อการมีชีวิตรอดของเชื้อโรค หรือเมื่อมีการติดเชื้อในประชากรที่มากถึงระดับหนึ่งจะเกิด Herd Immunity ซึ่งจะเป็นการหยุดยั้งการติดเชื้อโดยธรรมชาติ
  5. เมื่อการติดเชื้อถูกควบคุมทั้งจากมนุษย์และจากธรรมชาติ ทำให้อัตราการเพิ่มลดลงไปเรื่อยๆ จนไม่มีการเพิ่ม ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป Infinity การติดเชื่อสะสมจะไม่มากขึ้นหรือจำนวนเพิ่มเป็น 0 จึงเป็นกราฟแบบ Logistic Function

จะทำนายแนวโน้มไปข้างหน้าได้หรือไม่

สามารถทำนายได้บ้าง โดยความแม่นยำของการคาดการณ์จะมากน้อยขึ้นกับ
  1. ขึ้นกับช่วงเวลา ถ้าเป็นช่วงแรกที่การเพิ่มเป็นแบบ Exponential Growth แล้ว โอกาสทำนายผิดจะมาก ถ้าเป็นช่วงที่ growth เป็นแบบ Linear การทำนายจะผิดพลาดน้อย
  2. ช้อมูลย้อนหลังที่นำมาใช้ในการคำนวณ ถ้ามากไปหรือน้อยไป ความผิดพลาดก็จะมาก
  3. ระยะเวลาที่จะคำนวณไปช้างหน้า ถ้าระยะเวลายาว โอกาสผิดพลาดก็จะมาก
  4. มีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์หรือสมมุติฐานไปจากเดิมหรือไม่ การทำนายค่าไปในอนาคต วางอยู่บนสมมุติฐานที่ว่า แบบแผนของอนาคต ถูกกำหนดจากแบบแผนของอดีต

    การคาดการณ์ ไปข้างหน้า 30 วัน โดยใช้ข้อมูลย้อนหลัง 60 วัน

    กราฟ Covid-19 สะสมของประเทศไทย
    วิธีการสร้างกราฟเพื่อทำนายผลไป 30 วันข้างหน้า
    1. ขณะนี้มีข้อมูลมากกว่า 90 วัน ตัดข้อมูลช่วงแรกที่เป็นการเพิ่มแบบ exponential ออก ใช้ข้อมูลย้อนหลัง 60 วันนับจากวันที่ปัจจุบัน แล้วสร้างกราฟแท่งสีน้ำเงิน (ข้อมูลนี้ถือเป็นข้อมูลจริงของประเทศนั้น)
    2. จากข้อมูล 60 วัน นำมาค่า a และ b ใน Linear Regression เมื่อได้สมการแล้ว สร้่างกราฟเส้นตรง (สีแดง) เป็นช้อมูล 60 วัน และทำนายล่วงหน้าไปอีก 30 วันรวม 90 วัน (update ข้อมูลและคำนวณค่า a และ b ใหม่รายประเทศทุกวัน) เส้นนี้จะเป็นเส้นเปรียบเทียบกับกราฟแท่ง ถ้ายอดของกราฟแท่งส่วนใหญ่ทับเส้นแดง แสดงว่า การทำนายจะมีความสัมพันธ์กันสูง ถัาส่วนใหญ่ไม่ทับ แสดงว่าการกระจายไม่ใช่เส้นตรง การทำนายจะผิดพลาดมาก
    กราฟที่แสดงประกอบด้วยกราฟแท่ง (สีน้ำเงิน) โดยใช้ข้อมูลผู้ติดเชื้อสะสม 60 วัน ส่วนกราฟเส้นตรง (สีแดง) เป็นการคำนวณจากข้อมูลผู้ติดเชื้อ 60 วัน เพื่อหาสมการ Linear regression จากนั้น Projection ไปอีก 30 วัน เนื่องจากเป็น Dynamic Graph จึงคำนวณข้อมูลทุกวัน โดยใช้ข้อมูลย้อนหลังจากวันนี้ไป 60 วัน แล้วประมาณการไปข้างหน้า 30 วัน ถ้ายอดกราฟแท่งสีน้ำเงิน อยู่ทับกราฟเส้นตรงสีแดง แสดงว่ามีความสัมพันธ์ (correlation) กันสูงแบบเส้นตรง ยิ่งทับกันมากเท่าไรการทำนายไปอีก 30 วันยิ่งมีความแม่นยำมากขึ้น
  1. การดูจำนวนผู้ป่วยสะสม (กราฟแท่งสีน้ำเงิน) เมื่อเทียบกับกราฟเส้นสีแดง ก็จะทำให้ทราบการควบคุมโรคระบาดว่าทำได้ดีหรือไม่เมื่อเทียบกับผลงาน 60 วันที่ผ่านมา ถ้ากราฟแท่งในวันหลังๆ อยู่เหนือเส้นสีแดง แสดงว่าควบคุมไม่ดี ถ้ากราฟแท่งอยู่แต่เส้นสีแดงแสดงว่าควบคุมได้ดี
  2. การ Monitor แนวโน้มดังกล่าว เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเบี่ยงเบนออกไป ก็ต้องเข้มงวดมาตรการเพื่อควบคุมให้กราฟแท่งกลับมาอยู่ใต้เส้นแดง
  3. แบบแผนของกราฟมี 6 แบบ (ดูอธิบายแต่ละแบบในรูปด้านล่าง)
รูปที่ 1 เป็นแบบแผนที่ควบคุมการระบาดได้ไม่ดี การเพิ่มขึ้นเป็นแบบยกกำลัง (Exponential)
รูปที่ 2 เป็นแบบแผนที่ควบคุมการระบาดได้ดีขึ้น การเพิ่มขึ้นเป็นแบบเส้นตรง (Linear) ดูความชันของเส้นกราฟจะทำให้รู้ว่าอัตราการเพิ่มมากน้อยเพียงไร
รูปที่ 3 เป็นกราฟแบบเส้นตรง ซึ่งมีแนวโน้มเบี่ยงเบนออกไป ซึ่งถ้าควบคุมไม่ได้ ก็จะเป็นจุดเปลี่ยนให้กราฟเป็นแบบยกกำลัง (Exponential) ถ้าควบคุมได้ดีก็สามารถกดลงมาให้เป็นเส้นตรงได้

รูปที่ 4 เป็นกราฟที่ควบคุมการระบาดได้ดีขึ้น จะเริ่มเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู แต่ยังมีความแหลมอยู่
รูปที่ 5 เป็นกราฟที่ควบคุมการระบาดได้จนรายใหม่น้อยลง จะเห็นกราฟเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู ที่มีความแหลมน้อยลงแต่ยังไม่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
รูปที่ 6 การควบคุมได้ดี จนแทบไม่พบรายใหม่ กราฟเปลี่ยนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

สถานการณ์ในระดับโลกและระดับภูมิภาค/ทวีป

ผู้ติดเชื้อสะสมของทั้งโลกยังมีแนวโน้มขึ้นแบบเส้นตรง โดยคิดว่าอีก 30 วันข้างหน้าจะเพิ่มจาก 10 ล้านคนเป็น 12.7 ล้านคน
ผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพิ่มขึ้นวันละ 1.5-1.8 แสนราย ซึ่งในอีก 30 วันข้างหน้า ผู้ป่วยรายใหม่จะเพิ่มประมาณ 2 แสนคนต่อวัน
ผู้เสียชีวิตจะเพิ่มจาก 5 แสนราย เป็น 6.3 แสนราย ในอีก 30 วันข้างหน้า

อัตราป่วยตายหรือ Case Fatality มีแนวโน้มลดลง จาก 5% เหลือ 3.93 % ในอีก 30 วันข้่างหน้า ตัวเลขนี้น่าจะสูงกว่าความเป็นจริง เนื่องจาก จำนวนผู้เสียชีวิตที่เป็นตัวตั้ง เก็ยได้ครบ แต่ผู้ติดเชื้อที่เป็นตัวหารนั้นต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้อัตราป่วยตายสูงเกินจริง
จำนวนผู้ป่วยจำแนกตามภูมิภาค โดยศุนย์กลางเริ่มจาก เอเชียตะวันออก (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี) ในช่วงเดือน กพ. จากนั้นศูนย์กลางเคลื่อนไปยุโรปในเดือน มีนาคม และไปที่อเมริกาเหนือในเดือน เมษายน และช่วงเดือน พฤษภาคม ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มมากที่ทวีปอเมริกาใต้ (บราซิล เปรู) เอเชียใต้ (อินเดีย ปากีสถาน) คาดว่าเดือนมิถุนายน ศูนย์กลางน่าจะไปอยู่ที่ อเมริกาใต้ และเอเชียใต้ ดูรายละเอียดที่ update ล่าสุด
จำนวนผู้ติดเชือ สะสม ของทวีปต่างๆ ได้แก่ ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ อัฟริกา เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทวีปออสเตรเลีย
ผู้ป่วยรายใหม่ใน ยุโรป อเมริกาเหนือ ลดลง ส่วน อเมริกาใต้ เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง เพิ่มสูงขึ้น จนน่าจะเป็นศูนย์กลางการระบาดใหม่ในเดือน กค.63
เอเชียตะวันออก (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาด ในช่วงเดือน กพ.63 นั้น ภูมิภาคนี้สามารถควบคุมโรคได้ และมีการเพิ่มของรายใหม่น้อยมาก (แบบแผนของกราฟเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า)
ยุโรปที่เป็นศูนย์กลางการระบาดต่อจากเอเชียตะวันออก อัตราการเพิ่มเป็นแบบเส้นตรง ไม่ได้เป็นแบบยกกำลัง (Exponential) โดยจำนวนผู้ติดเชื้อ จะเพิ่มจาก 2.2 ล้านคน เป็น 3.2 ล้านคนในอีก 30 วันช้างหน้า

ทวีป อเมริกาเหนือ อัตราการเพิ่มแบบเส้นตรง จำนวนผูติดเชื่อจะเพิ่มจาก 2.6 ล้านราย เป็น 3.2 ล้าน รายในอีก 30 วันข้างหน้า
ทวีปอเมริกาใต้ การเพิ่มขึ้นเป็นแบบยกกำลัง (Exponential) ไม่ใช้ Linear จึงไม่สามารถที่จะทำนายแนวโน้มอีก 30 วันได้ (แต่น่าจะไม่จะไม่ต่ำกว่า 3.5 ล้านคน ถ้าอัตราการเพิ่มยังเป็นอัตราดังกล่าวอยู่)
เอเชียใต้ (อินเดีย ปากีสถาน) จำนวนรายเท่ากับ 8 แสนราย การเพิ่มเป็นแบบยกกำลัง (Exponetial) ไม่ใช้ Linear จึงยังไม่สามารถคาดการณ์ในอีก 30 วัยข้างหน้าได้ (คิดว่าไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้าน ราย)

ตะวันออกกลาง การเพิ่มในระยะแรกจะเป็นเส้นตรง แต่ในช่วงหลังการเพิ่มจะเลยเส้นแดง ทำท่าจะเป็นแบบยกกำลัง ถ้าอยูบนสมมุติฐานว่าสามารถควบคุมได้ และการเพิ่มเป็นเส้นตรง ตะวันออกกลางจะเพิ่มจาก 0.81 ล้าน ราย เป็น 1.2 ล้านรายในอีก 30 วันข้างหน้า
South East Asia หรือประเทศ Asean การเพิ่มเป็นแบบเส้นตรง ผู้ป่วยสะสม จะเพิ่มจาก 1.4 แสน ราย เป็น 1.9 แสน ราย โดยพบมากที่ สิงคโปร์ อินโดนีเขีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม เมียนมา และลาว ตามลำดับ โดยอัตราการเพิ่มของ อินโดนีเชีย ฟิลิปปินส์ อยู่ในอัตราที่น่าเป็นห่วง
ทวีปออสเตรเลีย กราฟเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แสดงว่าไม่มการเพิ่มมา 2 เดือน ซึ่งอีก 30 วันข้างหน้าตัวเลขคงแตกต่างกันไม่มากจากวันนี้

สถานการณ์ในภูมิภาค ASEAN

ผู้ติดเชื่อ สะสมของประเทศในกลุ่ม ASEAN เรียงลำดับจากประเทศที่พบมากได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเชีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม เมียนมา ลาว
ผู้ป่วยรายใหม่ที่พบมากใน 3 ประเทศ เรียงตามลำดับคือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์
เสียชีวิตมาก ตามลำดับได้แก่ อินโดนีเชีย ฟิลิปปินส์ มาเลเชีย ไทย และ สิงคโปร์

อัตราป่วยตาย (Case Fatality %) เรียงตามลำดับได้แก่ อินโดนีเซีย (5.9%) ,ฟิลิปปินส์ (4.6%),เมียนมา (2.8%) ไทย (1.8%) ,มาเลเซีย (1.4%) และ สิงคโปร์ (0.06%)

สถานการณ์ของประเทศต่างๆ

Top 20 ประเทศของผู้ป่วยสะสม ณ.วันที่ 28 มิย.63
Top 20 ประเทศของผู้ป่วยรายใหม่ ณ.วันที่ 28 มิย.63
ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ป่วยสะสม จะเพิ่มจาก 2.45 ล้านราย เป็น 3.0 ล้าน รายในอีก 30 วันข้างหน้า

ประเทศบราซิล ผู้ป่วยสะสม เท่ากับ 1.3 ล้านราย เนื่องจากเพิ่มแบบยกกำลัง คาดการณ์แนวโน้มในอีก 30 วันข้างหน้าไม่น่าจะต่ำกว่า 2 ล้านราย
ประเทศรัสเซีย ผู้ป่วยสะสม จะเพิ่มจาก 6.3 แสนราย เป็น 9.2 แสน รายในอีก 30 วันข้างหน้า
ประเทศสหราชอาณาจักร โดยจะเพิ่มจาก 3.1 แสน ราย เป็น 3.5 แสน รายในอีก 30 วันข้างหน้า (ต่ำกว่าเส้นแดงที่เป็นเส้นทำนาย)

ประเทศอินเดีย ผู้ป่วยสะสม เท่ากับ 5.3 แสนราย เนื่องจากเพิ่มแบบยกกำลัง จึงยังไม่คาดการณ์แนวโน้มในอีก 30 วันข้างหน้า
ประเทศสเปน ผู้ป่วยสะสม จะเพิ่มจาก 2.5 แสนราย เป็น 2.7 แสน รายในอีก 30 วันข้างหน้า (กราฟแท่งอยู่ใต้เส้นแดง)
ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นประเทศแรกในยุโรปที่พบการระบาดหนัก ผู้ป่วยสะสม จะเพิ่มจาก 2.4 แสน ราย เป็น 2.5 แสน รายในอีก 30 วันข้างหน้า (ต่ำกว่าเส้นแดงที่เป็นเส้นทำนาย)

ประเทศเปรู ผู้ป่วยสะสม เท่ากับ 2.7 แสนราย เป็น 4. แสนราย ในอีก 30 วันข้างหน้า
ประเทศเยอรมัน ผู้ป่วยสะสม จะเพิ่มจาก 1.8 แสนราย เป็น 2.1 แสนราย ในอีก 30 วันข้างหน้า (กราฟแท่งอยู่ใต้เส้นแดง)
ประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศแรกในตะวันออกกลางที่พบการระบาดหนัก ผู้ป่วยสะสม จะเพิ่มจาก 2.2 แสน ราย เป็น 2.8 แสน รายในอีก 30 วันข้างหน้า

ประเทศตรุกี ผู้ป่วยสะสม จะเพิ่มจาก 1.9 แสนราย เป็น 2.3 แสนรายในอีก 30 วันข้างหน้า (กราฟแท่งอยู่ใต้เส้นแดง)
ประเทศฝรั่งเศส ผู้ป่วยสะสม จะเพิ่มจาก 1.56 แสนราย เป็น 1.7 แสน รายในอีก 30 วันข้างหน้า (กราฟแท่งอยู่ใต้เส้นแดง)
ประเทศชิลิ ผู้ป่วยสะสม ผู้ติดเชื้อ 2.7 แสน ราย เนื่องจากเป็นการเพิ่มแบบยกกำลังจึงไม่ทำนายผลอีก 30 วันข้างหน้า

ประเทศแมกซิโก ผู้ป่วยสะสมเท่ากับ 2 แสนราย เนื่องจากเป็นการเพิ่มแบบยกกำลังจึงไม่ทำนายผลอีก 30 วันข้างหน้า
ประเทศปากีสถาน ผู้ป่วยสะสมเท่ากับ 2.0 แสนราย เนื่องจากเป็นการเพิ่มแบบยกกำลังจึงไม่ทำนายผลอีก 30 วันข้างหน้า
ประเทศนิวซีแลนด์ ผู้ป่วยสะสม ผู้ติดเชื้อ 1,176 เพิ่มจากวันที่ นายกรัฐมนตรีจึงอออกมาประกาศให้ประชาชนใช่้ชีวิตปกติ ไม่กี่ราย

ประเทศสวีเดน เป็นประเทศที่เชื่อมั่นในความรับผิดชอบของคนสวีดิช ไม่ประกาศ Lockdown ซึ่งในเดือน มิย.63 ไม่สามารถควบคุมการระบาดได้เหมือนเดิม ผู้ป่วยสะสม เพิ่มจาก 65,137 ราย เป็นอย่างน้อย 83,386 รายในอีก 30 วันข้างหน้า (กราฟแท่งอยู่เหนือเส้นแดง)
ประเทศญี่ปุ่น ผู้ป่วยสะสมเท่ากับ 18,390 ราย จะเพิ่มเป็น 19,964 รายอีก 30 วันข้างหน้า (กราฟแท่งอยู่ใกล้เส้นแดง)
ประเทศเกาหลีใต้ ผู้ป่วยสะสม จะเพิ่มจาก 12,715 รายเป็น 13,612 ราย (ประเทศนี้คลายล๊อคสลับการล๊อค เมื่อมีเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ด้วยความมั่นใจในระบบสาธารณสุขและระบบข้อมูลข่าวสารที่แข็งแรงก็สามารถควบคุมการระบาดได้ ทำให้เศรษฐกิจเดินไปได้โดยที่ภาพรวมการติดเชื้อในระยะยาวกระทำได้ดี จะเห็นรูปกราฟแท่ง เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า)

ประเทศสิงคโปร์ ผู้ป่วยสะสมจะเพิ่มจาก 43,246 เป็น 50,000 ราย ในอีก 30 วันข้างหน้า ประเทศสิงคโปร์เพลี่ยพล้ำที่ปล่อยให้มีการระบาดในแรงงานต่างชาติที่อาศียอยู่อย่างแออัด ทำให้ตัวเลขเพิ่มสูงสุดใน ASEAN แต่ก็สามารถควบคุมการระบาดได้ ปล่อยให้การดำเนินชีวิตและทางเศรษฐกิจเดินหน้า ถ้ามีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นก็ทำ circrit breaker เพื่อจัดการด้านสังคม เศรษฐกิจ ควบคู่กับการควบคุมโรค
ประเทศอินโดนีเซีย ผู้ป่วยสะสมจะเพิ่มจาก 52,812 ราย กราฟมีแนวโน้มจะเป็น Exponentail จึงไม่คาดการณ์ อีก 30 วันข้างหน้า (กราฟแท่งอยู่เหนือเส้นแดง)
ประเทศฟิลิปปินส์ ผู้ป่วยสะสมเท่ากับ 34,803 ราย กราฟมีแนวโน้มเป็น Exponential จึงไม่คาดการณ์ ในอีก 30 วันข้่างหน้า

ประเทศมาเลย์เซีย ผู้ป่วยสะสมจะเพิ่มจาก 8,616 ราย เป็นไม่เกิน 10,000 รายในอีก 30 วันข้างหน้า
ประเทศไทย ผู้ป่วยสะสมจะเพิ่มจาก 3,162 ราย เป็น 3,282 รายในอีก 30 วันข้างหน้า กราฟแท่งอยู่ใต้เส้นแดง
ประเทศเวียดนาม ผู้ป่วยสะสมจะเพิ่มจาก 355 ราย เป็น 400 รายในอีก 30 วันข้างหน้า (9 กค.63) กราฟแท่งอยู่ใต้เส้นแดง ประเทศเวียดนามเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกว่าควบคุม Covid-19 ได้ดี เป็นประเทศที่ปิดน่านฟ้าแต่เนิ่นๆ และใช้การตรวจเชื้อ (Test) และติดตามผู้ป่วย (Track) เพื่อควบคุมการระบาดแต่เนิ่นๆ และแม้จะไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศเกือบ 2 เดือน ก็ยังไม่เปิดน่านฟ้า

ประเทศเมียนมา ผู้ติดเชื้อสะสม จะเพิ่มจาก 296 ราย เป็น 374 รายในอีก 30 วันข้างหน้า
ประเทศกัมพูชา ผู้ติดเชื้อสะสม จะเพิ่มจาก 139 ราย เป็น 145 รายในอีก 30 วันข้างหน้า