เนื้อหา

  1. อะไรคือข้อห่วงใยจากการที่เชื้อโรคกลายพันธ์
  2. เชื้อกลายพันธ์ที่น่าห่วงใย (Variance of Concern หรือ VOC) กับเชื้อกลายพันธ์ที่น่าสนใจ (Variance of Interest หรือ VOI) ต่างกันอย่างไร
  3. ผลการกลายพันธ์ ต่อการติดต่อ
  4. ประสิทธิภาพของการวัคซีนต่อสายพันธ์ต่างๆที่กลายพันธ์
  5. แผนที่การกระจายสายพันธ์ต่างๆในภูมิภาคหรือประเทศต่างๆ
  6. การศึกษา (Prepaper ที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์) ในเยอรมัน โอกาสในการติดเชื้อในเด็ก 0-5 ปี ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ และ การศึกษาเรื่อในยุโรป 7 Paper เรื่องความรุนแรงของแต่ละสายพันธ์
  7. สรุปเกี่ยวกับเชื้อกลายพันธ์ที่น่ากังวล (VOC)

อะไรคือข้อห่วงใยจากการที่เชื้อโรคกลายพันธ์

Covid-19 คือชือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า SAR-COV-2 การกลายพันธ์ของ SAR-Cov-2 จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่าการกลายพันธุ์จะทำให้เกิด
  1. ประเด็นในด้านการวินิจฉัย เชื้อที่กลายพันธุ์ จะทำให้หลบการวินิจฉัยหรือไม่
  2. ประเด็นด้านการป้องกัน การกลายพันธุ์จะทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันจากวัควีนลลงหรือไม่
  3. ประเด็นด้านการติดต่อ การกลายพันธุ์จะทำให้โรคติดต่อได้ง่ายขึ้นหรือไม่
  4. ประเด็นด้านความรุนแรง การกลายพันธุ์จะทำให้ความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้นหรือไม่

เชื้อกลายพันธ์ที่น่าห่วงใย (Variance of Concern หรือ VOC) กับเชื้อกลายพันธ์ที่น่าสนใจ (Variance of Interest หรือ VOI) ต่างกันอย่างไร

  1. เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 ซึ่งก็คือ SAR-COV-2 นั้นมีการกลายพันธ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยองค์การอนามัยแบ่งเชื้อที่กลายพันธ์ เป็น 2 ประเภทคือ การกลายพันธ์ที่น่าสนใจ (VOI) และถ้าการกลายพันธ์ที่น่าสนใจ ถ้ามีความสำคัญมาก เช่นเกิดการระบาดมาก หรือมีแนวโน้มที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น หรืออาจจะลดประสิทธิภาพของวัคซีน ก็จะยกระดับเป็น เชื้อเชื้อกลายพันธ์จากที่น่าสนใจ เป็นเชื้อกลายพันธ์ที่น่ากังวล (Variance of Concern หรือ VOC)
  2. เชื้อกลายพันธ์ที่น่าสนใจ (VOI) เป็นดังตารางด้านล่าง
  3. เชื้อกลายพันธ์ที่น่าห่วงใย (VOC) มีอยู่ 4 ตัว แต่การเรียกชื่อตามชื่อจริงนั้นยาก จึงเรียกชื่อตามประเทศที่พบครั้งแรก ได้แก่ สายพันธ์อังกฤษ (B.1.1.7) สายพันธ์อัฟริกา (B.1.351) สายพันธ์บราซิล (B.1.1.28.1 หรือชื่อเล่นว่า P1) สายพันธุ์อินเดีย (B.1.617) ที่จริงสายพันธ์นี้แบ่งเป็น 3 สายพันธ์ย่อยคือ B.1.617 .1 ,B.1.167.2 (สายพันธ์ที่ระบาดใหญ่ที่อินเดีย) , B.1.167.3 เป็นดังตารางด้านล่าง
  4. สายพันธ์อินเดีย เป็นสายพันธ์ที่น่าห่วงใย เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างมากที่อินเดีย เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของตัว base ดังนี้
    1. E484Q (ตำแหน่ง 484 ตัว E ถูกแทนที่ด้วยตัว Q) การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้่ภูมิคุ้มกันจำตัวเชื้อไวรัสไม่ได้ หรือเรียกว่า หลบภูมิคุ้มกัน ทำให้กังวลว่าวัคซีนที่มีอยู่ตอนนี้จะป้องกันโรค covid-19 ที่มีการกลายพันธ์ไม่ได้
    2. L452R (ตำแหน่ง 452 ตัว L ถูกแทนที่ด้วยตัว R) การเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้การติดต่อมากขึ้นกว่าเดิม
    3. P681R (ตำแหน่ง 681 ตัว P ถูกแทนที่ด้วยตัว R) การเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้เชื้อไวรัสเข้าเซลได้ง่ายขึ้น

ผลการกลายพันธ์ ต่อการติดต่อ

  1. การติดต่อ (Transmissibility) เพิ่มขึ้นทั้ง 4 สายพันธุ์
  2. ความรุนแรง (Severity) แม้จะยังไม่มีการยืนยัน แต่มีโอกาสที่จะเพิ่มโอกาสการรับเข้าเป็นผู้ป่วยใน เพิ่มความรุนแรง และเพิ่มโอกาสเสียชีวิต
  3. ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำ (Risk of reinfection) ขึ้นกับสายพันธ์ ถ้าเป็นสายพันธ์อังกฤษ ไม่มีผลต่อการทำงานของภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำ แต่สายพันธ์ อัฟริกา บราซิล นั้นมีผลทำให้ลดการทำงานของภูมิคุ้มกัน ทำให้เพิ่มโอกาสการติดเชื้อซ้ำ
  4. ผลต่อการวินิจฉัย (หลบการวินิจฉัย) สายพันธ์อังกฤษ อัฟริกา ไม่มีผลทำให้หลบการวินิจฉัย แต่สายพันธ์บนาซิล กับ อินเดียอยู่ในช่วงการศึกษา

ประสิทธิภาพของการวัคซีนต่อสายพันธ์ต่างๆที่กลายพันธ์

  1. สายพันธ์อังกฤษประสิทธิภาพของวัคซีนในการลดการติดเชื้อเท่าเดิม สายพันธ์อื่นๆได้แก่ สายพันธ์อัฟริกา บราซิล อินเดีย ประสิทธิภาพในการลดการติดเชื้อของวัคซีนลดลง
  2. ประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงจากโรคของ
    1. วัคซีน AstraZeneca สำหรับสายพันธ์อังกฤษ ประสิทธิภาพไม่ลดลงหรือลดลงเล็กน้อย
    2. วัคซีน Johnson&Johnson และ Pfizer สำหรับสายพันธอัฟริกา ประสิทธิภาพไม่ลดลงหรือลดลงเล็กน้อย
    3. สำหรับสายพันธ์บราซิลและอินเดีย ข้อมูลยังไม่เพียงพอ
  3. ประสิทธิภาพในการลดอาการ
    1. วัคซีน AstraZeneca ,Novavax,Pfizer สำหรับสายพันธ์อังกฤษ ประสิทธิภาพไม่ลดลงหรือลดลงเล็กน้อย
    2. วัคซีน Johnson&Johnson และ Novavax สำหรับสายพันธอัฟริกา ประสิทธิภาพลดลปานกลาง(Moderate) ส่วน Astrazenaca สำหรับสายพันธ์อัฟริกา ลดลงมาก (Substantial) (ข้อสรุปไม่เอกฉันท์ เนื่องจากจำนวนตัวอย่าง (sample size) มีอยู่จำกัด)
    3. วัคซีน sinovac สำหรับสายพันธ์บราซิล ประสิทธิภาพไม่ลดลงหรือลดลงเล็กน้อย
    4. วัคซีน AstraZeneca (เข็มแรก) ,Pfizer (เข็ม 2) สำหรับสายพันธ์อินเดีย ประสิทธิภาพไม่ลดลงหรือลดลงเล็กน้อย
  4. ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ
    1. วัคซีน AstraZeneca ,Novavax,Pfizer สำหรับสายพันธ์อังกฤษ ประสิทธิภาพไม่ลดลงหรือลดลงเล็กน้อย
    2. วัคซีน Pfizer สำหรับสายพันธอัฟริกา ประสิทธิภาพลดลงปานกลาง
    3. วัคซีน sinovac สำหรับสายพันธ์บราซิล ประสิทธิภาพไม่ลดลงหรือลดลงเล็กน้อย
    4. วัคซีน AstraZeneca (เข็มแรก) ,Pfizer (เข็ม 2) สำหรับสายพันธ์อินเดีย ประสิทธิภาพไม่ลดลงหรือลดลงเล็กน้อย
  5. ประสิทธิภาพในป้องกันไม่ให้มีอาการแม้จะมีการติดเชื้อ
    1. Pfizer สำหรับสายพันธ์อังกฤษ ประสิทธิภาพไม่ลดลงหรือลดลงเล็กน้อย สำหรับวัคซีน Astraeneca ประสิทธิภาพลดลงปานกลางถึงมาก(ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่นอนเนื่องจากตัวอย่างในการศึกษาน้อย)
    2. สำหรับสายพันธุ์อื่นๆ ยังไม่สามารถสรุปได้

แผนที่การกระจายสายพันธ์ต่างๆในภูมิภาคหรือประเทศต่างๆ

จากแผนที่พบว่าประเทศไทยมีครบทุกสายพันธ์ที่น่ากังวล

การศึกษา (Prepaper ที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์) ในเยอรมัน โอกาสในการติดเชื้อในเด็ก 0-5 ปี ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ และ การศึกษาเรื่อในยุโรป 7 Paper เรื่องความรุนแรงของแต่ละสายพันธ์

  1. การศึกษาอัตราการติดเชื้อในเด็ก 0-5 ปี เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ พบว่า ในศูนย์เลี้ยงเด็กเล็ก อัตรการติดเชื้อ ในเด็กและผู้ใหญ่เท่ากัล 23% และ 30% ตามลำดับ ในชุมชุมเท่ากับ 32% และ 39% ตามลำดับ ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ข้อมูลนี้สนับสนุนว่าเด็กและผู้ใหญ่มีอัตราการติดเชื้อไม่ต่างกัน การฉีดวัคซีนในเด็กจึงมีความจำเป็น
  2. 7 การศึกษาในยุโรป เกี่ยวกับความรุนแรงของสายพันธ์ต่างๆ โดยวัดจากการรับเข้ารักษาใน รพ.หรือการเข้า ICU
    สายพันธุ์ อังกฤษ อินเดีย บราซิล Non VOC
    Admit 11% 19% 20% 7.5%
    เข้า ICU 1.4% 2.3% 2.1% 0.6%

สรุปเกี่ยวกับเชื้อกลายพันธ์ที่น่ากังวล (VOC)

  1. ปัจจุบันเชื้อกลายพันธุ์ที่น่ากังวล (VOC) มี 4 สายพันธ์คือ สายพันธุ์ อังกฤษ อินดีย อัฟริกา และ บราซิล
  2. เชื้อกลายพันธ์ที่น่ากังวล ส่งผลให้อัตราการติดเชื้อง่ายขึ้น และเชื้อกลายพันธ์แต่ละชนิดสามารถลดประสิทธิภาพของวัคซีนลง โดยลดลงมากน้อยต่างกันขึ้นกับวัคซีนแต่ละชนิดที่จะตอบสนองกับชนิดของสายพันธ์ที่มีการกลายพันธ์
  3. สายพันธ์ของไวรัส SAR-COV-2 นั้นมีการกลายพันธ์ตลอดเวลาไม่หยุดนิ่ง มีความจำเป็นต้องติดตามประเภทของเชื้อที่กลายพันธ์ว่าเป็นสายพันธ์ใด เพื่อที่จะเลือกวัคซีนที่เหมาะสมกับสายพันธุ์นั้นๆ
  4. โควิด-19 เป็นโรคที่มีความแน่นอนสูง การคาดการณ์เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก การคาดการณ์ผิดจึงเป็นเรื่องที่น่าให้อภัยถ้าคาดการณ์ผิดแล้วมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์