ชนชาติยิว…มีศาสนายูดาห์หรือศาสนายิว (Judaism) เป็นวิถีชีวิต เป็นปรัชญา ศาสนาเอกเทวนิยม คือ มีพระเจ้าองค์เดียว คัมภีร์ของศาสนายูดาห์มีอิทธิพลอย่างมากต่อกลุ่มศาสนา คือ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ยิว เป็นชนชาติที่ เก่ง ฉลาด มีทักษะเรื่องค้าขาย การเงิน การคลัง เป็นนักวิทยาศาสตร์เอกของโลก เก่งทุกทาง รักพวกพ้อง

   ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2482-2488) ฮิตเลอร์เถลิงอำนาจ ยึดดินแดนทั่วยุโรป สั่งไล่ล่าพิฆาตชาวยิวสุดขอบฟ้า ในเยอรมัน ในยุโรป อยู่ที่ไหน “หน่วยข่าวลับ” ต้องไปหายิวให้เจอ แล้ว “จัดการ” เด็ก ผู้หญิง คนชรา ชาวยิว ต้องโกนหัว แก้ผ้า เดินเข้าห้องอบก๊าซพิษ ตายนับล้านคน… อีกนับแสน ถูกขังในคุกหลายแห่งในยุโรป เพื่อรอเข้าห้องอบก๊าซพิษให้ตาย…โชคดีสงครามจบลงก่อน เมื่อเยอรมันแพ้สงครามในยุโรป… ทหารอเมริกันที่บุกเข้าในโปแลนด์ ไปปลดปล่อย ให้ชีวิตชาวยิวนับแสนคนในที่คุมขังมีสภาพผอมโซ ป่วย ถูกทหารเยอรมันทรมานปางตาย ทหารรัสเซียที่เป็นปรปักษ์กับนาซีเยอรมัน บุกไปปลดปล่อยชาวยิวนับหมื่นในค่ายกักกัน ให้รอดจากเงื้อมมือยมบาลเยอรมันนาซี ถ้าครั้งนั้นเยอรมันชนะสงคราม…คงล้างเผ่าพันธุ์ยิวหมดไปจากโลก

   ผู้เขียนขอกระชับเรื่องราว…ที่มา-ที่ไปของชนชาติยิวครับ ตามคัมภีร์โบราณของศาสนายูดาห์ กล่าวว่า…ชาวยิวเริ่มต้นมาจากชายชื่อ “อับราฮัม” อาศัยอยู่ในเมืองคลาเดีย บาบิโลน ในเวลานั้น เมืองต่างๆ มีพระเจ้าหลายองค์ อับราฮัมคิดเสมอว่า “พระเจ้าที่แท้จริง” จะต้องมีองค์เดียวเท่านั้น ที่อับราฮัมเชื่อและมุ่งมั่นเช่นนี้ เพราะว่าวันหนึ่ง…ตัวเขาได้พบกับพระเจ้า พระองค์ได้ให้เขากับครอบครัว เดินทางไปยัง “ดินแดนแห่งพันธสัญญา” ที่พระองค์ได้ประทานให้

   ต่อมาอับราฮัมและนางซาร่า ให้กำเนิดลูกชายตามที่พระเจ้าได้ทรงประทานชื่อว่า “ไอแซ็ค” ต่อมาไอแซ็คก็มีบุตร 2 คนชื่อ “เอซาว” กับ “จาค็อบ” วันหนึ่ง….จาค็อบได้ต่อสู้กับชายคนหนึ่ง หลังการต่อสู้ยุติลง ชายคนนั้นได้บอกว่า “ต่อไปนี้จาค็อบจะได้ชื่อใหม่ว่า อิสราเอล” จาค็อบได้ขอให้ชายคนนั้นอวยพรให้กับเขา มั่นใจว่า…. “นี่คือพระเจ้าที่เขาได้พบจริง”

   จาค็อบประกาศและปฏิญาณว่าจะเป็นผู้ที่ยึดมั่นในพระเจ้าอย่างเคร่งครัด เรียกชื่อตนเองว่าอิสราเอล (Israel) แปลว่า “บ่าวของพระเจ้า” อิสราเอลมีลูก 12 คน …2 คนสำคัญ คือ โจเซฟ (Joseph) และยูดาห์ (Judah)

   “โจเซฟ” มีโอกาสเข้าไปรับราชการในราชสำนักของกษัตริย์ฟาโรห์แห่งอียิปต์ และได้ทำความดีความชอบเป็นที่โปรดปราน ฟาโรห์ จึงแต่งตั้งให้เป็น อัครมหาเสนาบดี ในราชสำนักอียิปต์

   กาลเวลาผ่านไปราว 400 ปี มีการเรียกคนที่มีเชื้อสายอิสราเอลว่า ฮิบรู และถูกเรียกว่า ยิว ในเวลาต่อมา… ในระยะนั้น….ชาวฮิบรูได้พากันอพยพเข้าไปในประเทศอียิปต์เป็นจำนวนมาก ชาวฮิบรู แข็งแรง ขยันขันแข็งในการทำงาน มีความอดทนต่อความยากลำบาก มีสติปัญญาดี

   เมื่ออัครเสนาบดีโจเซฟได้สิ้นชีวิตลง ฟาโรห์องค์ต่อมาเกิดไม่ไว้วางใจชาวฮิบรู โดยเกรงว่าจะเป็นภัยต่ออียิปต์ จึงได้มีคำสั่งให้สลายชาวฮิบรู ลดฐานะลง โดยให้ไปเป็นทาสในการก่อสร้างพีระมิด

   คนกลุ่มนี้…ต่อมาถูกเรียกว่า “ชาวยิว” โมเสส (Moses) คือ หัวหน้าชาวฮิบรู/ยิว ที่ตกยากอยู่ในอียิปต์ วันหนึ่งท่ามกลางความลำบากยากแค้นแสนสาหัสของชาวยิว โมเสส….ได้รับบัญชาจากพระเจ้าให้ปลดแอกชาวยิวในอียิปต์ พระเจ้ามีบัญชาให้เขานำชาวยิวออกจากอียิปต์ เพื่อกลับไปยังดินแดน “ปาเลสไตน์” โมเสส ทำตามบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า…พาชาวยิวอพยพ

   กองทัพอียิปต์เข้าขัดขวางการอพยพครั้งใหญ่ ชาวยิวมาถึงชายทะเล ไม่สามารถข้ามทะเลไปได้… กำลังจะถูกสังหาร หากแต่พระผู้เป็นเจ้าได้แสดงอภินิหาร แหวก “ทะเลแดง” ให้ชาวยิวอพยพเดินผ่านทะเลไปได้อย่างน่าอัศจรรย์…ชาวยิวรอดตาย น้ำทะเลไหลกลับมาท่วม ทำลายทหารอียิปต์ที่ตามมาโจมตี ระหว่างทาง…โมเสสได้พบกับพระเจ้าบนภูเขาซีนาย โมเสสและชาวยิวตั้งค่ายพักแรมใกล้ภูเขาแห่งนี้เป็นเวลาสามเดือน

   พระผู้เป็นเจ้าประทานกฎของพระองค์ให้โมเสส และเพื่อชาวอิสราเอล มีการสร้างพลับพลาขึ้นที่นี่ด้วย ชาวยิวได้รับบัญญัติ 10 ประการ (Ten commandments) จากพระเจ้า หากในเวลาต่อมา แต่ชาวยิว…ไม่ปฏิบัติตามกฎของพระเจ้า จึงถูกลงโทษให้หลงทางในทะเลทรายเป็นเวลา 40 ปี จึงไปถึง “คนาอัน” หรือปาเลสไตน์ ซึ่งเป็น “ดินแดนแห่งพันธสัญญา”

   โมเสสชราภาพมาก….จึงเลือก “โจชัว” ให้นำชาวอิสราเอลกลับเข้าไปสู่ปาเลสไตน์ … และต่อมาโมเสสได้เสียชีวิตลง ชาวยิวอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในดินปาเลสไตน์ ซึ่งก็มีชาวปาเลสไตน์ที่เก่าแก่ อาศัยอยู่ก่อนแล้ว ….เกิดการแย่งชิงแผ่นดินศักดิ์กับเจ้าถิ่น

   ชาวยิวแบ่งออกเป็น 12 เผ่าพันธุ์ ชายในเผ่าเหล่านี้กลายเป็นทหารของโจชัว ก่อตั้งกองกำลัง ประสงค์การตั้งถิ่นฐาน บ้านเกิด ชาวยิวยังไม่เข้มแข็งพอ พ่ายศึก ที่เมืองเจริโค (ตามภาพ) ชาวยิวแพ้ เลยตกเป็นเชลยของชนชาติต่างๆ ต้องอพยพไปอยู่ในหลายประเทศ ทั้งในยุโรป เอเชีย และทวีปอเมริกา ชาวยิวที่ไม่อพยพไปไหน กลายเป็นเกษตรกร ทำปศุสัตว์ ทั้ง 12 เผ่าพันธุ์ แบ่งดินแดนระหว่างกันและกัน บางเผ่าได้รับที่ดินในส่วนที่เป็นภูเขา เผ่าที่อาศัยอยู่ใกล้กันก่อความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด เพราะพวกเขามีความเชื่อในพระเจ้าและ “มีศัตรูร่วมกัน”

   ชาวยิวสั่งสอนลูกหลานทุกคนให้ยึดมั่นใน “พันธสัญญา” พระเจ้าได้เลือกแผ่นดินไว้ให้แล้ว ตรงนั้น คือ ดินแดนปาเลสไตน์ ที่กล่าวมาข้างต้น ผู้เขียนรวบรัดตัดความแบบย่อๆ นะครับ

   เรื่องราวในประวัติศาสตร์ของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ก็มีข้อมูลเป็นของตนเอง ต้องเคารพ ให้เกียรติกัน ไม่วิพากษ์วิจารณ์ แต่อย่างไรก็ตาม บางสำนักก็อาจจะบันทึกแตกต่างจากตรงนี้…หรืออาจจะตรงกันข้าม

   ขอตัดฉากไปหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 (ขอเพิ่มเป็นความรู้นะครับ….ในหลวง ร.6 โปรดเกล้าฯให้สยามจัดกองทหารอาสาไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 จำนวน 1,253 นาย) สงครามโลกครั้งที่ 1 ยุติลงเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2461….อังกฤษ คือ 1 ในประเทศที่ชนะสงคราม….เข้ายึดครองดินแดนที่เรียกกันว่าปาเลสไตน์ ของจักรวรรดิออตโตมัน (ตุรกี) ผู้พ่ายแพ้

   ผู้ที่อยู่ในปาเลสไตน์ คือ ชาวอาหรับเป็นส่วนใหญ่ มีชาวยิวเล็กน้อย ผู้ชนะสงครามจะได้ทุกสิ่งตามประสงค์ อังกฤษทุบโต๊ะ…เดินหน้าหาวิธีการให้ดินแดนปาเลสไตน์เป็น “บ้านของคนยิว”

   ชาวยิวทั่วโลกรอโอกาสนี้มาแสนนาน อยากมีถิ่นฐาน บ้านช่อง เพราะถือว่าที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของบรรพบุรุษของพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว ชาวอาหรับในปาเลสไตน์ลุกฮือขึ้น ยืนยันว่า…นี่เป็นบ้านของพวกเขา ขอคัดค้านการตัดสินใจของอังกฤษ

   ระหว่างทศวรรษ 1920-1940 ชาวยิวจากทั่วโลกย้ายถิ่นฐานกลับมา ชาวยิวที่ไปรุ่งเรือง เฟื่องฟู ร่ำรวยในยุโรป อเมริกา ให้เงินสนับสนุน ในปี พ.ศ.2490 สหประชาชาติมีมติให้แบ่งพื้นที่ปาเลสไตน์ออกเป็นรัฐของชาวยิวและชาวอาหรับ โดยให้เยรูซาเลมเป็นเมืองนานาชาติ

   14 พฤษภาคม พ.ศ.2491 ณ กรุงเทลอาวีฟ นายเดวิด เบน-กูเรียน (David Ben-Gurion) นายกรัฐมนตรีคนแรกของอิสราเอล และผู้แทนของรัฐบาลอังกฤษ ประกาศจัดตั้งรัฐอิสราเอลสำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 2,000 ปี

   มหาอำนาจสหรัฐอเมริกาก็ “ให้การรับรองอิสราเอล” …. ในเวลาเที่ยงคืนวันนั้นอิสราเอลได้ประกาศยุติการอยู่ภายใต้อาณัติของอังกฤษในปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ ชาวปาเลสไตน์คัดค้านเด็ดขาด….

   นี่มันไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือ “จุดเริ่มต้น” ของสงคราม

   ชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนถูกบังคับให้อพยพออกจากบ้านของตัวเอง อิสราเอลรุกตลอดเวลา ไม่เคยตั้งรับ ยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของปาเลสไตน์ ยิวทำสงครามแบบถวายหัว ผู้นำยิวสั่งยึด ขยายพื้นที่เป็นหลัก เพื่อการสร้างชาติ สร้างอาณาจักรตามพันธสัญญา

   กรุงเยรูซาเลม อันเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ ถูกแยกออกเป็นของกองกำลังอิสราเอลฝั่งตะวันตก และของกองกำลังจอร์แดนในฝั่งตะวันออก การจัดแบ่งพื้นที่ แบ่งอำนาจปกครอง เป็นไปตามอำนาจของปากกระบอกปืน เป็นต้นกำเนิดของการทำสงครามมาจนถึงปัจจุบัน

   ทุกเวลานาที อิสราเอล ต้องปกป้องดูแลอาณาจักรที่ครอบครอง ปะทะกับชาวปาเลสไตน์ มีศัตรูที่พร้อมกระโจนเข้าขย้ำ ดินแดนที่แสนจะแห้งแล้ง ความยากจนของผู้อพยพเข้ามา การสร้างกองทัพ คือ โจทย์หิน …

   ยิว ฝ่าฟันความยากลำบากทั้งปวง สู้รบ พัฒนาประเทศ คนทั่วไปหยามหยันว่า ยิวไม่น่าอยู่รอด อาหารการกิน น้ำ พื้นที่เป็นทะเลทราย

   ยิว คือ ยิว ..อัจฉริยะ ประชาชนมีคุณภาพ ผู้นำเข้มแข็ง เด็ดขาด ฉลาดเป็นเอกภาพ ความมุ่งมั่น ศรัทธา ในพระผู้เป็นเจ้า ราว 40 ปี ชาวยิวสร้างปาฏิหาริย์…พลิกแผ่นดินให้ชาวโลกได้เห็น

ขอกล่าวถึง…”สงคราม 6 วัน” …ที่ต้องจารึกในประวัติศาสตร์

มิถุนายน พ.ศ.2510 ประธานาธิบดีนัสเซอร์ของอียิปต์ “ประกาศปิดช่องแคบติราน” ห้ามเรืออิสราเอลผ่าน อิสราเอลเตือนว่า “…ถ้าอียิปต์ปิดช่องแคบ จะถือเป็นเหตุแห่งสงคราม…”
(ช่องแคบติราน Straits of Tiran กว้างประมาณ 160 กิโลเมตร ชายฝั่งของช่องแคบแห่งนี้อยู่ใน 4 ประเทศ คือ อียิปต์ อิสราเอล จอร์แดน และซาอุดีอาระเบีย)

   พฤษภาคม 2510 อียิปต์สั่งระดมกองทัพตามเขตแดนติดกับอิสราเอล และขับไล่กำลังสหประชาชาติออกจากพื้นที่

   โลกนี้….รู้จักยิวน้อยไป…..

   เช้าตรู่วันที่ 5 มิถุนายน 2510 ฝูงบินเพชฌฆาตจากกองทัพอากาศอิสราเอลบินขึ้นเต็มฟ้า…แห่กันไปถล่มโจมตีเครื่องบินรบของอียิปต์ที่จอดอยู่ในสนามบินแบบ “เป้านิ่ง” เสืออากาศของยิว ยิงทำลายเครื่องบินรบของอียิปต์กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ อิสราเอลครองอากาศเหนืออียิปต์ ซีเรียและจอร์แดน ในเวลาเดียวกัน กองทัพบกอิสราเอล เคลื่อนกองพลรถถัง ทหารราบยานเกราะ บุกตะลุยเข้าสู่ฉนวนกาซาและคาบสมุทรไซนาย กองทัพยิวบุกตะลุยบินไปถล่มเป้าหมายที่เตรียมการเอาไว้แบบราบเรียบ ยิวทำสงครามรุกไล่มหาอำนาจอียิปต์หมดสภาพ

   ประธานาธิบดีนัสเซอร์ของอียิปต์ ประกาศถอนกำลังรบออกจากไซนาย อิสราเอลรุกไล่ ติดตาม ไปทางทิศตะวันตกเพื่อบดขยี้ อียิปต์เสียไพร่พลอย่างหนัก กำลังทางบกของยิวยึดไซนายได้ กองทัพบกยิว บดขยี้กองทัพบกจอร์แดนได้อีก 1 สมรภูมิ

   8 มิถุนายน อียิปต์และจอร์แดนขอตกลงหยุดยิง

   9 มิถุนายน ซีเรียไปลงนาม …ขอหยุดยิงกับยิว

   10 มิถุนายน 2510 สงครามยุติเด็ดขาด กองทัพอียิปต์ ซีเรียและจอร์แดนพ่ายแพ้ สูญเสียทหารราว 20,000 นาย

   สงคราม 6 วัน (Six Day War) อิสราเอลเข้ายึดครองเยรูซาเลมตะวันออก เขตเวสต์แบงก์ ฉนวนกาซา พื้นที่ส่วนใหญ่ของที่ราบสูงโกลันของซีเรีย และแหลมไซนาย ไว้ได้…ได้ดินแดนเพิ่มมหาศาล

   กองทัพอิสราเอลดังก้องโลก ชาวโลกยอมรับในความกล้าหาญ วางแผนการทำสงครามเก่งกาจอย่างเหลือเชื่อ เป็นผลมาจากคุณภาพของ “ผู้นำและประชาชนยิว” ….ยิวเสียทหารไปราว 1 พันนาย

   รัฐบาลอิสราเอลได้ส่งมอบสิ่งที่เรียกว่า “Naksa” ซึ่งมีความหมายว่า “ถอยออกไป หรือยอมแพ้ไป” แก่ทหารของกลุ่มประเทศอาหรับรวมถึงชาวปาเลสไตน์ที่จำต้องสูญเสียแผ่นดินบ้านเกิดของตนเอง

   สถานะของอิสราเอลในเวทีโลกโดดเด่น ส่วนอียิปต์ จอร์แดนและซีเรียเสียหน้า ประธานาธิบดีนัสเซอร์ประกาศลาออก

   ชาวปาเลสไตน์ 280,000-325,000 หนีหรือถูกขับไล่ออกจากเวสต์แบงก์ และกว่า 100,000 คน หนีออกจากที่ราบสูงโกลัน

   ยิวขยายพื้นที่ประเทศได้เพิ่มมากขึ้นจากเดิมถึง 3.5 เท่า ยิวทำสงครามและเดินงานทางการทูตควบคู่กันไปตลอดเวลา พยายามสร้างไมตรีกับประเทศอาหรับ… แต่ที่แน่ๆ คือ สหรัฐสนับสนุนยิวในทุกเวที

   ผู้เขียนเคยไปเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการทหารบกสหรัฐ ฟอร์ทเลฟเวนเวิรธ์ รัฐแคนซัส เมื่อ พ.ศ.2532-2533 ในรุ่นนั้นมีนายทหารยิวยศ “พันเอก” มาเรียนร่วมรุ่น ทุกคนเพ่งความสนใจ

   รูปร่างสูงใหญ่ ขรึม มีท่าทางมั่นใจ แต่งเครื่องแบบง่ายๆ มีหมวกเบเรต์พับเสียบไว้ที่อินธนูบนบ่าตลอดเวลา ไม่ค่อยพูดกับใคร เมื่อมีการ “รวมชั้น” นักเรียนเสนาธิการกลุ่มย่อยเป็นกลุ่มใหญ่ ถ้าถึงคิวนายทหารอิสราเอลคนนี้ จะต้องชี้แจง อธิบาย นำเสนอแผนการรบต่อเพื่อนๆ ทหารอเมริกันและนายทหารต่างชาติอีก 54 ชาติ…มัน คือ ช่วงเวลาแห่งความเร้าใจ

   ทุกครั้งที่นายทหารยิวลุกขึ้นพูด ชี้แจงแผนยุทธการ กลุ่มนายทหารจากโลกอาหรับในห้อง จะยกมือ ขัดจังหวะ ขัดคอ ซักถามแบบกวนๆ นายทหารยิว 1 เดียว ท่ามกลางนายทหารโลกอาหรับ 5 ชาติ ซึ่งก็ไม่เคยเสียเชิง ไม่ยี่หระต่อการถูกรุม

   ทำเอาเพื่อนๆ นายทหารทั้งชั้นได้เฮฮา เป็นกองเชียร์กันสนุกสนาน แต่ก็สร้างสรรค์ ได้ความรู้เสมอ…อาจารย์นายทหารอเมริกัน ก็จะปวดหัวทุกครั้งถ้ามีการรวมห้อง ยิว มาเรียนกับ อาหรับ

   ยิวสร้างชาติ ลงหลักปักฐานตรงนี้ เนรมิตทะเลทรายเป็นแหล่งเก็บน้ำ ผลิตน้ำทะเลเป็นน้ำจืดขายให้จอร์แดน ผลิตอาวุธ คิดค้นเทคโนโลยีก้าวล้ำนำโลกไปไกล ปลูกพืชผัก ผลไม้ชั้นเยี่ยมส่งออกไปขายตลาดโลก

   อิสราเอลจ้างแรงงานไทยไปทำงานภาคเกษตรหลายพันคน สร้างรายได้งาม รวมทั้งคนงานจากชาติอื่นๆ กลายเป็นมหาอำนาจของโลก ยิวจัดสร้าง “ระบบชลประทาน” วางท่อน้ำจืดเพื่อการเกษตรให้คนทั้งประเทศได้สำเร็จ…ข้าราชการไทยก็เดินทางไปดูงานในอิสราเอลมหาศาล

   สงครามที่กำลังดุเดือดบนจอโทรทัศน์ ผู้คนทั้งโลกสะเทือนใจที่เห็นประชาชนปาเลสไตน์ ผู้บริสุทธิ์ เด็กเล็ก ต้องบาดเจ็บ เสียชีวิต บ้านเมืองพินาศแหลกลาญ อิสราเอลยังห้าวหาญ แข็งแกร่ง ออกอาวุธได้สารพัด ประเทศผู้ให้การสนับสนุนอาวุธ ลูกพี่ทั้งหลายต้องช่วยยับยั้ง

   ผู้เขียนเชื่อมั่นว่า อิสราเอลมีอาวุธมหาประลัยในครอบครองแน่นอน ขอพระผู้เป็นเจ้าช่วยสร้างให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ให้ชาวประชาพบความสว่าง สงบสุข สันติภาพ ในเร็ววัน…..