หัวข้อ

  1. เกณฑ์อ้างอิงภาวะการเจริญเติบโตของเด็ก 6-19 ปี กรมอนามัย (เริ่มพัฒนา 2558 เผยแพร่ 2564)
  2. โปรแกรม Excel เพื่อประเมินภาวะเจริญเติบโตในเด็ก 0-18 ปี (Kotchakorn Version 2)
    1. Download Excel เพื่อประเมินภาวะเจริญเติบโตในเด็ก 0-18 ปี (Kotchakorn Version 2)
    2. Link ไป App : Child dev เพื่อประเมินภาวะเจริญเติบโตในเด็ก 0-18 ปี (Kotchakorn Version App)

เกณฑ์อ้างอิงภาวะการเจริญเติบโตของเด็ก 6-19 ปี กรมอนามัย (เริ่มพัฒนา 2558 เผยแพร่ 2564)

  1. กรมอนามัยได้พัฒนาเกณฑ์อ้างอิงภาวะการเจริญเติบโต ครั้งแรกเมื่อปี 2538 ทำการเผยแพร่เอกสารเมื่อปี 2543 และครั้งล่าสุด เริ่มพัฒนาเมื่อ 2558 ได้ทำการเผยแพร่เอกสารเมื่อ กพ.2564
  2. หลักการและวิธีการทำเกณฑ์อ้างอิงทั้ง 2 ครั้งไม่แตกต่างกัน จุดที่มีความแตกต่างกันคือ ช่วงเวลาที่แตกต่างกันถึง 20 ปี ทำให้ น้ำหนักของเด็กไทย และส่วนสูงของเด็กไทย แตกต่างกัน โดยเส้นกราฟที่ Median ของน้ำหนักของปี 2558 สูงกว่าปี 2538 2.2 กก.ในชาย และ 1.7 กก.ในหญิง ส่วนสูงที่เส้น median ปี 2558 สูงกว่า ปี 2538 ประมาณ 2.3 ซม.ในชาย และ 1.9 ซม.ในหญิง
  3. การเปลี่ยนเกณฑ์อ้างอิงก็จะส่งผล ร้อยละของ การเจริญเติบโตที่ปกติ และผิดปกติไปบ้าง เมื่อใช้เณฑ์อ้างอิงใหม่ อ่านรายละเอียดได้ที่เอกสารอ้างอิง การเปรียบเทียบเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตในเด็ก ปี 2558 กับ 2538
  4. สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณ ทั้งโปรแกรม Excel และประเมินผ่าน Web ก็ต้องปรับฐานข้อมูลโดยนำเกณฑ์ใหม่ ไปแทนที่เกณฑ์เก่า เนื่องจากเกณฑ์อ้างอิงเดิมปี 2538 กรมอนามัยทำเกณฑ์อ้างอิง 0-18 ปี แต่เกณฑ์อ้างอิงใหม่ ทำเกณฑ์อ้างอิง 6-19 ปี (19 ปี 0 เดือน มากกว่า 6-18 ปี เพียง 1 เดือน) ส่วนที่อายุ 0-5 ปี ใช้เกณฑ์อ้างอิงของ WHO Growth Standard 2006 จึงต้องทำการรวมฐานข้อมูลของทั้ง WHO และ กรมอนามัย DOH เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถประเมินตั้งแต่อายุ 0-18 ปี เหมือนเดิม โดย Version 2 จะมีให้เลือก 2 แบบ คือ จะเลือก Key อายุ เป็นปี และ เดือน หรือ key วันเดือนปีเกิด ก็ได้
  5. โปรแกรมที่ประเมินภาวะการเจริญเติบโตด้วย Excel จึงต้องปรับ เป็น Kotchakorn Version 2 Download Program

โปรแกรม Excel และ on Web เพื่อประเมินภาวะเจริญเติบโตในเด็ก 0-18 ปี (Kotchakorn Version 2)

  1. ได้รับการร้องขอจากศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนต่างๆถึงความยุ่งยาก เมื่อเวลา ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงเสร็จ ต้องมาเปิดตารางเทียบกับอายุ ว่า น้ำหนักและส่วนสูงเทียบกับอายุปกติหรือไม่ น้ำหนักเทียบกับส่วรสูงปกติหรือไม่
  2. เมื่อปี 2550 จึงใช้โปรแกรม Excel เพื่อติดตามการเจริญเติบโตของลูกตัวเอง โดย key ข้อมูลจากตารางเกณฑ์อ้างอิงของกรมอนามัยที่เผยแพร่ปี 2543 เข้าไปในตาราง Excel จึงตั้งชื่อโปรแกรมตามชื่อลูกตัวเองว่า Kotchakorn (กชกร) แล้วแจกจ่ายให้หน่วยงานต่างๆใช้ ซึ่งโปรแกรม Excel เป็นโปรแกรมที่มีอยู่ใน computer ทุกเครื่องและ users คุ้นเคยกับโปรแกรมนั้นดี
  3. ผ่านมา 14 ปี คือปี 2564 กรมอนามัยได้เผยแพร่เกณฑ์อ้างอิงใหม่ จึงนำเกณฑ์อ้างอิงใหม่ เข้าไปแทน Table ที่เป็นเกณฑ์อ้างอิงเดิม (รวมเกณฑ์อ้างอิงของ WHO - 2006 ของช่วงอายุ 0-5 ปี กับเกณฑ์อ้างอิงกรมอนามัย 6-19 ปี เข้าด้วยกัน ) ปัญหาของ Version เดิมคือ ต้องเสียเวลากรอก อายุ เป็นปีและเดือน ทำให้ยุ่งยาก Version 2 จึงเพิ่มอีก 1 worksheet คือใส่ วันเดือนปีเกิด จากนั้นโปรแกรมจะไปคำนวณอายุเป็นปีและเดือนเอง ทำให้สะดวกขึ้น
  4. Download โปรแกรม Kotchakorn Version 2 ได้ที่เอกสารอ้างอิง ด้านล่าง Download โปรแกรม Kotchakorn Version 2
  5. ปัจจุบัน Smart phone เป็นปัจจัยที่ 5 ซึ่งเด็กนักเรียนก็มีใช้กันส่วนใหญ่ จึงได้พัฒนาเครื่องมือในการประเมินภาวะการเจริญเติบโต ผ่าน App อาจารย์ท่านใดไม่อยาก key ผ่าน Excel ก็สามารถ Key ผ่าน Web ได้ Link ไปที่ Kotchakorn version App

ตัววัด การเจริญเติบโตมี 3 ดัชนี ดังนี้
  1. น้ำหนักเทียบกับอายุ หรือที่เรียกว่า Weigh For Age (WFA) ในหลักการคือ นำน้ำหนักที่ชั่งได้ ไปเทียบกับตารางมาตรฐานว่า ที่อายุดังกล่าวค่ามาตรฐานของน้ำหนักเท่ากับเท่าไร แล้วแบ่งน้ำหนักเป็น 5 ระดับดังนี้
    • น้ำหนักอยู่ในช่วงค่่ามัธยฐาน +/- 1.5 SD ถือว่า น้ำหนักตามเกณฑ์
    • น้ำหนักอยู่ในช่วง น้อยกว่า มัธยฐาน - 1.5 SD ถึง - 2 SD ถือว่าน้ำหนักค่อนข้างน้อย
    • น้ำหนักอยู่ น้อยกว่า มัธยฐาน - 2 SD ถือว่าน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์
    • น้ำหนักอยู่ในช่วง มากกว่า มัธยฐาน + 1.5 SD ถึง 2 SD ถือว่าน้ำหนักค่อนข้างมาก
    • น้ำหนักอยู่ในมากกว่า มัธยฐาน + 2 SD ถือว่าน้ำหนักเกินเกณฑ์
  2. ส่วนสูงเทียบกัยอายุ หรือที่เรียกว่า Height By Age ในหลักการคือ นำส่วนสูงที่วัดได้ ไปเทียบกับตารางมาตรฐานว่า ที่อายุดังกล่าวค่ามาตรฐานของส่วนสูงเท่ากับเท่าไร แล้วแบ่งความสูงเป็น 5 ระดับดังนี้
    • ส่วนสูงอยู่ในช่วงค่่ามัธยฐาน +/- 1.5 SD ถือว่า ส่วนสูงตามเกณฑ์
    • ส่วนสูงอยู่ในช่วง น้อยกว่า มัธยฐาน - 1.5 SD ถึง - 2 SD ถือว่า ค่อนข้างเตี้ย
    • ส่วนสูงอยู่ น้อยกว่า มัธยฐาน - 2 SD ถือว่าเตี้ย
    • ส่วนสูงอยู่ในช่วง มากกว่า มัธยฐาน + 1.5 SD ถึง 2 SD ถือว่าน้ำหนักค่อนข้างสูง
    • ส่วนสูงอยู่ในมากกว่า มัธยฐาน + 2 SD ถือว่าสูง
  3. น้ำหนักเทียบกับส่วนสูง หรือที่เรียกว่า Weight by Heigh ในหลักการคือนำน้ำหนักไปเทียบกับส่วนสูง แล้วไปเทียบกับตารางมาตรฐานว่า ที่ึส่วนสูงดังกล่าว ค่ามาตรฐานของส่วนสูงเท่ากับเท่าไรแล้วแบ่งออกเป็น 6 ระดับคือ
    • ถ้าน้ำหนักอยู่ในช่วงค่่ามัธยฐาน +/- 1.5 SD ถือว่า สมส่วน (เมื่อเทียบกับส่วนสูง)
    • น้ำหนักอยู่ในช่วง น้อยกว่า มัธยฐาน - 1.5 SD ถึง - 2 SD ถือว่าค่อนข้างผอม (เมื่อเทียบกับส่วนสูง)
    • น้ำหนักอยู่ น้อยกว่า มัธยฐาน - 2 SD ถือว่า ผอม (เมื่อเทียบกับส่วนสูง)
    • น้ำหนักอยู่ในช่วง มากกว่า มัธยฐาน + 1.5 SD ถึง 2 SD ถือว่า ค่อนข้างท้วม
    • น้ำหนักอยู่ในมากกว่า มัธยฐาน + 2 SD ถึง 3 SD ถือว่าท้วม (เมื่อเทียบกับส่วนสูง)
    • น้ำหนักมากกว่า มัธยฐาน + 3 SD ถือว่า อ้วน (เมื่อเทียบกับส่วนสูง)

ความหมายของแต่ละดัลนี้
&npsp เหตุที่ต้องมี 3 ดัชนีเนื่องจากในการประเมินภาวะการเจริญเติบโตต้องดูทั้ง 3 ดัชนีประกอบกันดูตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้ ก่อนที่จะอธิบายถึงการดูทั้ง 3 ตัวประกอบกัน จะอธิบายแยกความหมายของแต่ละดัชนี โดยจะอธิบายในแง่ของภาวะการเจริญเติบโตที่ต่ำ เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจดังนี้
  1. น้ำหนักเมื่อเทียบกับอายุ (Weight by height) ดังชีบ่งบอกปัญหาของการเจริญเติบโตในขณะปัจจุบัน (Acute) โดยเมื่อได้รับสารอาหารไม่เพียงพอในช่วงเวลาสั้นๆ จะกระทบน้ำหนักก่อน โดยส่วนสูงไม่กระทบ เมื่อได้อาหารไม่พอ น้ำหนักก็จะไม่ขึ้น ทำให้น้ำหนักเมื่อเทียบกับน้ำหนักมาตรฐานอายุจะอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ซึ่งจะต่ำมากน้อยขึ้นกับปริมาณของการขาดสารอาหาร ถ้าอยู่ในระดับมากก็อาจจะถึงระดับต่ำกว่าเกณฑ์ได้ สรุปค่านี้บอกปัจจุบันไปถึงอดีตอันใกล้เท่านั้น (Acute)
  2. ส่วนสูงเมื่อเทียบกับอายุ (Height by Age)  ดัชนีบ่งบอกถึงการขาดอาหารเป็นเวลายาวนาน จนกระทบการเจริญเติบโตของกระดูกทำให้ส่วนสูงไม่เพิ่มขึ้นหรือเพิ่มขึ้นช้า  ภาวะนี้จะเกิดตามหลังจากที่น้ำหนักไม่เพิ่มเป็นเวลานาน กล่าวโดยสรุป ส่วนสูงเมื่อเทียบกับอายุ เป็นตัวบ่งบอกอดีตที่ยาวนาน จึงเป็นตัวบ่งบอกความเรื้อรัง (Chronic)
  3. น้ำหนักเมื่อเทียบกับส่วนสูง (Weight by Height) เป็นดัชนีที่บอกเพียงว่า น้ำหนักเทียบกับส่วนสูงแล้วอยู่ในเกณฑ์สมส่วน อ้วน หรือ ผอม เท่านั้น เป็นดัชนีที่ไม่ควรใชู้เดี่ยวๆ  ต้องใช้ควบคู่กับ ดัชนีส่วนสูง เมื่อเทียบกับอายุ เหตุผลของการไม่สามารถใช้ดัชนีนี้ตัวเดียว อธิบายได้ดังนี้
    • Case ที่ 1  เด็กขาดสารอาหาร ในช่วงแรกทำให้น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ แต่ยังไม่กระทบความสูง ส่วนสูงเทียบกับอายุจึงอยู่ในระดับส่วนสูงตามเกณฑ์ น้ำหนักเทียบกับส่วนสูงจึงอยู่ในเกณฑ์ผอม ต่อมาเด็กคนนี้ก็ยังขาดอาหารต่อเนื่องจนกระทบต่อการเจริญเติบโตของกระดูก คือส่วนสูงก็ไม่ขึ้นด้วย ส่งผลให้ทั้งน้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ ถ้าน้ำหนักและส่วนส่วนลดต่ำได้สัดส่วนกัน ก็สามารถทำให้ น้ำหนักเทียบกับส่วนสูงสมส่วนได้ กลุ่มนี้เรียกว่า Stunt ถ้าพิจารณา ดัชนีเทียบกับส่วนสูง จะแปรความได้ว่าปกติ แต่ถ้าพิจารณาจาก ส่วนสูงเทียบกับน้ำหนักด้วย จะบอกว่าไม่ปกติ เนื่องจากเด็กรายนี้มีภาวะขาดสารอาหารเรื้อรัง รู้ได้จากการว่าตัวเตี้ยบอกภาวะขาดสารอาหารเรื้อรัง
    • Case ที่ 2 เด็กวัยรุ่นอยู่ในช่วง Growth Spurt คือส่วนสูง เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าพิจารณาจากค่าดัชนี น้ำหนักเทียบกัยอายุ จะปกติ  ส่วนสูงเทียบกับอายุ จะสูงเกินเกณฑ์ แต่เมื่อเทียบระหว่างน้ำหนักกับส่วนสูง รายนี้จะอยู่เกณฑ์ผอม รายนี้ถ้าเพิ่มอาหารก็จะทำให้สมส่วนขึ้น  แต่ถ้ารับประทานอาหารเท่าเดิม เมื่อไปถึงระยะเวลาหนึ่ง การเพิ่มส่วนสูงก็จะเพิ่มน้อยลง ทำให้กลับมาสมส่วนได้เหมือนกัน
การพิจารณา 3 ดัชนีร่วมกัน
สรุปหลักการ 4 ข้อในการพิจาณา 3 ดัชนีร่วมกัน
  1. น้ำหนักเทียบกับอายุ บ่งบอกภาวะขาดสารอาหารในปััจจุบันหรืออดีตที่ไม่ไกลนัก
  2. ส่วนสูงเทียบกับอายุ บ่งบอก ภาวะขาดสารอาหารเรื้อรังหรือเป็นมานานแล้ว จนกระทบการเจริญเติบโตของกระดูกทำให้ส่วนสูงไม่เพิ่มขึ้นหรือเพิ่มช้า
  3. น้ำหนักเทียบกับส่วนสูง ถ้าพิจารณาดัชนีตัวเดียวจะไม่บอกอะไร บอกเพียงว่า น้ำหนัก สมส่วน อ้วน หรือผอม เมื่อเทียบกับส่วนสูงเท่านั้น จึงต้องพิจารณาควบคู่กับ ส่วนสูงเทียบกับอายุ
  4. การประเมินภาวะการเจริญเติบโต ให้ดูส่วนสูงเทียบกับอายุก่อนว่ามีภาวะขาดสารอาหารเรื้อรังหรือไม่  จากนั้นให้ไปดูน้ำหนักเทียบกับส่วนสูงเพื่อดูว่า สมส่วน อ้วน หรือผอม
  5. Program Kotchakorn ฉบับ Excel แบ่งความเสี่ยงเป็น 3 ระดับ โดยพิจารณา HFA,WFA,WFH โดย
  คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1
ส่วนสุงเทียบอายุ (HFA) Chronic เตี้ย ค่อนข้างเตี้ย ตามเณฑ์,ค่อนข้างสูง,สูง
น้ำหนักเทียบอายุ (WFA) - Acute นน.น้อยกว่าเกณฑ์ นน.ค่อนข้างน้อย ตามเกณฑ์,ค่อนข้างมาก,เกินเกณฑ์
น้ำหนักเทียบส่วนสูง (WFH) อ้วน ท้วม สมส่วน,ค่อนข้างผอม,ผอม

การให้ตะแนนความเสี่ยง

รายที่ HFA WFA WFH ความเสี่ยง
( ค่าสูงสุดของทั้ง 3 ค่า)
1 3 2 2 3 (เสี่ยงสูง)
2 2 3 1 3 (เสี่ยงสูง)
3 1 2 1 2 (ปานกลาง)
4 1 1 1 1 (เสี่ยงต่ำ)
** หมายเหตุ วิธีการนี้เป็นแนวคิดของผู้เขียน เพื่อง่ายต่อการเขียนโปรแกรม ภายใต้แนวคิดที่ว่า ภาวะเตี้ย น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ และอ้วน ถ้าพบภาวะใด ภาวะหนึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูง
ในแต่ละสถานการณ์ควรที่จะใช้ดัชนีไหน ถึงจะเหมาะกว่า
  1. ทำโครงการเด็กอ้วน ควรใช้ดัชนี น้ำหนักเทียบกับส่วนสูงจะเหมาะที่สุด (ทั้งนี้ให้ระวังภาวะเด็กอ้วนเตี้ยด้วย เนื่องจากกลุ่มนี้ถ้าคุมอาหารอาจจะทำให้กระทบความสูง เนื่องจากเด็กยังสามารถที่จะยังสูงต่อได้  การคุมอาหารจะยิ่งกระทบสูง แต่ควรที่จะให้ออกกำลังกายประเภทที่รับน้ำหนัก และเสริมอาหารประเภทแคลเซียม เพื่อให้ส่วนสูงเพิ่มขึ้น)
  2. ทำโครงการเฝ้าระวังโภชนาการ จำเป็นต้องค้นหาหรือคัดกรองในรายที่เพิ่งเริ่มขาดอาหาร  เพื่อนำมาให้โภชนศึกษาหรือให้การรักษา โครงการประเภทนี้ก็ควรใช้ดัชนี น้ำหนักเทียบกับอายุ
  3. ทำโครงการแก้ไขภาวะโภชนาการ ซึ่งมีงบประมาณจำกัด ต้องหากลุ่มที่มีปัญหามากมาทำการรักษาอย่างรีบด่วน เพราะความสูงจะสูงถึงอายุหนึ่งเท่านั้นและจะไม่สูงกว่านี้อีก จึงต้องรีบรักษาภาวะโภชนาการเพื่อให้สูงขึ้นได้ ถ้าเป็นกรณีนี้ก็ควรใช้ ส่วนสูงเทียบกับอายุมาเป็นเกณฑ์ เพื่อลำดับความสำคัญของกลุ่มนี้มาทำการรักษาก่อน
ความยุ่งยาก 4 ประการ ถ้าใช้ประเมินแบบ Manual
  1. นำน้ำหนัก ที่ชั่งได้ไปเทียบกับกราฟมาตรฐานน้ำหนัก อายุ และแปลผล (เสียเวลาเปิด)
  2. นำส่วนสูงที่วัดไ้ด้ไปเทียบกับกราฟมาตรฐานส่วนสูงอายุ และแปลผล (เสียเวลาเปิด)
  3. นำน้ำหนักที่วัดไ้ด้ไปเทียบกับกราฟมาตรฐาน น้ำหนัก ส่วนสูง และแปลผล (เสียเวลาเปิด)
  4. ที่ยุ่งยากที่สุดคือ การนำค่าดัชนีทั้ง 3 มาพิจารณารวมกัน
โปรแกรม Kotchakorn จะลดความยุ่งยากได้อย่างไร
  โปรแกรมลดความยุ่งยากทั้ง 4 ข้อโดยเมื่อ Key ข้อมูล เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง แล้วโปรแกรมจะทำหน้าที่ไปเปิดตารางแทนเรา แล้วประเมิน
  1. ประเมินน้ำหนักเทียบกับอายุ (Weight by Age) ว่า ตามเกณฑ์ หรือไม่ ถ้าไม่เป็นแบบใด พร้อมข้อเสนอแนะ
  2. ประเมินส่วนสูงเทียบกับอายุ (Height by Age) ว่า ตามเกณฑ์ หรือไม่ ถ้าไม่เป็นแบบใด พร้อมข้อเสนอแนะ
  3. ประเมินน้ำหนักเทียบกับส่วนสูง (Weight by Height) ว่า สมส่วนหรือไม่ ถ้าไม่ เป็นแบบใด พร้อมข้อเสนอแนะ
  4. นำทั้ง 3 ดัชนีมาพิจารณาร่วมกันแล้วทำการประเมินภาพรวม พร้อมข้อเสนอแนะ

เกณฑ์อ้างอิงภาวะการเจริญเติบโตของเด็ก 0-18 ปี กรมอนามัย (เริ่มพัฒนา 2538 เผยแพร่ 2543)

ได้รับการร้องขอจากหลายครั้งเพื่อให้ช่วยเขียนโปรแกรมเพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับศูนย์เด็กเล็กในการประเมินภาวะโภชนาการให้กับเด็กในศูนย์เด็กเล็ก อยากให้รู้อายุ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูงก็ให้โปรแกรมคำนวณ น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ (Weight for Age) ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ (Height for Age) น้ำหนักเมื่อเทียบกับส่วนสูง (Weight for Height) พร้อมทั้งให้คำแนะนำว่าน้ำหนัก ส่วนสูง ตกเกณฑ์จะต้องทำอย่างไร เพื่อให้ผู้ดูแลเด็กซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จะสามารถใช้ในการดูแลเด็กในศูนย์เด็กเล็กได้ เวลาผ่านไปหลายเดือนไม่ได้ทำให้สักที เนื่องจากไม่รู้ว่าจะไปหาค่ามาตรฐานจากที่ไหน ที่จริงเหมือนใกล้เกลือกินด่าง เพราะข้อมูลก็อยู่ที่กรมอนามัย กรมต้นสังกัดขอผมเอง โดยมีค่ามัธยฐาน และ SD ในทุกช่วงอายุ ช่วงละเดือนตั้งแต่ 0-18 ปี ในบทนำของคู่มือดังกล่าว กำหนดว่าจะทำการสำรวจหาค่ามาตรฐานของ น้ำหนัก ส่วนสูงทุก 10 ปี โดยการสำรวจครั้งหลังสุดเป็นการสำรวจครั้งที่ 3 และได้จัดทำคู่มือในปี 2542 หรือ 12 ปีที่แล้ว ตามคำสั่งกรมอนามัยที่ 2214/2542 เรื่องแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาและคณะจัดทำคู่มือ แนวทางการใช้เกณฑ์อ้างอิง น้ำหนักส่วนสูง เพื่อประเมินภาวะการเจริญเติบโตของเด็กไทย ลงนามแต่งตั้งโดย น.พ.วัลลภ ไทยเหนือ อธิบดีกรมอนามัยในขณะนั้น โดยมี พ.ญ.แสงโสม ลีนะวัฒน์ ผู้อำนวยการกองโภชนาการ เป็นประธานคณะทำงาน ในขณะนั้น ผมได้นำค่ามาตรฐานมาพัฒนาเป็นโปรแกรม โดยพัฒนาบน Excel และบน Web โดยใช้ชื่อโปรแกรมว่า Kotchakorn (กชกร) ผู้สนใจสามารถที่จะ Download ไปใช้งานได้