สรุปกิจการเสือป่าและการจัดโครงสร้างองค์กร ในรัชสมัยพระมงกุฏเกล้าเจ้าอย่หัว

  1. วันที่ 1 พ.ค.2456 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา กองเสือป่า ขึ้น โดยพระองค์เองเป็นผู้บัญชาการ เพื่อให้พลเรือนซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการในราชสำนักได้มีโอกาสฝึกหัดระเบียบวินัย มีการบังคับบัญชาเป็นหมู่เหล่าเช่นเดียวกับทหาร อีกทั้งยังฝึกให้จงรักภักดียอมสละชีวิต เพื่อป้องกันภัยอันตราย ที่จะมีแก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในระยะแรกมีสมาชิกเพียงร้อยกว่าคน 
  2. วันที่ 6 พ.ค.2456  ทำพิธีดื่มน้ำพิพัฒนสัตตยาครั้งแรก ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม จำนวน 133 ราย
  3. วันที่ 17 มิ.ย..2456  ทำพิธีดื่มน้ำพิพัฒนสัตตยาพิเศษ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  โดยแบ่งเสือป่าเป็น 3 กอง
    1. กองร้อยที่ 1 รักษาพระองค์ โดยทำหน้าที่ร่วมกับทหารรักษาพระองค์ พระราชทานขนนกขาวประดับที่หมวกด้านขวา  เช่นเดียวกับเสือป่าชั้นนายหมู่
    2. กองร้อยที่ 2
    3. กองร้อยฝึกหัด
  4. ขยายไปสู่มณฑล และมีพิธีดื่มน้ำพิพัฒน์สัตตยาและพระราชทานธงไชยเฉลิมพล ตามลำดับดังนี้
    1. มณฑลนครไชยศรี ปราจิณบุรี พิษณุโลก นครสวรรค์ กรุงเก่า ตามลำดับ
  5. 25 พฤศจิกายน 2454 ให้มีการถือน้ำพิเศษของกองเสือป่า ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๔ และในคราวนี้ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานธงไชยเฉลิมพลเสือป่ากองมณฑลนครศรีธรรมราช มณฑลนครราชสีมา มณฑลราชบุรี ตามลำดับ
  6. วันที่ 9 ธันวาคม 2454 เสือป่าจากหัวเมืองมณฑลต่างๆ เข้ามาประชุมพลถวายไชยมงคลเนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน - ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ก็ได้โปรดเกล้าฯ และมีบันทึกว่า ในการสวนสนามถวายไชยมงคลเนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ณ สโมสรเสือป่าพระราชวังดุสิต เมื่อวันเสาร์ที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ มีเสือป่าจากทั่วประเทศมาร่วมการสวนสนามจำนวนกว่าพันนาย
  7. กุมภาพันธ์ 2455 เสือป่ากรุงเทพฯได้มีจำนวนมากขึ้น  จึงจัดแบ่งกรมเสือป่าหลวงรักษาพระองค์ เป็น
    1. กรมเสือป่าหลวงรักษาพระองค์
    2. กรมที่ ๒ รักษาพระองค์
    3. กองม้าหลวงรักษาพระองค์
  8. วันที่ 10 เมย.2455 เป็นวันแรกที่มีการแต่งตั้งตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษประจำกรมกองเสือป่าต่างๆ ได้แก่ มณฑลกรุงเทพฯ กรุงเก่า พายัพ  นอกจากนั้นยังพบหลักฐานอีกว่า ได้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ทรงเป็นนายเสือป่าพิเศษ และเป็นนายเสือป่าหญิงพระองค์แรกด้วย ตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษนี้ นอกจากจะเป็นการพระราชทานเกียรติยศพิเศษแก่กรมเสือป่านั้นๆ แล้ว ผู้บังคับการพิเศษยังต้องทรงเป็นพระราชธุระและพระธุระสอดส่องตรวจตรากิจการของกรมกองเสือป่านั้นๆ ในฐานะพระบรมราชูปถัมภก และพระอุปถัมภกของกรมกองเสือป่านั้นๆ ด้วย
  9. วันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายกองตรี พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช [] เสนาบดีกระทรวงกลาโหม ทรงเป็นผู้บังคับการพิเศษเสือป่า กองมณฑลนครไชยศรี และต่อจากนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงรับเป็นผู้บังคับการพิเศษกรมเสือป่ารักษาดินแดนมณฑลนครไชยศรี มณฑลนครศรีธรรมราช และมณฑลภูเก็ตเพิ่มเติมอีก ๓ กรม
  10. จากนั้นจึงมีการตั้งกรมกองเสือปาในระดับมณฑล และจังหวัดต่างๆ ซึ่งจำนวนเสือป่าได้เพิ่มจำนวนหลักร้อยในปี 2554 ที่เป็นปีสถาปนา เป็นหลักหมื่นในปลายรัชสมัยของพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีการปรับโครงสร้างองค์กรของเสือป่า ในปี 2456 ,2457 และ 2458 ดังภาพ ด้านล่าง โดยสรุปการจัดองค์กรของเสือป่าสรุป ได้ดังนี้
    1. กองพลประกอบด้วย 2 ประเภทคือ กองพลหลวงรักษาพระองค์ กับกองพลเสือป่ารักษาดินแดน ซึ่งเป็นกองพลของหัวเมืองหรือมณฑล ในส่วนของกองพลรักษาดินแดนนั้นจะเป็นเสือป่าราบ เท่านั้น (ภายหลังจึงมีเสือป่าราชนาวี) ส่วนกองพลหลวงนั้นมีหลายเหล่า
    2. เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนของกองพลของทหาร กับกองพลของเสือป่า จึงเปลี่ยนชื่อจาก กองพล เป็น กองเสนา และในปี 2458 เปลี่ยนอีกครั้งจาก กองเสนา เป็นกองเสนารักษาดินแดน
    3. สายบังคับบัญชา จะประกอบด้วย เสือป่าระดับสัญญาบัตร ได้แก่ ตำแหน่ง นายกองใหญ่ (ตำแหน่งเฉพาะของรัชกาลที่ 6 ) นายกองเอก นายกองโท นายกองตรี นายหมู่ใหญ่ (ต่อมารัชกาลที่ 6 ทรงแต่งตั้งให้มี นายพลเสือป่า ) เสือป่าระดับประทวนได้แก่ นายหมู่เอก นายหมู่โท นายหมู่ตรี และ พลเสือป่า

ฝากเรื่องกับน้องๆ เรื่อง กรมกองเสือป่า โดย อ.วรชาติ มีชูบท


นายกองใหญ่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นายกเสือป่า ประทับฉายพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมด้วยสมาชิกเสือป่า ที่ได้ร่วมถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาพิเศษกองเสือป่าครั้งแรก ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อวันเสาร์ที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔

นายกองใหญ่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นายกเสือป่า ทรงเครื่องเต็มยศนายกองใหญ่กรมเสือป่าหลวงรักษาพระองค์ ทรงม้าพระที่นั่งสยามพันธุ์นำขบวนนายกองนายหมู่เสือป่าไปในการสวนสนามถวายไชยมงคล เนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ณ สนามเสือป่า พระราชวังดุสิต เมื่อวันเสาร์ที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔

สมาชิกเสือป่าทั่วพระราชอาณาจักร ประชุมพลสวนสนามถวายไชยมงคลเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ณ สนามเสือป่า พระราชวังดุสิตเมื่อวันเสาร์ที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔
เนื่องจากเสือป่าล้วนเป็นอาสาสมัคร ซึ่งต่างจากทหารที่นอกจาก "จะต้องมีโรงให้อยู่ให้เป็นที่สง่าผ่าเผย" [๑] มีเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่สวยงามเพื่อจูงใจให้คนอยากมาเป็นทหารแล้ว รัฐบาลยังต้องจัดสรรงบประมาณเป็นค่าตอบแทนให้แก่ทหารทั้งในรูปเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยง ในขณะที่เสือป่าซึ่งเป็นกองกำลังอาสาสมัคร นอกจากรัฐบาลไม่ต้องจัดหาที่พักให้แล้ว ถึงเวลาผู้ที่เป็นเสือป่าต่างก็มาฝึกหัดตามกำหนดนัดหมาย เสร็จการฝึกหัดแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้านหรือที่พักของตน ในขณะที่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายผู้ที่เป็นสมาชิกเสือป่าต่างก็จัดหากันเอง ที่จำเป็นก็มีแต่เพียงชุดฝึกหัด ส่วนผู้ที่ประสงค์จะแต่งกเครื่องแบบให้สวยงามก็สามารถจัดหาเครื่องแบบเต็มยศหรือครึ่งยศหรือเครื่องสโมสรได้ตามใจสมัครโดยทุนทรัพย์ของตนเอง

   ในเมื่อไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาลเฉกเช่นราชการทหาร จึงทำให้สามารถจัดตั้งกรมกองเสือป่าขึ้นในหัวเมืองมณฑลต่างๆ ทั่วราชอาณาจักรได้ในเวลาอันรวดเร็ว ดังมีพยานปรากฏว่า เมื่อแรกสถาปนากองเสือป่านั้น มีสมาชิกเสือป่าเพียง ๑๓๐ นายที่ได้เข้ารับพระราชทานน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในการถือน้ำพิเศษกองเสือป่า ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ แต่ถัดมาอีกเพียงเดือนเศษก็ได้มีผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกเสือป่าเพิ่มขึ้นอีกมาก จนได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาพิเศษเสือป่าเป็นครั้งที่ ๒ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๔ แล้วได้โปรดเกล้าฯ จัดแบ่งสมาชิกเสือป่าออกเป็น ๓ กอง คือ กองร้อยที่ ๑ และกองร้อยที่ ๒ กับมีกองฝึกหัดอีก ๑ กอง โดยกองร้อยที่ ๑ ซึ่งเป็นกองเริ่มแรกนั้น นอกจากจะได้โปรดเกล้าฯ ให้ทำหน้าที่เป็นกองรักษาพระองค์ร่วมกับหน่วยทหารรักษาพระองค์แล้ว ยังได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานขนนกขาวให้ปักที่ข้างขวาหมวกเป็นเกียรติยศพิเศษ โดยนายเสือป่าชั้นนายกองมีพู่ขนนกใหญ่ปักที่ขวาหมวกในเวลาแต่งเต็มยศหรือครึ่งยศ ส่วนเวลาแต่งเครื่องปกติคงปักขนนกขาวเล็กเช่นเดียวกับนายเสือป่าชั้นนายหมู่

   ต่อจากนั้นได้มีการขยายการจัดตั้งกรมกองเสือป่าออกไปยังหัวเมืองมณฑลต่างๆ ทั่วพระราชอาณาจักร "ชั้นต้นตามจังหวัดจัดเปนหมวดเสือป่าราบ มีข้าราชการสัญญาบัตร์เปนพื้น; ต่อมาไม่ช้าพวกเสมียนพนักงานทุกน่าที่ได้สมัคเปนสมาชิก, และขยายการปกครองขึ้นเปนกองร้อย;" [๒] แล้ว จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างธงไชยเฉลิมพลประจำกองเสือป่า และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในการพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาพิเศษและพระราชทานธงไชยเฉลิมพลแก่กองเสือป่ามณฑลมณฑลนครไชยศรี มณฑลปราจิณบุรี มณฑลพิษณุโลก มณฑลนครสวรรค์ มณฑลกรุงเก่า ตามลำดับ

   ต่อมาในคราวที่เสือป่าจากหัวเมืองมณฑลต่างๆ เข้ามาประชุมพลถวายไชยมงคลเนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน - ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้มีการถือน้ำพิเศษของกองเสือป่า ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๔ และในคราวนี้ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานธงไชยเฉลิมพลเสือป่ากองมณฑลนครศรีธรรมราช มณฑลนครราชสีมา มณฑลราชบุรี ตามลำดับ และมีบันทึกว่า ในการสวนสนามถวายไชยมงคลเนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ณ สโมสรเสือป่าพระราชวังดุสิต เมื่อวันเสาร์ที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ มีเสือป่าจากทั่วประเทศมาร่วมการสวนสนามจำนวนกว่าพันนาย

   ถัดมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๔ มีหลักฐานปรากฏชัดว่าสมาชิกเสือป่าในกรุงเทพฯ ได้ทวีจำนวนมากขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดแบ่งกำลังพลเสือป่าในกรมเสือป่าหลวงรักษาพระองค์ออกเป็น
  1. กรมเสือป่าหลวงรักษาพระองค์
  2. กรมที่ ๒ รักษาพระองค์
  3. กองม้าหลวงรักษาพระองค์
อนึ่ง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจการเสือป่าให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษประจำกรมกองเสือป่าต่างๆ เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๕ และได้ทรงรับเป็นผู้บังคับการพิเศษเสือป่า กองมณฑลกรุงเทพฯ กองมณฑลกรุงเก่า และกองมณฑลพายัพ กับได้โปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ทรงเป็นผู้บังคับการพิเศษกองเสือป่าต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร ดังนี้
  1. นายกองเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ [๓] เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงเป็นผู้บังคับการพิเศษเสือป่า กองมณฑลอุดร (ต่อมาได้รับพระราชทานเฉลิมพระยศเป็น สมเด็จพรพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ)
  2. นายกองตรี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช [๔] จเรทหารทั่วไป ทรงเป็นผู้บังคับการพิเศษเสือป่า กองมณฑลราชบุรี (ต่อมาได้รับพระราชทานเฉลิมพระยศเป็น นายกองเอก สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช)
  3. นายกองตรี สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ทรงเป็นผู้บังคับการพิเศษเสือป่า กองมณฑลนครสวรรค์ (ต่อมาได้รับพระราชทานเฉลิมพระยศเป็นนายกองเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต)
  4. นายกองตรี สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบก ทรงเป็นผู้บังคับการพิเศษเสือป่า กองมณฑลพิษณุโลก ( ต่อมาได้รับพระราชทานเฉลิมพระยศเป็น นายกองเอก สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ)
  5. นายหมู่เอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมา ทรงเป็นผู้บังคับการพิเศษเสือป่า กองมณฑลนครราชสีมา ต่อมาได้รับพระราชทานเฉลิมพระยศเป็น นายกองเอกสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนครราชสีมา

นายกองเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพผู้บังคับการพิเศษกรมเสือป่ารักษาดินแดนอุดร

นายกองเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ผู้บังคับการพิเศษกรมเสือป่ารักษาดินแดนราชบุรี

นายกองเอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ผู้บังคับการพิเศษกรมเสือป่ารักษาดินแดนพิษณุโลก

ตำแน่งของเสือป่า

แบ่งเป็น 2 ชั้นได้แก่
ชั้นสัญญาบัตร
  1. นายกองใหญ่
  2. นายกองเอก
  3. นายกองโท
  4. นายกองตรี
  5. นายหมู่ใหญ่
หมายเหตุ ชั้นยศนายกองใหญ่เป็นยศเฉพาะพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาในปี พ.ศ. 2458 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งยศนายพลเสือป่าขึ้นแทน และได้พระราชทานยศนายพลเสือป่าแก่นายเสือป่าชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน เช่น พลเอก พลเรือเอก นายพลเสือป่า เจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล. เฟื้อ พึ่งบุญ), นายพลเสือป่า เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม), นายพลเสือป่า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช
ชั้นประทวน
  1. นายหมู่เอก
  2. นายหมู่โท
  3. นายหมู่ตรี
  4. พลเสือป่า