เวลานี้ มีแต่คนพูดถึง “StartUp” (การประกอบกิจการหรือผู้ประกอบการประเภท StartUp) เพราะทุกวันนี้ StartUp มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้ว

   สตีฟ แบลงค์ (Steve Blank) ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “The Startup Owner’s Manual” ได้ให้คำจำกัดความของ “StartUp” หมายถึง องค์กรประเภทชั่วคราวที่ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหารูปแบบธุรกิจที่มีลักษณะของการทำซ้ำๆ ได้ (Repeatable) และมีการเติบโตขยายตัวได้มาก (Scalable)

   ส่วนนักวิชาการและนักปฏิบัติคนไทยได้อธิบายความหมายของ “StartUp” ว่า เป็นธุรกิจของคนยุคใหม่ที่เน้นในการแก้ปัญหาให้ตรงใจของลูกค้า เพื่อการขยายตัวหลายสิบเท่าภายในเวลาอันสั้น ซึ่งธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตมากมายและรวดเร็วแบบนี้ ย่อมดึงดูดให้นักลงทุน และแหล่งเงินทุนต่างๆ ให้ความสนใจมาลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่สวยงาม

   เมื่อผู้คนให้ความสนใจเรื่อง StartUp จำนวนมาก ยิ่งภาครัฐให้การสนับสนุนด้วยแล้ว เราจึงเห็นผู้ประกอบการ StartUp หน้าใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย จนเราได้เห็นคนที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับพบเห็นผู้ที่ล้มเหลวจำนวนมากเช่นกัน

   จุดเริ่มต้นของ StartUp ก็คือ การปรับเปลี่ยนไอเดียหรือความคิดแปลกใหม่ให้เป็นธุรกิจและเริ่มลงมือทำโดยสำรวจตลาด ศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อนำมาสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ลูกค้าทดลองใช้ และเก็บข้อมูลเพื่อไปปรับรูปแบบการใช้งานก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ มีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเพื่อให้ StartUp สามารถขับเคลื่อนธุรกิจผ่านช่วงเริ่มต้นไปให้ได้

   เป้าหมายหลักของ StartUp จึงเป็นความต้องการที่จะสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะธุรกิจ StartUp มีการแข่งขันสูง มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ จึงทำให้เกิดคู่แข่งจำนวนมากได้ง่ายและเกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ที่สามารถพลิกโฉมอุตสาหกรรม หรือสามารถตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้าได้ดีกว่าและรวดเร็วกว่าด้วย

   สถิติตัวเลขในปี ค.ศ.2015 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมี GDP เท่ากับ 15 ล้านล้านดอลลาร์นั้น จะมีกิจการ StartUp 9 กิจการ (Tech Companies) ที่สร้างรายได้รวมกันได้มากถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ อันได้แก่ Apple, Amazon, Google, Salesforce, VMware, Facebook, Twitter, Groupon, และ Zynga ในขณะที่ไม่มีใครสนใจหรือรู้จักชื่อของกิจการ StartUp จำนวนมากมายที่ล้มเหลวด้วยซ้ำไป

   ผู้รู้หลายท่านบอกว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ StartUp ล้มเหลว ก็เพราะไม่ได้ตอบโจทย์ และไม่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า (ขาด Demand) ที่สำคัญคือไม่สามารถนำไอเดียไปสู่การปฏิบัติที่ได้ผล ดังนั้น ผู้ประกอบการ StartUp ที่มีคุณภาพ จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญอย่างน้อย 3 ประการได้แก่
  1. ใช้ “เทคโนโลยี” เพิ่มผลิตภาพ (ICT, IoT, Software)
  2. มี “นวัตกรรม” ที่ตอบโจทย์ได้ (ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ไอเดียแปลกใหม่ที่โดนใจลูกค้า)
  3. มี “ทีมงานที่เข้มแข็ง” (พร้อมลุยบนความเสี่ยงเสมอ) เป็น “ปัจจัยแห่งความสำเร็จ” ขั้นพื้นฐาน


   StartUp ที่มีคุณภาพ จึงมักเข้าตานักลงทุนประเภท VC (Venture Capital) ที่ทำให้กิจการสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างแท้จริง ว่าไปแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นคำว่า “High risk, High retum” ที่ StartUp มองเห็น “โอกาส” ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมใน “ยุค 4.0” ครับผม!
วิฑูรย์ สิมะโชคดี