Content

  1. เริ่มจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน จากนั้นกระจายไปทั่วโลก
  2. ลุกลามจากภาคพื้นเอเชียตะวันออก (Westerm Pacific) ไปสู่ยุโรป แล้วเข้าสู่ทวีปอเมริกา
  3. สรุปประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในอัตราที่สูง
  4. อัตราการตายขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 0.5% ในประเทศที่มีการติดเชื้อต่ำ จนไปถึง 10% ในประเทศอิตาลี
  5. ประเทศไทยอยู่ระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อ ว่าจะควบคุมดีเหมือน เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น หรือจะคุมไม่อยู่เหมือนยุโรปหรืออเมริกา

เริ่มจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน จากนั้นกระจายไปทั่วโลก

การระบาดกระจายไปทั่วโลกในทุกทวีป โดยใน 1 ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่าน มี ผป.รายใหม่เกิดขึ้นมากในภูมิภาค ยุโปรป อเมริกา และตะวันออกกลาง
จำนวนประเทศที่รายงานการติดโรค COVID-19 โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่รายงานการเกิดโรคนอกประเทศจีน โดยเพิ่มการระบาดไปทั่วโลก จนถึงขณะนี้มี 195 ประเทศ/Territories ที่รายงานว่าพบการระบาด

ลุกลามจากภาคพื้นเอเชียตะวันออก (Westerm Pacific) ไป ตะวันออกกลาง ยุโรป แล้วเข้าสู่ทวีปอเมริกา

ณ.วันที่ 28 มีค.63 จำนวนรายสะสมอยู่ในทวีป ยุโรป รองลงใสได้แก่ ภาคพื้น อเมริกา เอเชียตะวันออก (Western Pacific ตามการแบ่งภูมิภาคของ WHO) ซึ่งได้แก่ ประเทศจีน เกาหลี ญึ่ปุ่น ภาคพื้น ตะวันออกกลาง (Eastern Mediteranian) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ อัฟริกา มีจำนวนรายน้อยที่สุด
เมื่อพิจารณาจาก ผป.รายใหม่ ณ.วันที่ 28 มีค.63 พบว่า ผู้ป่วย COVID-19 รายใหม่ มากในภาคพื้นยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอัฟริกา ตามลำดับ หรือจะกล่าวได้ว่า ภูมิภาคที่กำลังเป็นปัญหาคือ ภูมิภาคยุโรปและอเมริกา และตะวันออกกลาง

สรุปประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในอัตราที่สูง

ประเทศที่พบจำนวนราย COVID-19 (สะสม) เรียงตากลำดับ ณ.วันที่ 29 มีค.63 มากที่สุดคือ USA รองลงมาคือ อิตาลี จีน สเปน เยอรมัน อิหร่าน ฝรั่งเศล และอังกฤษ โดยประเทศอิตลี ได้ แซงหน้าจีนในวันที่ 27 มีค.63 ส่วน USA แซงหน้าจีนในวันที่ 28 มีค.63 และขึ้นนำเป็นอันดับหนึ่งแซงอิตาลีด้วย ถ้าพิจารณาความชันของกราฟแล้ว USA เป็นประเทศที่มีจำนวนรายสะสมมากที่สุดแล้ว ยังมีความชันที่สูงกว่าอิตาลี จีน สเปน ซึ่งคิดว่าจะนำโด่งเป็นที่ 1 ไปอีกนาน
สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ของวันที่ 29 มีค.63 นั้น มากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ USA ,สเปน ,เยอรมัน ,อิตาลี ,ฝรั่งเศส,อิหร่าน,อังกฤษ ส่วนจีนที่เคยพบรายใหม่จำนวนมาก ตอนนี้พบผู้ป่วยรายใหม่น้อยมากประมาณ 100 รายต่อวัน ซึ่งจากกราฟผู้ป่วยรายใหม่ สถานการณ์ของ USA เป็นประเทศที่น่าเป็นห่วงมากที่สด เนื่องจากอัตราการเพิ่มชันมาก และมาตรการที่ USA โดยเฉพาะเรื่อง Social Distancing ไม่เข้มข้นเหมือนอิตาลี และจีน

อัตราการตายขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 0.5% ในประเทศที่มีการติดเชื้อต่ำ จนไปถึง 10% ในประเทศอิตาลี

จำนวนรายของผู้เสียชีวิต ในช่วงแรกที่มีการระบาด ประเทศจีนมีผู้เสียชีวิตสูงที่สุด ต่อมายอดผู้เสียชีวิตของอิตาลีและสเปนสูงขึ้นเรื่อยๆ โดย อิตาลี มียอดผู้เสียชีวิตมากว่าจีนเมื่อวันที่ 19 มีค.63 ส่วนสเปนได้มีผู้เสียชีวิตมากว่าจีนเมื่อวันที่ 26 มีค.63
เมื่อพิจารณา% อัตราป่วยตาย Case Fatality Rate (% CFR) นั้นพบว่าเมื่อเวลาผ่านไป อัตราการป่วยตายสูงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยประเทศที่พบจำนวนรายสูง อัตราการป่วยตายจะสูงตามไปด้วย อัตราป่วยตายสูงที่สุดคือ อิตาลี คือ 10% รองลงมาคือ สเปน และอิหร่าน ประมาณ 8 % ตัวเลขอีตราป่วยตาย ต้องพิจารณาร่วมกับอัตราการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วย ถ้าประเทศใดอ้ตราการส่งตรวจต่ำ จำนวนป่วยทั้งหมด (ตัวหาร) ที่ได้จะต่ำกว่าความเป็นจริง ส่วนจำนวนผู้ป่วยเสียชีวิต (ตัวตั้ง) จะเป็นผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ส่วนใหญ่จะมา รพ. ทำให้ตัวตั้ง ใกล้เคึยงกับความเป็นจริง ทำให้อัตราการป่วยตายสูงเกินจริง

ประเทศไทยอยู่ระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อ ว่าจะควบคุมดีเหมือน เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น หรือจะคุมไม่อยู่เหมือนยุโรปหรืออเมริกา

สำหรับประเทศนั้น หลังจาก 6 มีค.63 ที่มีสนามมวยและสถานบันเทิงที่ทองหล่อ เป็น Super Spreader จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ของประเทศไทย ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเพิ่มมาตรการ โดยไทยใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ โดยเริ่มใช้เมื่อ 26 มค.63 จึงถึง 30 เมย.63 เพื่อให้ประชาชนอยู่ที่บ้่าน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ จากสติตของจีนและอิตาลี หลังปิดเมือง 14 วัน ผู้ป่วยรายใหม่จะสูงถึง Peak จากนั้นจะค่อยๆลดลง โดยการลดลงมากน้อยขึ้นความเข้มข้นของมาตรการการปิดเมือง
กราฟแสดงผู้ป่วยสะสมของประเทศไทย ซึ่งจากกราฟจะเห็นว่าการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยเป็นแบบยกกำลัง (Exponential) แสดงว่าการคสบคุมยังดำเนินการได้ได้ไม่ดี เมื่อพิจารณาแนวโน้มพบว่า จำนวนรายผู้ป่วย (เส้นสีน้ำเงิน) ยังสูงกว่า เส้นอ้างอิง โดยคำนวณโดยใช้ Regression Equation แสดงว่าแนวโน้มก็ยังไม่ดี แต่ช่องว่างระหว่าง เส้นสีน้ำเงินและสีแดง แคบเข้าแสดงว่าแนวโน้มที่ยังไม่ดี มีทิศทางที่ดีขึ้น

จากข้อมูลของประเทศจีนและอิตาลี หลังปิดเมือง 14 วัน ผู้ป่วยรายใหม่จะเพิ่มถึง Peak ไทยใช้ พรก.เมื่อวันที่ 26 มีค 63 แสดงว่าผู้ป่วยจะถึง Peak ในวันที่ 8 เม.ย.63 จากนั้นผู้ป่วยรายใหม่ถึงจะลดลง จึงต้องคอยดูกันต่อไป