Content :

  1. คำนำ
  2. Executive Summary
  3. Review Topic
    1. Part 1.Evolving of Health Literacy Concept,Model and Defintion
    2. Part 2. Health Literacy Movement in USA,EU,Austria,Australia,Thailand
    3. Part 3. Health Literacy Measurement & Survey.
    4. Part 4. Standard of Health Literate Healthcare Organization (HLHCO)
  4. Link เอกสารอ้างอิงรายหัวข้อ
  5. เอกสารอ้างอิง
    1. Review Literature Health Literate Healthcare Setting (นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล) Review Literature Health Literate Healthcare Setting (นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล)
    2. International Self-Assessment Tool for Organizational Health Literacy (Responsiveness) of Hospitals (OHL-Hos) SAT-OHL-Hos-v1.0-EN-international International Self-Assessment Tool for Organizational Health Literacy (Responsiveness) of Hospitals (OHL-Hos) SAT-OHL-Hos-v1.0-EN-international
    3. The Vienna model for health literate hospitals: engaging patients and caregivers : By Jürgen M. PelikanThe Vienna model for health literate hospitals: engaging patients and caregivers : By Jürgen M. Pelikan
    4. Working Group on “HPH and Health Literate Health Care Organizations” By Jürgen M. Pelikan, Peter Nowak (Co-chairs of the WG) Working Group on “HPH and Health Literate Health Care Organizations” By Jürgen M. Pelikan, Peter Nowak (Co-chairs of the WG)
    5. Baldrige Excellence Framework Baldrige Excellence Framework

คำนำ :

หัวข้อในการทบทวน (Review) ประกอบด้วย
  1. Concept ของ Health Literacy มีวิวัฒนาการมาตลอด 50 ปี เริ่มจาก Healthcare Concept ใน USA มาสู่ Disease Prevention แล้วพัฒนาแนวคิดในยุโรปมาสู่ Health Promotion Concept การที่ concept เปลี่ยนไปทำให้ Health Liteacy Model ,Definition ,Measure ,Intervention มีการเปลี่ยนแปลงไปตาม Concept ที่เปลี่ยนไป หัวข้อที่จะทบทวน Part ที่ 1 คือ Evoling of Health Literacy Concept ,Model and definition.
  2. แต่ละประเทศมีการขับเคลื่อน Health Literacy ที่แตกต่างกัน การถอดบทเรียนการดำเนินการ Health Literacy ในแต่ละประเทศ จะสามารถนำบทเรียนมาประยุกต์ใช้สำหรับขับเคลื่อน Health Literacy ในประเทศไทย หัวข้อในการทบทวน Part ที่ 2 คือ Health Literacy Movement in USA,EU,Austria,Australia,Thailand
  3. Peter Drucker กล่าวว่า “you can’t manage what you can’t measure.” และ If you can’t measure it,You can’t improve it . เราจะวัด Health Literacy ได้อย่างไร และจะใช้เครื่องมืออะไรในการวัด และเมื่อวัดออกมาแล้วจะใช้เปรียบเทียบกันอย่างไร คือ หัวข้อในการทบทวน Part ที่ 3. Health Literacy Measurement & Survey.
  4. Health Literacy Concept ก่อนหน้านั้นมอง Health Liteacy เป็นบทบาทหน้าที่ของแต่ละบุคลลที่จะต้องพัฒนาทักษะในเรื่อง Health Literacy แต่หลังปี 2004 เริ่มเกิดแนวคิดว่า Health Literacy เป็น Relative Concept เป็น Function ระหว่าง Individual Skill x demand & Complexity of health system . มันไม่ใช่หน้าที่ของปัจเจกชนเท่านั้นในการพัฒนา Health Literacy แต่ Healthcare setting ก็จำเป็นต้องปรับระบบเพื่อลดความซับซ้อนของระบบและกระบวนการบริการสุขภาพเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ หรือการทำให้เป็น Health Literate Healthcare Organization (HLHCO) แล้วคุณลักษณะ (Attribute) ของ HLHCO เป็นอย่างไร และ Concept ของ Health Literacy ที่ Evolving ไปตามกาลเวลา Attribute ของ HLHCO ที่ update ล่าสุดคืออะไร แล้ว Setting อื่นๆ ที่ไม่ใช้ Healthcare เช่น Education , Workplace , Community Setting หรือจะเรียกว่า Health Literate Organization (HLO) หรือ Organizational Health Literate Responsiveness (Org-HLR) จะมี Attribute อย่างไร จะนำคุณลักษณะของ HLHCO มาประยุกต์ใช้กับ Setting อื่นๆ ได้หรือไม่ คือหัวข้อในการทบทวน Part ที่ 4 Standard of Health Literate Healthcare Organization (HLHCO) .

Excutive Summary:

  1. Concept ของ Health Literacy นั้นต้องครอบคลุมทั้ง Healthcare , Disease Prevention และ Health Promotion ฉะนั้น 10 Attributes Framework for Heathl Literate Healthcare Organization (HLHCO) เน้นหนักในเรื่อง Healthcare โดยครอบคลุมในมิติของ Health promotion น้อย Framework ของ Vienna - Health Literate Organization ( V-HLO) หรือ International Organizational Health Literacy (Responsiveness) Hospital (OHL-Hos) จึงมีความเหมาะสมกว่า เนื่องจาก OHL-Hos คือ Updated version ของ V-HLO และมีแบบประเมินตนเองที่พร้อมใช้และผ่านความเห็นชอบจาก International HPH conference in Warsaw May 31st 2019 โดย HPH มี International Network ที่จัดประชุมทุกปี เพื่อนำสาระจากประชุม Global Health Promotion Conference มาสู่การปฏิบัติ และหา Best practice มาแลกเปลี่ยนกันในที่ประชุม และประเทศไทยก็เป็นเครือข่ายของ HPH International Network ดังกล่าวด้วย ฉะนั้นควรที่จะเลือก OHL-hos มาเป็นตัวตั้ง แล้วนำหัวข้ออื่นๆ มาเติมเต็มได้แก่
    1. เลือกหัวข้อใน Ten Attributes ที่เห็นว่าสำคัญเข้ามาเสริมในส่วนที่ OHL-hos ไม่มีในสาระสำคัญ
    2. นำหัวข้อที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ Healthcare setting ที่อยู่ในระดับ best practice เข้ามาเสริม เพราะจะทำให้สอดคล้องกับบริบทจริงของ Setting ที่จะนำมาตรฐานไปใช้
  2. โรงพยาบาลในประเทศไทยทั้งของรัฐ (1,000 แห่ง.)และเอกชน (400 แห่ง) รวม 1,400 แห่ง ผ่านการรับรอง (Accredited) ด้วย HA 740 แห่ง (รพ.รัฐ 600 รพ.เอกชน 140 แห่ง) โดยโรงพยาบาลที่ไม่ผ่านการประเมินอยู่ในช่วงของการพัฒนาเพื่อเข้าสู่การประเมิน (5) โดย HA จะบูรณาการทั้ง HA และ HPH เข้าด้วยกัน การบูรณาการ HLHCO Standard เข้าไปใน HA Standard น่าจะเป็นทางเลือกที่จะทำให้ HLHCO standard ถูกนำไปใช้สำหรับโรงพยาบาลได้อย่างครอบคลุมในเวลาที่รวดเร็ว (ถอดบทเรียนจากประเทศออสเตรเลีย)
  3. การทบทวนการศึกษาเกี่ยวกับ HLHCO Framework ในต่างประเทศทั้ง Ten Attribute for HLHCO , V-HLO และ OHL-hos เป็นการศึกษาในบริบทของโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ ยังไม่มีการศึกษาในสถานบริการสุขภาพ ระดับ รพ.สต. การนำ HLHCO Framework ไปใช้ใน รพ.สต.จำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับบริบท โดยถอดบทเรียนจาก รพ.สต.ที่เป็น best practice ในเรื่อง HL และเน้นในหัวข้อที่เกี่ยวกับ Health Promotion รวมทั้งบูรณาการไปพร้อมกับมาตรฐานของ รพ.สต. เช่น รพ.สต.ติดดาวเป็นต้น เพื่อให้สามารถขยายผลได้รวดเร็ว และไม่เกิดความคิดว่าเป็นมาตรฐานใหม่ ทำให้เกิดแรงต่อต้านมาก

Part 1.Evolving of Health Literacy Concept,Model and Defintion

  1. Health Literacy (HL) เริ่ม จาก Healthcare และ Disease Prevention Concept มอง HL as risk และเข้าใจ HL ในรูปแบบของ Functional HL ต่อมา concept ได้วิวัฒนาการไปสู่ Health Promotion Concept มอง HL as Asset และแบ่ง Health Literacy เป็น 3 ระดับ คือ Functional ,Interactive และ Critical HL การที่ HL มี Concept ที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ Model , Definition ,Measure & Intervention ปรับเปลี่ยนไปตาม Concept ที่เปลี่ยนแปลงไป
  2. แนวคิดของ Health literaacy ก่อนทศวรรษ 1990s health literacy ถูกกำหนดว่าเป็นชุดของทักษะที่ทำให้บุคคลหรือผู้ป่วย มีความสามารถที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ให้บริการ ในบริบทดังกล่าวการพัฒนา Health Literacy จึงเป็นการพัฒนาแค่ระดับ Functional Health Literacy ได้แก่ การอ่านออกเขียนได้ คำนวณเป็น และมีความทักษะที่มากขึ้น เช่นเข้าใจความหมายจากการสื่อสารเกี่ยวกับสุขภาพได้มากขึ้น สามารถจัดการตนเองได้ และมีทักษะในการดูแลตนเอง สามารถไปรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และสามารถที่จะเข้าไปรับบริการในระบบสุขภาพได้
  3. ปลายทศวรรษ 1990s แนวคิดของ Health Literacy เปลี่ยนมาเป็น public health approach ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันของทุกคน โดยมอง Health Litercy เป็นแนวคิดที่เป็นสหมิติและสัมพันธ์กับการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งนอกจากทักษะทางปัญญาแล้วการส่งเสริมสุขภาพจะเน้นหนักในเรื่องมิติทางสังคมและวัฒนธรรมด้วยและเชื่อมโยงกับการศึกษาโดยใช้หลักมนุษยวิทยา เป็นการศึกษาแบบผู้ใหญ่ (Adult Learning) ที่เรียกว่า (Freirean perspective on education) เป็นการเสริมพลังเพื่อที่จะปรับปรุงพฤติกรรมสุขภาพโดยกระทำต่อปัจจัยกำหนดสุขภาพทางสังคมและการเมือง เพื่อให้สุขภาพและความเป็นอยู่ดีขึ้น โดยเน้นในเรื่องความเป็นธรรมทางสังคม รวมถึงปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม และเงื่อนไขที่บริบททาง สังคมและวัฒนธรรม ขอบเขตของ Health literacy จึงขยายวงกว้างโดยรวมถึงเรื่อง ปัจจัยกำหนดสุขภาพทางสังคม การมีส่วนร่วมของสังคมเพื่อสุขภาพ ไม่เฉพาะสุขภาพของแต่ละคนเท่านั้น ความหมายของ Health Literacy จึงหมายถึง ความรู้ แรงจูงใจ และความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง เข้าใจ ประเมิน และนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการตัดสินใจในทุกๆวัน เพื่อที่ธำรงรักษาหรือยกระดับคุณภาพชีวิติ และ health literacy เป็นสิ่งที่ไม่ตายตัวและวิวัฒนาการและปรับปรุงตลอดช่วงชีวิต
  4. นอกจาก Health Literacy ในระดับบุคคลหรือกลุ่มคนที่เป็นการมองระดับ micro และ meso-levels แล้ว Health Literacy ยังถูกเน้นในระดับ macrolevel โดยมองเชิงระบบ และนโยบาย ซึ่งต้องขับเคลื่อนเป็นวาระที่ระดับบนจนถึงระดับชาติ แนวคิด Health-literate healthcare organisation (HLHCOs) ในช่วงแรกเป็นเพียงแนวคิดที่จะเอาชนะอุปสรรค (barrier)ที่จะทำให้เกิด Health Literay ร่วมกับการที่ทักษะในด้านความรอบรู้ของบุคคลหรือประชาชน ไม่เพียงพอที่จะเข้าใจระบบสุขภาพที่มีความซับซ้อนในสถานบริการสุขภาพได้ ซึ่งนอกจาก Healthcare setting แล้ว Setting อื่นๆ เช่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานที่ทำงาน สถานประกอบการ ก็สามารถนำแนวคิดดังกล่าวไปใช้ได้โดยเน้นหนักในประเด็นที่เกี่ยวกับ การป้องกันโรคและการส่งเสริมสุขภาพ โดยปรับระบบ โครงสร้าง ให้เป็นอยู่ในทุกที่หรือทุกองค์กรที่มีคนอยู่ในนั้น เพื่อที่จะลดความไม่เท่าเทียมทางสุขภาพและความแตกต่างในเรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพ
  5. Solensen ได้ Review Literature ในปี 2012 และสรุปได้ดัง Model ซึ่งเป็น model ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในปัจจุบัน
    ตรงกลาง (core) ประกอบด้วย
    1. วงกลมรูปไข่ ซ้อนกัน 3 วง เป็น Continuum of Care ได้แก่ Health Care , Disease Prevention และ Health Promotion
    2. กระบวนการที่จะนำมาใช้เพื่อให้เกิด Health Lieracy ในแต่ละ Continuum of Care ประกอบด้วย การเข้าถึงข้อมูล (Access) การเข้าใจข้อมูล (Understand) การประเมินข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ (Appraise) และการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลข่าวสาร (inform descion making) เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในแต่ละวัน (Apply)
    มองจากซ้าย (Antecident) ไปขวา (Consequence) สามารถมองระดับบุคคลหรือประชากรตลอด Life Course
    1. Anticedent หรือ สิ่งที่จะมาก่อนหน้า Health Literacy ได้แก่ ปัจจัยกำหนด Health Literacy (Determinant)
      1. ส่วนที่อยู่ไกลตัวออกไป (Distal) เรียกว่าปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
      2. ส่วนที่อยู่ใกล้ตัวเข้ามา ได้แก่
        1. Personal Determinant (ปัจจัยส่วนบุคคล)
        2. Situation Determinant (ปัจจัยด้านสถานการณ์) ได้แก่ การสนับสนุนทางสังคม ,แรงกดดันจากครอบครัวและเพื่อน (Familty and peer pressure) และสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ Health literate Organization ใน Setting ต่างๆ น่าจะอยู่ในปัจจัยส่วนนี้ด้วย
    2. Consequence คือ สิ่งที่จะตามหลัง Health Literacy และส่วนนี้จะย้อนกลับไปที่ peronal determinant เป็นวงจรไม่รู้จบ Consequence แบ่งเป็น 4 คู่ได้แก่
      1. อัตราการมาใช้บริการสุขภาพ (Health service use) ซึ่งจะสัมพันธ์กับ ต้นทุนของการมารับบริการ (Health cost) (Disease Approach ใน Healthcare Setting)
      2. พฤติกรรมสุขภาพ (health behavior) จะสัมพันธ์กับ ผลลัพธ์ทางสุขภาพ (Health outcome) – (Disease prevention & Health promotion approach)
      3. การมีส่วนร่วม (Participation) จะสัมพันธ์กับ ระดับการเสริมพลัง (Empowerment) – Health promotion Approach
      4. ความเท่าเทียม (Equity) จะสัมพันธ์กับ ความยั่งยืน (Sustainable) – Health promotion approach.

    Part 2. Health Literacy Movement in USA,EU,Austria,Australia,Thailand

    สรุปแนวทางการขับเคลื่อน HL ไปสู่การปฏิบัติของประเทศต่างๆ
    1. ใน USA Partner และ Net work ระดับ Grass root มีความเข็มแข็ง โดยมีการประสานความร่วมมือในพัฒนา HL (Collaboration) การออกกฎหมายในช่วงปี 2012 (Top down) เพื่อมาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ระดับ Grass root ไม่สามารถจัดการได้ ทำให้เกิดความครอบคลุมเชิงปริมาณ หนุนเสริม Grass root ที่ทำงานเชิงคุณภาพ
    2. ในยุโรป partnership และ Network ของการส่งเสริมสุขภาพมีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาของ Austria เป็นสถาบันการศึกษาที่ผลิตองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและ Health Literacy ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ใช้การศึกษาวิจัยหาหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อ Adovocate ผู้กำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และมี The Austrian Health Literacy Alliance หรือ ÖPGK ทำการประสานความร่วมมือ ประสานมาตรการ เพื่อให้การพัฒนา HL แบบยั่งยืน
    3. Australia ตัวขับเคลื่อนที่สำคัญคือ Australian Commission on Safety and Quality in Health Care (ACSQHC) รับผิดชอบในการพัฒนาและธำรงรักษามาตรฐานที่เกี่ยวกับคุณภาพบริการและความปลอดภัย ACSQHC’s ได้กำหนด National statement on health literacy (2014) โดยใช้ Concept HL as risk ทำให้ HL เข้าไปอยู่ในเรื่อง pateint safety และเป็นส่วนหนึ่งของ Quality Management System (QMS) และทำให้ HL ถูกนำสู่การปฏิบัติครอบคลุมทั้งประเทศอย่างรวดเร็ว ผ่านกลไกของ QMS
    4. การชับเคลื่อน HL ในประเทศไทย มีทั้งแบบ Top down จากแผนปฏิรูป ลงมาสู่แผนระดับต่างๆ Cascade ลงมา และการชับเคลื่อนแบบ Bottom up โดยการทำงานแบบ collaboration network โดยมี สมาคมส่งเสริมความรอบด้านสุขภาพ เป็นตัวประสานงานกลาง แม้ HL จะเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย แต่สามารถพัฒนา 66 Key messages , เครื่องมือวัด HL สำหรับประเทศไทย (HLS-TH-Q87) และการสำรวจ HL โดยใช้ HLS-TH-Q87 โดยความสำเร็จของการดำเนินการเกิดจากการดำเนินการแบบ Bottom up มากกว่า

    ข้อเสนอแนะที่จะนำประสบการณ์จากต่างประเทศมาใช้ในประเทศไทย

    1. นำบทเรียน ปัจจัยความสำเร็จของการใช้กฎหมายเพื่อส่งเสริม HL ใน USA (Top Down) และเปรียบเทียบอะไรคือความแตกต่างของการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อส่งเสริม HL ของประเทศไทยและ USA
    2. นำบทเรียน บทบาทความรับผิดชอบและแหล่งงบประมาณของ The Austrian Health Literacy Alliance หรือ ÖPGK ว่ามีประเด็นใดที่สามารถจะนำมาประยุกต์ใช้กับ สมาคมส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพไทย
    3. นำบทเรียนประเทศออสเตรเลีย ที่ขับเคลื่อน HL ผ่านระบบคุณภาพ โดย Australian Commission on Safety and Quality in Health Care (ACSQHC) เพื่อนำมาใช้ในประเทศไทย

    Part 3. Health Literacy Measurement & Survey.

    1. ก่อนปี 2012 แต่ละประเทศได้กำหนดเครื่องมือในการวัด Health Literacy ขึ้นเอง ซึ่งขึ้นกับนิยามและ model ของ Health Literacy ของแต่ละประเทศ
    2. Sørensen ได้ทำ Systematic Review นิยามและ model ของ Health Literacy ในปี 2012 ทำให้ นิยามและ Model ของ Health Liteacy ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง การใช้นิยามและ Model เดียวกัน ส่งผลให้เการพัฒนาครื่องมือวัดสอดคล้องกับนิยามและ Model ดังกล่าว โดยเป็นการวัดใน 3x4 =12 dimension คือ Continuum of care dimesion (Heath care ,Disease Prevention,Health Promotion) x Process Dimension (Access ,Understand ,Appraise , Apply)
    3. ประเทศในยุโรป 8 ประเทศได้ร่วมกันพัฒนาเครื่องมือวัด เรียกว่า HLS-EU-Q47 และใช้เครื่องมือนั้น เป็นเครื่องมือในการวัด Health Literacy ของทั้ง 8 ประเทศ
    4. เนื่องจาก HLS-EU-Q47 นั้น ใช้เวลานานในการทำ จึงพัฒนาเครื่องมือวัดเพื่อให้สามารถทำให้เสร็จภายใน 10 นาที จึงมีการเลือก บาง Items ใน HLS-EU-Q47 มา เป็น Short form ที่เรียกว่า HLS-EU-Q16 และ Short - Short - Form : HLS-EU-Q6
    5. ไต้หวัน ก็นำ HLS-EU-Q47 มาเลือกบาง items มาใช้ให้สอดคล้องกับบริบท กำหนดเป็น HLS-Taiwan-Q12
    6. ประเทศใน Asia 6 ประเทศ ก็ได้นำ HLS-EU-Q47 มาแปลเป็นภาษาท้องถิ่น จากนั้นมาทดสอบ Validity & Reliability สรุปผลได้ว่า แบบทดสอบ HLS-EQ-Q47 สามารถนำมาใช้ในประเทศ Asia ได้
    7. ประเทศไทย นำบทเรียนจากประเทศจีนที่พัฒนา 66 Key message จึงได้บูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีสมาคมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพไทย เป็นแกนกลางในการกำหนด 66 Key message จากนั้นก็พัฒนาเครื่องมือวัด Health Literacy ให้เหมาะสมกับสังคมไทย โดยใช้แนวคิด HLS-EU-47 มาเป็นกรอบ พัฒนาเครื่องมือวัดมีทั้งหมด 87 items เรียกว่า HLS-TH-Q87 โดยประกอบด้วย 4x5 = 20 dimesion โดย Contiuum of care dimension ประกอบด้วย Health care ,Disease Prevention ,Health Promotion และ Health Product ส่วน Process dimesion ประกอบด้วย Access ,Understand, Inquiry ,Judge & decion , Apply โดยในส่วนของ apply นั้นได้เลือกหัวข้อใน 66 Key message เพื่อดู การ apply 66 Key message

    Part 4. Standard of Health Literate Healthcare Organization (HLHCO)

    1. มาตรฐานที่จะนำมาเปรียบเทียบได้แก่
      1. Baldrige Excellence Framework
      2. Ten Attribute for Health Literate Healthcare Organization (HLHCO)
      3. Vienna Health Literate Organization (V-HLO)
      4. International Organizational Health Literatcy (Responsiveness) Hospital (OHL-Hos)
    2. การเปรียบเทียบ Organization Health Literate Responsiveness Framework (Org-HLR) จากการศึกษาของ Trezona(1) และ Angela (1) กับ Baldrige Excellence Framework (3) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ประเทศต่างๆนิยมใช้ในปัจจุบัน มาตรฐานในประเทศไทยที่นำ Baldrige Excellence Framework มาเป็นแม่แบบได้แก่ TQA , PMQA ,HA โดยโรงพยาบาลในประเทศไทยส่วนใหญ่พัฒนาเพื่อการรับรองด้วย HA Standard จากการเปรียบเทียบพบว่า Baldrige Excellence Framework ครอบคลุมหัวข้อได้มากกว่า Org-HLR Framework ที่ได้จาก 2 การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้ง 2 การศึกษาไม่ได้พูดถึง Result เพราะฉะนั้นต่อไปจะใช้ Baldrige Excellence framework เป็นกรอบเพื่อจะวาง Ten Attribute of HLHCO ของ IOM , V-HLO ของ Vienna Study ,และ International OHL-hos ของ CC-HPH เข้าไปในกรอบดังกล่าว โดย ในส่วนของ Process Management ในหมวด 6 จะประกอบด้วย Process ที่เกี่ยวกับ HL ดังนี้
      1. Communication Practice and Structure
      2. Ease Access to services and Process (Ease of Nagivation)
      3. Patient engagement and self management support.
      4. Community engagement & Partnership
      5. รูปที่ 1 เปรียบเทียบ Organizational Health Literate Resonsiveness กับBadrige Excellence Framework
    3. เปรียบเทียบ Bradrige Excellence Framework (3) กับ Ten Attribute of HLHCO (IOM) ,V-HLO, International OHL-hos (CC-HPH) (4) เนื่องจาก Concept ของ Health Literacy มีการวิวัฒนาการไป ทำให้ Model ,นิยาม ,เครื่องมือวัด HL ,Tool , Intervention รวมถึง Standard Framework มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย ในส่วนของ Standard Framework ก็เช่นเดียวกัน ใน USA Institute of Medicine (IOM) ได้รายงาน 10 Attribute of HLHCO เมื่อปี 2012 โดย Framework พัฒนาจาก Healthcare context เมื่อทางนำประยุกต์ใช้ยุโรปที่ Health Literacy Concept พัฒนาไปสู่เรื่อง Health Promotion โดยมอง HL เป็นเรื่องซึ่ง beyond individual Health แต่เป็นเรื่อง Public Health ในปี 2014/2015 WHO Collaborating Centre for Health Promotion in Hospitals and Healthcare (WHO-CC-HPH) จึงพัฒนา V-HLO (Vienna Health Literate Organization) ซึ่งประกอบด้วย 9 standard ,22 sub-standard ,160 indicator V-HLO ได้ปิดช่องว่างของ 10 Attribute HLHCO ในเรื่อง Health promotion โดย stand ที่ 8 เพิ่มเรื่องการสสนับสนุน HL ให้แก่ องค์กร ชุมชน และประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ (Contribute HL in the region) และ standard ที่ 9 ในเรื่องการเผยแพร่การดำเนินการ best practice ผลลัพธ์การดำเนิน HL ให้กับองค์กร ชุมชน หรือประชาชนในเขตรับผิดชอบ ภายใต้แนวคิด การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับองค์กรภายนอกจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในขององค์กร และเป็นการสร้าง Network & Partnership ด้วย เนื่องจากทีมพัฒนา V-HLO คือ Network ที่ทำเรื่อง Health Promoting Hospital (HPH) ในปี 2016 The international Network of Health Promoting Hospitals and Health Services (HPH) ได้ตั้ง International Working Group on Health Promoting Hospitals and Health Literate Healthcare Organizations (HPH & HLO) ได้ปรับ V-HLO เป็น Internation version ใหม่ประกอบด้วย 8 standard (เดิมมี 9 ปรับเหลือ 8 standaard โดยบูรณาการ Sub-standard 8.1 เดิมเข้ากับ standard 6 และบูรณาการ sub-standard 8.2 และ standard 9 เดิม เข้าไปเป็นใน stand ใหม่เป็น Standard ที่ 8) โดย 8 standard ใหม่ จะประกอบด้วย 23 sub-standard , 156 Indicators และจัดทำแบบประเมินตนเอง [International Self-Assessment Tool for Organizational Health Literacy (Responsiveness) of Hospitals (OHL-Hos) (4) ] ซึ่งเครื่องมื่อที่ได้พัฒนาใหม่ได้นำเสนอในที่ประชุม 27th International HPH conference in Warsaw May 31st 2019 โดย V-HLO และ International OHL-hos นั้นมีความใกล้เคียงกันมาก เพียงแต่ยกเลิก standard 9 ไปรวมกับ standard 8 และปรับ sub-standard และ indicators เพียงเล็กน้อย (ดังรูปที่ 2) รูปที่ 2 เปรียบเทียบ Badrige Excellence Framework กับ 10 Attribute HLHCO , V-HLO และ OHS-Hos
    4. ทั้ง 10 Attribute ,V-HLO , International OHL-hos ตัว Standard ไม่ได้กล่าวถึง Result แต่ไปกล่าวในแบบประเมินตนเอง (Self Assessment ) โดย International Self-Assessment Tool for Organizational Health Literacy (Responsiveness) of Hospitals (OHL-Hos) (4) โดย V-HLO จะมี 160 indicator ส่วน OHL-hos จะมี 156 indicator โดยสามารถเลือก indicators ให้เหมาะสมกับบริบท ถ้าพิจารณาจาก Integrated model of Health Literacy (7) Consequence คือ สิ่งที่จะตามหลัง Health Literacy แบ่งเป็น 4 คู่ได้แก่
      1. อัตราการมาใช้บริการสุขภาพ (Health service use) ซึ่งจะสัมพันธ์กับ ต้นทุนของการมารับบริการ (Health cost) (Disease Approach ใน Healthcare Setting)
      2. พฤติกรรมสุขภาพ (health behavior) จะสัมพันธ์กับ ผลลัพธ์ทางสุขภาพ (Health outcome) – (Disease prevention & Health promotion approach)
      3. การมีส่วนร่วม (Participation) จะสัมพันธ์กับ ระดับการเสริมพลัง (Empowerment) – Health promotion Approach
      4. ความเท่าเทียม (Equity) จะสัมพันธ์กับ ความยั่งยืน (Sustainable) – Health promotion approach.
    5. การกำหนดเครื่องชี้วัดจะขึ้นกับการนำมาตรการมาใช้ ถ้าทราบมาตรการใดที่ส่งผลต่อการปรับปรุงคุณภาพ (Quality Improvement) ก็จะทำให้สามารถเลือก Indicators ที่จะเป็น Consequence กับมาตรการนั้นๆได้ จากการศึกษาเกี่ยวกับมาตรการที่มีผลต่อ Quality Improvent โดยใช้ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ(8) พบว่า มาตรการที่ส่งผลต่อ Quality Improvement ได้แก่

      Link เอกสารอ้างอิงรายหัวข้อ :

      1. Part 1 Evolving of Health Literacy Concept , Model and Definition
        1. Executive Summary
        2. From Saranac lake (1973) to shanghai declaration (2016)
        3. Evolving , Definition and Model of Health Liteacy
        4. Health literacy as a population strategy for health promotion : Don NUTBEAM
        5. Health Literacy as a public health Goal : A chalenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century : Don Nutbeam
      2. Part 2 Health Literacy Movement in USA,EU,Austri,Australia,Thailand
        1. Executive Summary
        2. Health literacy policies: National examples from the United States
        3. Health literacy policies: European perspectives
        4. Health literacy policies: National example from Austria – A unique story and some lessons learned from an ongoing journey
        5. Health literacy policy in Australia: Past, present and future directions
        6. Health Litercy Movement in Thailand
      3. Part 3. Health Literacy Measurement and Survey
        1. เครื่องมือวัด Health Literacy & Liteacy Survey
        2. ภาคผนวก (Questinare ของเครื่องมือวัดต่างๆ)
          1. HLS-EU-Q47
          2. HLS-EU-Q47 (แปลไทย)
          3. HLS-EU-Q16 (Short – Form)
          4. HLS-EU-Q6 (Short –Short- Form)
          5. HLS-Taiwan-Q12
          6. HLS-TH-Q87
      4. Part 4 Standard of Health Literate Healthcare Organization (HLHCO)
        1. Executive Summary
        2. Health Literate Healthcare Organization (HLHCO) Jürgen M. Pelikan
        3. Ten Attribute of Health Literate Healthcare Organization (HLHCO); Cindy Brach.
        4. V-HLO & International OHL-hos, Org-HLS
        5. แบบประเมินตนเองตาม International Assessment Tools for OHL-Hos