Conceptual Frame work of Falling
เครื่องมือคัดกรองการหกล้ม
 1.Thai FRAT (Thai Falls Risk Assessment Test
 2.Get up and go test
Thai FRAT
Get up and Go Test
  1. Get up and go test
    1. วิธีทดสอบ  Get up and Go test ให้นั่งที่เก้าอี้ จากนั้นให้ลุกขึ้น แล้วเดินตรงไป 3 เมตร หมุนตัว แล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม
    2. อาจะใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน ประกอบการทดสอบก็ได้
    3. ให้สังเกตุตลอดการ Test และป้องกันอันตรายต่างๆที่จะเกิดระหว่างการ Test โดยดู
      1. ท่าทางการลุกขึ้นยืน  
        1. ลุกขึ้นยืนลำบาก แสดงว่ากล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps) อ่อนแรง
        2. ลุกขึ้นยืนแล้วเซจากการวิงเวียนศีระษะ คิดถึง Postural hypotension.
      2. การเดินและการทรงตัวขณะเดิน ดู Gait
      3. การหมุนตัว
      4. การกลับมานั่งที่เก้าอี้  นั่งผิดอาจแสดงถึงการมองไม่ชัดหรือการกะระยะของสายตาผิดพลาดเมื่อมาถึงเก้าอืั
  2. มีการ Modified โดยจับระยะเวลาด้วย เรียกว่า Time Get up and to test โดย
    1. คนปกติจะสามารถทำได้ภายใน 10 วินาที
    2. คนผิดปกติจะใช้เวลามากกว่า 29 นาที
    3. ผู้สูงอายุที่พักอยู่ในบ้านพักคนชราส่วนใหญ่เป็น Frail elderly ถ้าใช้เวลาน้อยกว่า 15 วินาที จะมีความเสี่ยงต่อการล้มน้อย
Primary Secondary and Tertiary of Falling Prevention
  1. Primary Prevention
    1. General Health Promotion
    2. การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงต่อการหกล้ม
    3. การออกกำลังกายอย่างสม่ำ เพื่อให้การทำงานของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และการทรงตัวเป็นปกติ
    4. มาตรการความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน
      1. ติดไฟบริเวณมุมมืดที่เดินผ่านบ่อย และสวิตซ์เปิดปิดควรอยู่ใกล้มือเอื้อม
      2. มีอุปกรณ์เครื่องเรือนบริเวณที่อยู่อาศัยเท่าที่จำเป็น ไม่กีดขวางทางเดิน และมีความมั่นคง อยู่สูงจากพื้น มองเห็นได้ง่าย
      3. เตียงนอน เก้าอี้ โถส้วม ควรสูงพอเหมาะไม่ต่ำหรือสูงเกินไป
      4. ทางเดินและบันได ควรมีราวจับ ตลอดขั้นบันได ควรมีลูกตั้ง ไม่เกิน 15 ซม. และลูกนอนไม่น้อยกว่า 28 ซม. และสูงเท่ากันหมด ผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการหกล้มควรนอนชั้นล่าง
      5. พื้นห้องสม่ำเสมอ ผิวเรียบและเป็นวัสดุที่ไม่ลื่นโดยเฉพาะห้องน้ำ จุดเชื่อมต่อระหว่างห้องควรอยู่ในระดับเดียวกัน หลีกเลี่ยงธรณีประตู ไม่ควรมีสิ่งของเกะกะ เช่น พรมเช็ดเท้า สายไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า
      6. หลีกเลี่ยงการมีสัตว์เลี้ยง สุนัข แมว ในบริเวณที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะเวลากลางคืน
    5. การให้ Vitamin D ขนาด 800 IU ยัง Controvercy ว่าจะช่วยป้องกันภาวะหกล้มหรือไม่
    6. Meta analysis สรุปว่ายุทธวิธีในการป้องกันการหกล้ม ที่มีประสิทธิผลมากที่สุด 2 วิธีคือ
      1. การแก้ไขปัจจัยเสี่ยงต่างๆหลังจากที่มีการประเมินผู้สูงอายุในทุกมิติรอบตัวผู้สูงอายุ (Multidimentional risk assessment) สามารถลดความเสี่ยงต่อการหกล้มได้ 18% และลดจำนวนการหกล้มได้ 43%
      2. การออกกำลังกาย สามารถลดความเสียงได้ 12% และลดจำนวนภาวะหกล้มได้ 19%
  2. Secondary Prevention
    1. Screening Test ในการคัดกรองได้แก่
      1. Romberg sign
      2. Time Get up and go test
      3. Thai FRAT
    2. วิธีการป้องกันขึ้นกับความเสี่ยงได้แก่
      1. แก้ไขความผิดปกติของการมองเห็น โรคตาของผู้สูงอายุที่พบบ่อยได้แก่ catarax , presbyopia , macular degeneration
      2. แก้ไขความผิดปกติของ Propioceptive sense ในผู้ป่วยที่เป็น Cervical spondylosis อาจใส่ Soft collar  การบริหารกล้ามเนื้อคอ
      3. แก้ไขความผิดปกติของ vestibular functio
        1. ให้ยา Vestibular Function ด้วยยา Cinnarizine ,Flunaricine , Dimenhidrinate (ถ้าเป็น Central Vestibular ที่ Cerebellum) มักไม่ตอบสนองด้วยการให้ยา
        2. ในรายที่เรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ ใช้การฝึกการทรงตัวบ่อยๆ ได้แก่
          1. การทำ Vestibular Habituation Training โดยการให้ยืนกับที่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
          2. การฝึกหารบริหารบริหารศีรษะและคอเพื่อป้องกันการเวียนศีรษะที่เรียกว่า Cawthrone Cooksey head and neck balance Exercise
    3. จัดการในเรื่อง Adverse drug reaction. โดยเฉพาะยาที่ทำให้เกิด postural hypotension.
    4. Postural hypotension
      1. ในกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชน พบ 11.3% และในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย พบ 14.8%
      2. ในผู้ที่หกล้ม ร้อยละ 35 จะมี Postural hypotension โดยสาเหตุของ Postural hypotension ได้แก่
        1. hypovolemia
        2. immobulization
        3. hypo k
        4. autonomic dysfunction
        5. Adverse drug reaction.
        6. Anemia
  3. Tertiary Prevention
    1. การหาสาเหตุ และปัจจัยที่ทำให้เกิดการหกล้มแล้วแก้ไขที่สาเหตุหรือปัจจัยดังกล่าว ซึ่งต้องอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกายที่ละเอียด ประกอบการส่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการให้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง
    2. การฝีกการล้มไปข้างหน้า เนื่องจากการล้มไปทิศทางอื่นที่ไม่ใช้ล้มด้านหน้า มีโอกาสเสี่ยงต่อการดูกหักเมื่อเทียบกับการล้มไปข้างหน้าดังนี้
      1. ล้มด้านหลัง 10.2-10.8 เท่า
      2. ล้มด้านข้าง 12.8-15.2 เท่า
      3. ล้มนั่งตรงๆ 9.86 - 13.6 เท่า
    3. การใส่ Hip protector  ลดกระดูกตะโพกหักได้เล็กน้อย ผลสรุปจาก Cochrane review เป็นดังนี้
เอกสารอ้างอิง
  1. ปัญหาสุขภาพทีีพบบ่อยในผู้สูงอายุ และ การป้องกัน นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย  บรรณาธิการ
  2. Thai Falls Risk Assessment test (Thai - FRAT)
  3. Vestibular exercise - Cawthorne Crooksey Exercise
  4. ยาป้องกันล้ม
  5. โปสเตอร์การออกกำลังกายเพื่อกันล้ม