วันที่ 24 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 5,204,508 101,502 (2.0 %) 337,687 (6.5 %)
ไทย 3,040 0 (0.0 %) 56 (1.8 %)

วันที่ 23 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 5,103,006 109,536 (2.2 %) 333,401 (6.5 %)
ไทย 3,040 3 (0.1 %) 56 (1.8 %)
  1. การ lockdown ต้องควบคู่กับการยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพในการควบคุม Covid-19 ให้ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ
  2. การเรียน online และการเรียนชั้นเรียนนั้นต่างกัน ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ
  3. เตรียมความพร้อม ปลดล็อคสู่ ‘ฐานวิถีชีวิตใหม่’ ต้องปรับทั้ง กายใจ เศรษฐกิจ และสังคม ไปพร้อมกัน

ความยากอยู่ที่การ Optimized Total Burden ไม่ให้เป็นภาระต่อระบบใดระบบหนึ่งมากเกินไป


วันที่ 22 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,993,470 100,284 (2.0 %) 327,738 (6.6 %)
ไทย 3,037 0 (0.0 %) 56 (1.8 %)

วันที่ 21 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,893,186 103,981 (2.2 %) 323,256 (6.6 %)
ไทย 3,037 3 (0.1 %) 56 (1.8 %)
  1. การ lockdown ต้องควบคู่กับการยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพในการควบคุม Covid-19 ให้ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ
  2. เตรียมความพร้อม ปลดล็อคสู่ ‘ฐานวิถีชีวิตใหม่’ ต้องปรับทั้ง กายใจ เศรษฐกิจ และสังคม ไปพร้อมกัน
  3. ผลสรุปการประชุม WHO World Health Assembly - landmark resolution to bring the world together to fight the COVID-19 pandemic.

วันที่ 20 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,789,205 57,804 (1.2 %) 318,789 (6.7 %)
ไทย 3,034 1 (0.0 %) 56 (1.8 %)

วันที่ 19 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,731,458 112,637 (2.4 %) 316,619 (6.7 %)
ไทย 3,033 2 (0.1 %) 56 (1.8 %)
อัตราการเพิ่ม (Growth Rate) /วัน นับจากวันที่พบ ผป.100 ราย ของไทยเท่ากับ 5.4 % / วัน อยู่ในอันดับ 84 ของโลก โดยประเทศที่อัตราการเพิ่มสูงสุด 10 อันดับแรก ในขณะนี้คือ บังคลาเทศ รัสเซีย USA ตุรกี บราซิล เบรารุส เปรู อินเดีย อังกฤษ แมกซิโก
วันที่ 18 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,618,821 93,324 (2.1 %) 311,847 (6.8 %)
ไทย 3,031 3 (0.1 %) 56 (1.8 %)

วันที่ 17 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,525,497 100,012 (2.3 %) 307,395 (6.8 %)
ไทย 3,028 3 (0.1 %) 56 (1.8 %)

วันที่ 16 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,425,485 86,827 (2.0 %) 302,059 (6.8 %)
ไทย 3,025 0 (0.0 %) 56 (1.9 %)

วันที่ 15 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,338,658 90,269 (2.1 %) 297,119 (6.8 %)
ไทย 3,025 7 (0.2 %) 56 (1.9 %)

วันที่ 14 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,248,389 77,965 (1.9 %) 294,046 (6.9 %)
ไทย 3,018 1 (0.0 %) 56 (1.9 %)

วันที่ 13 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,170,424 81,577 (2.0 %) 287,399 (6.9 %)
ไทย 3,017 0 (0.0 %) 56 (1.9 %)

วันที่ 12 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,088,848 82,591 (2.1 %) 283,153 (6.9 %)
ไทย 3,017 2 (0.1 %) 56 (1.9 %)

วันที่ 11 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,006,257 88,891 (2.3 %) 278,892 (7.0 %)
ไทย 3,015 6 (0.2 %) 56 (1.9 %)

วันที่ 10 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 3,917,366 61,578 (1.6 %) 274,361 (7.0 %)
ไทย 3,009 5 (0.2 %) 56 (1.9 %)

วันที่ 9 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 3,855,788 95,845 (2.5 %) 265,862 (6.9 %)
ไทย 3,004 4 (0.1 %) 56 (1.9 %)

วันที่ 8 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 3,759,967 87,729 (2.4 %) 259,474 (6.9 %)
ไทย 3,000 8 (0.3 %) 55 (1.8 %)

วันที่ 7 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 3,672,238 83,465 (2.3 %) 254,045 (6.9 %)
ไทย 2,992 3 (0.1 %) 55 (1.8 %)
Link ไป คำถามที่ถามบ่อย (FAQ) แปลจาก Web site WHO + ที่เพิ่มเข้าไปโดยเฉพาะรูปต่างๆ
วันที่ 6 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 3,588,773 71,463 (2.0 %) 247,503 (6.9 %)
ไทย 2,989 1 (0.0 %) 55 (1.8 %)

วันที่ 5 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 3,517,345 81,454 (2.4 %) 243,401 (6.9 %)
ไทย 2,988 1 (0.0 %) 54 (1.8 %)

วันที่ 4 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 3,435,894 86,108 (2.6 %) 239,604 (7.0 %)
ไทย 2,987 18 (0.6 %) 54 (1.8 %)

วันที่ 3 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 3,349,786 82,763 (2.5 %) 238,628 (7.1 %)
ไทย 2,969 3 (0.1 %) 54 (1.8 %)

วันที่ 2 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 3,267,184 91,977 (2.9 %) 229,971 (7.0 %)
ไทย 2,966 6 (0.2 %) 54 (1.8 %)
  1. WHO และ World Bank ได้ลงนามตกลงความร่วมมือ ที่จะลงทุนในการเตรียมความพร้อมของประเทศต่างๆ ในการรับมือกับ COVID-19 รวมถึงการพัฒนา Primary Health care โดยใน Phase แรกจะพัฒนา 10 ประเทศใน Africa ในเรื่อง Primary Health Care ซึ่งคาดว่า WHO น่าจะถอดบทเรียนความสำเร็จของประเทศไทย ในการใช้ อสม.ในการควบคุมโรค Covid-19 ในระดับครัวเรือน
  2. ประเทศไทยจัดอยู่ในประเทศสีเหลือง หรือในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมารายงานผุ้ติดเชื้อ Covid-19 เพียง 1-100 ราย และจัดอยู่ใน Cluster of Disease หรือพบการระบาดเป็นกลุ่มๆ ไม่ใช่กลุ่มที่เกิดการระบาดทั่วไปในชุมชน Community Transmission

วันที่ 1 พ.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 3,175,207 84,771 (2.7 %) 224,172 (7.1 %)
ไทย 2,960 6 (0.2 %) 54 (1.8 %)

วันที่ 30 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 3,090,445 71,839 (2.4 %) 217,769 (7.0 %)
ไทย 2,954 7 (0.2 %) 54 (1.8 %)

วันที่ 29 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 3,018,952 66,276 (2.2 %) 207,973 (6.9 %)
ไทย 2,947 9 (0.3 %) 54 (1.8 %)

วันที่ 28 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,954,222 76,026 (2.6 %) 202,597 (6.9 %)
ไทย 2,938 7 (0.2 %) 54 (1.8 %)

วันที่ 27 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,878,196 85,530 (3.1 %) 198,668 (6.9 %)
ไทย 2,931 9 (0.3 %) 52 (1.8 %)

วันที่ 26 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,804,796 84,900 (3.1 %) 193,710 (6.9 %)
ไทย 2,922 15 (0.5 %) 51 (1.7 %)

วันที่ 25 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,719,897 93,719 (3.6 %) 187,705 (6.9 %)
ไทย 2,907 53 (1.9 %) 51 (1.8 %)

วันที่ 24 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,626,321 81,259 (3.2 %) 181,938 (6.9 %)
ไทย 2,854 15 (0.5 %) 50 (1.8 %)

วันที่ 23 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,544,792 73,657 (3.0 %) 175,694 (6.9 %)
ไทย 2,839 13 (0.5 %) 50 (1.8 %)

วันที่ 22 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,471,136 73,920 (3.1 %) 169,006 (6.8 %)
ไทย 2,826 15 (0.5 %) 49 (1.7 %)

วันที่ 21 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,397,216 83,006 (3.6 %) 162,956 (6.8 %)
ไทย 2,811 19 (0.7 %) 48 (1.7 %)

วันที่ 20 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,314,621 72,846 (3.2 %) 157,847 (6.8 %)
ไทย 2,792 27 (1.0 %) 47 (1.7 %)

วันที่ 19 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,241,359 81,153 (3.8 %) 152,551 (6.8 %)
ไทย 2,765 32 (1.2 %) 47 (1.7 %)

วันที่ 18 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,160,207 85,678 (4.1 %) 146,088 (6.8 %)
ไทย 2,733 33 (1.2 %) 47 (1.7 %)
เนื่องจากการเพิ่มของผู้ป่วยสะสมของประเทศต่างๆเป็นแบบ Linear หลัง 15 มีค 63 เพราะฉะนั้นจึงปรับการ Forecast จาก Exponential Function เป็น Linear Function Link ไปดูกราฟ
วันที่ 17 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,074,529 82,967 (4.2 %) 139,378 (6.7 %)
ไทย 2,700 28 (1.0 %) 47 (1.7 %)
จีนปรับตัวเลขผู้ที่เสียชีวิตเพิ่ม เนื่องจากช่วงแรกๆ ที่ของการระบาด ทำให้มีปัญหาด้านการวินิจฉัย และการประสานด้านข้อมูล
วันที่ 16 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,991,562 76,647 (4.0 %) 130,885 (6.6 %)
ไทย 2,672 29 (1.1 %) 46 (1.7 %)

วันที่ 15 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,914,916 70,082 (3.8 %) 123,010 (6.4 %)
ไทย 2,643 30 (1.1 %) 43 (1.6 %)

วันที่ 14 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,844,863 71,779 (4.0 %) 117,021 (6.3 %)
ไทย 2,613 34 (1.3 %) 41 (1.6 %)

วันที่ 13 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,773,084 76,498 (4.5 %) 111,652 (6.3 %)
ไทย 2,579 28 (1.1 %) 40 (1.6 %)

วันที่ 12 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,696,588 85,679 (5.3 %) 105,952 (6.2 %)
ไทย 2,551 33 (1.3 %) 38 (1.5 %)
โลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร หลัง COVID-19 จบลง ?
วันที่ 11 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,610,909 89,657 (5.9 %) 99,690 (6.2 %)
ไทย 2,518 45 (1.8 %) 35 (1.4 %)
  1. สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศ แนะนำว่า การฉีดพ่นยาทำลายเชื้อที่ตัวบุคคล นอกจากจะไม่เพิ่มความปลอดภัยต่อคนถูกฉีดแล้วยังเป็นอันตราย จึงไม่ควรทำโดยเด็ดขาด และไม่ควรฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อหรืออบฆ่าเชื้อด้วยสารเคมีต่างๆ บนถนน ที่สาธารณะ หรืออาคารบ้านเรือน ไม่ว่าที่นั้นจะมีผู้ป่วย COVID-19 หรือไม่ เพราะเป็นการกระทำที่สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ อ่านรายละเอียดอ่านได้ที่นี่
  2. อาจารย์ นพ.ยง ภู่วรวรรณ เขียนใน Facebook ว่า COVID-19 ที่ของไทยส่วนใหญ่มาจากจีน โดยเท่าที่มีข้อมูลมา ไวรัสที่เป็นสาเหตุของ SARS-CoV2 ยังมี 2 พวกคือ L และ S อ่านวิวัฒนาการของ SARS-CoV2 ได้ที่นี่
  3. ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกได้ ( WHO Director-General Dr. Tedros, in a press conference held yesterday) เน้นให้ประชาชนอยู่ที่บ้าน โดยให้ยกระดับให้ทุกคนอยู่ที่บ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่ควรที่จะยกเลิกมาตรการให้ทุกคนอยู่ที่บ้านให้เร็วเกินไป เพราะการยกเลิกเร็วจะทำให้การระบาดกลับมาใหม่
  4. WHO กำหนดนิยามการตายจาก COVID-19 เพื่อใช้ในการรายงานทางการเฝ้าระวังว่า ว่า เป็นการตายที่อาการทางคลินิกเข้าได้กับ COVID-19 ทั้งรายของ Propable หรือ Confirmed Case โดยไม่มีช่วงเวลาที่เว้นว่างระหว่างการเจ็บป่วยและการหายจากโรค (complete Recovery) ยกเว้นในกรณีที่มีหลักฐานอย่างเด่นชัดว่าเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 (เช่นการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ)
    WHO has developed the following definition for reporting COVID deaths: a COVID-19 death is defined for surveillance purposes as a death resulting from a clinically compatible illness in a probable or confirmed COVID-19 case, unless there is a clear alternative cause of death that cannot be related to COVID disease (e.g., trauma). There should be no period of complete recovery between the illness and death
  5. WHO แนะนำเรื่องการติดโรคจากการดูแลผู้ป่วยของบุคลาการทางการแพทย์ โดยให้ระวังเรื่องการทำหัตถการที่ Generate Aerosal ซึ่งในสภาวะดังกล่าว เชื้อไวรัสสามารถแพร่แบบ Aerosal (สภาวะปกติที่ไม่ได้ทำหัตถการที่ Generate Aerosal นั้นจะเป็นการคิดต่อแบบ Droplet ประชาชนทั่วไปที่ไม่มีโอกาสที่จะทำหัตการดังกล่าวจึงไม่ต้องกังวลว่าเชื้อไวรัสจะกระจายแบบ Aerosal แค่ห่างกัน 2 เมตรก็สามารถป้องกันโรคได้ )

วันที่ 10 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,521,252 85,054 (5.9 %) 92,798 (6.1 %)
ไทย 2,473 50 (2.1 %) 33 (1.3 %)

วันที่ 9 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,436,198 82,837 (6.1 %) 85,522 (6.0 %)
ไทย 2,423 54 (2.3 %) 32 (1.3 %)
เชื้อ SARS-CoV2 ซึ่งเป็นต้นเหตุของ COVID-19 อยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานเท่าไร
วันที่ 8 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,353,361 73,639 (5.8 %) 79,235 (5.9 %)
ไทย 2,369 111 (4.9 %) 30 (1.3 %)

วันที่ 7 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,279,722 68,766 (5.7 %) 72,614 (5.7 %)
ไทย 2,258 38 (1.7 %) 27 (1.2 %)
การใช้ พรก.ฉุกเฉินของไทยส่งผลต่อแบบแผนจำนวนผู้ป่วย COVID-19 อย่างไร
วันที่ 6 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,210,956 77,200 (6.8 %) 67,594 (5.6 %)
ไทย 2,220 51 (2.4 %) 26 (1.2 %)
ครม.เห็นชอบวงเงิน 1.9 ล้่านๆบาท ในการกู้วิกฤต COVID-19
วันที่ 5 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,133,758 82,061 (7.8 %) 62,784 (5.5 %)
ไทย 2,169 102 (4.9 %) 23 (1.1 %)

วันที่ 4 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,051,635 79,332 (8.2 %) 56,985 (5.4 %)
ไทย 2,067 89 (4.5 %) 20 (1.0 %)

วันที่ 3 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 972,303 75,853 (8.5 %) 50,322 (5.2 %)
ไทย 1,978 103 (5.5 %) 19 (1.0 %)
  1. ประเทศไทยประกาศเคอร์ฟิล 4 ถึงตี 1 เป็นวันแรก
  2. Beating COVID-19 หนังสือทางการแพทย์ เขียนโดยศุภวุฒิ สายเชื้อ นักเศรษฐศาสตร์ทางการเงินที่มาสนใจเรื่องสุขภาพ อ่านง่าย น่าอ่านมาก Link ไปอ่านได้ครับ

วันที่ 2 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 896,450 72,839 (8.8 %) 45,526 (5.1 %)
ไทย 1,875 104 (5.9 %) 15 (0.8 %)

วันที่ 1 เม.ย. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 823,626 72,736 (9.7 %) 40,598 (4.9 %)
ไทย 1,771 120 (7.3 %) 12 (0.7 %)
จะเชื่อคำพยากรณ์จำนวนรายของ COVID-19 ค่ายไหนดี เป็นพัน เป็นหมื่น หรือเป็นแสน
วันที่ 31 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 750,890 57,610 (8.3 %) 36,405 (4.8 %)
ไทย 1,651 127 (8.3 %) 10 (0.6 %)
เห็นจำนวนผู้ป่วย COVID-19 รายใหม่ เกินร้อยอยู่ทุกวัน ประเมินแบบอัตตวิสัย ( Subjectivity ) ดูว่ามาตรการการใช้ พรก.ฉุกเฉินน่าจะไม่ได้ผล แต่ประเมินแบบภววิสัย (Objectivity) โดยดูจากกราฟของประเทศจีนและอิตาลีแล้ว หลังปิดเมืองผู้ป่วยรายใหม่ก็ไม่ได้ลดลงทันทีหลังปิดเมือง แต่ใช้เวลา 14 วันกว่าจนถึง Peak เนื่องจากเป็น Momentum ของระยะฟักตัวในช่วงก่อนปิดเมือง 14 วันหลังปิดเมือง ผู้ป่วยรายใหม่ค่อยๆลดลง ไทยใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ เมื่อ 26 มีค.63 การจะประเมินประสิทธิผลของการใช้ พรก.ต้องประเมินหลังจากใช้ 14 วัน คือ 8 เม.ย.63 แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ใส่ mask และ Social Distancing ก็ต้องทำอย่างจริงจัง
จีนปิดเมืองอูฮั่นและมณฑลหูเป่ย เมื่อ 23 มค.63 หลังปิดเมือง จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ก็ยังขึ้นต่อเนื่องจนถึง 14 วันหลังปิดเมือง ผู้ป่วยรายใหม่ขึ้นถึง Peak เนื่องจากเป็น Momentum ของระยะฟักตัว เดิมก่อนที่จะประกาสปิดเมือง จากนั้นถึงค่อยลดลง หลังจาก Peak 14 วัน ผู้ป่วยรายใหม่จึงลดลงอย่างมาก เพราะฉะนั้นจะดูประสิทธิผลของการปิดเมือง ต้องพิจาณาจากผู้ป่วยเชื้อรายใหม่ ภายหลัง 14 วันปิดเมือง
อิตาลีปิดประเทศ เมื่อ 9 มีค.63 หลังปิดประเทศ จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ก็ยังขึ้นต่อเนื่องจนถึง 14 วันหลังปิดประเทศ ผู้ป่วยรายใหม่ขึ้นถึง Peak เหมือนประเทศจีน จากนั้นถึงค่อยลดลง หลังจาก Peak 14 วัน ผู้ป่วยรายใหม่จึงค่อยลดลง เพราะฉะนั้นจะดูประสิทธิผลของการปิดเมือง ต้องพิจาณาจากผู้ป่วยเชื้อรายใหม่ ภายหลัง 14 วันปิดเมือง

ประเทศไทยใช้ พรก.ฉุกเฉินฯเมื่อ 26 มีค.63 ถ้าแบบแผนเหมือนประเทศจีนและอิตาลี ต้องรออีก 14 วันหลังประกาศ พรก. คือวันที่ 8 เมย.63 ผู้ป่วยรายใหม่ค่อยถึง Peak แล้วถึงจะลดลง เนื่องจากยังอยู่ในช่วง Momentum ของระยะฟักตัวก่อนที่จะประกาศ พรก. จึงไม่ควรประเมินผลมาตรการการใช้ พรก.ในช่วงก่อนวันที่ 8 เมย.63
การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยสะสมของประเทศไทยช่วง 21-25 มีค. ก่อนประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ผู้ป่วยได้เพิ่มขึ้นสูงเกินเส้นมาตรฐานที่เป็น Regression Equation แต่หลังวันที่ 30 มีค 63 จำนวนผู้ป่วยได้ลงมาต่ำกว่าเส้น Regression Equation นั่นคือการควบคุมยังไม่ดี (เนื่องจากแบบแผนการขึ้นเป็นแบบ Exponential ) แต่มีแนวโน้มดีขึ้น เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ป่วยสะสม (สีน้ำเงิน) อยู่ใต้เส้น Regression Equation (สีแดง)

วันที่ 30 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 693,224 58,411 (9.2 %) 33,106 (4.8 %)
ไทย 1,524 136 (9.8 %) 9 (0.6 %)

วันที่ 29 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 634,835 63,159 (11.0 %) 29,957 (4.7 %)
ไทย 1,388 143 (11.5 %) 7 (0.5 %)
Link เพื่อดูสรุปภาพรวมของการระบาดของ COVID-19 ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา
วันที่ 28 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 571,678 62,512 (12.3 %) 26,494 (4.6 %)
ไทย 1,245 109 (9.6 %) 6 (0.5 %)

วันที่ 27 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 509,164 46,484 (10.0 %) 23,335 (4.6 %)
ไทย 1,136 91 (8.7 %) 5 (0.4 %)

วันที่ 26 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 462,684 49,219 (11.9 %) 20,834 (4.5 %)
ไทย 1,045 111 (11.9 %) 4 (0.4 %)
  1. วันที่เป็นวันแรกที่ใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุม COVID-19 เป็นเวลา 30 วัน
  2. ได้เขียนแนวทางการประเมินประสิทธิภาพการควบคุม COVID-19 ด้วยกราฟ Link ไปอ่านบทความได้ที่นี่

วันที่ 25 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 414,179 40,712 (10.9 %) 18,440 (4.5 %)
ไทย 934 107 (12.9 %) 4 (0.4 %)

วันที่ 24 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 372,757 39,827 (12.0 %) 16,231 (4.4 %)
ไทย 827 106 (14.7 %) 4 (0.5 %)
ครม.เห็นชอบในการใช้ พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อคุม COVID-19 เพื่อให้มีอำนาจตามกฎหมายในการควบคุมให้ประชาชนอยู่บ้าน ไม่ออกไปนอกบ้านตามมาตรการ Social Distancing โดยเริ่มใช้ในวันที่ 26 มีค.62
วันที่ 23 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 332,930 40,788 (14.0 %) 14,510 (4.4 %)
ไทย 721 122 (20.4 %) 1 (0.1 %)

วันที่ 22 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 292,142 26,069 (9.8 %) 12,784 (4.4 %)
ไทย 599 188 (45.7 %) 1 (0.2 %)

วันที่ 21 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 266,073 32,000 (13.7 %) 11,184 (4.2 %)
ไทย 411 89 (27.6 %) 1 (0.2 %)
กทม.และปริมณฑล สั่งปิดสถานที่ต่างๆมากขึ้น เช่น ศูนย์การค้า ยกเว้น Super market
วันที่ 20 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 234,073 24,247 (11.6 %) 9,840 (4.2 %)
ไทย 322 50 (18.4 %) 1 (0.3 %)

วันที่ 19 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 209,839 16,556 (8.6 %) 8,778 (4.2 %)
ไทย 272 60 (28.3 %) 1 (0.4 %)
ช่วยกันพิจารณา 2 เรื่องด้านล่างนี้
  1. อัตราป่วยตายจาก COVID-19 ของอิตาลี สูงถึง 8.2 % เพราะเหตุใด
  2. ดูกราฟย้อนหลัง 4 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี สเปน เยอรมัน USA ทีมีผ้ป่วยสะสมขณะนี้อย่างน้อยเกือบหมื่นราย ว่าเขาใช้เวลากี่วัน ที่จำนวนผู้ป่วนรายใหม่ เพิ่มจาก 60-70 รายต่อวัน พัฒนามาจนมีผู้ป่วยมากมายในตอนนี้

อัตราป่วยตายของประเทศ่ต่างๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นในอิตาลี หรือมณฑล หูเป่ย คือ ถ้าจำนวน COVID-19 มากจนระบบสาธารณสุขรองรับไม่ได้แล้ว จะกระทบคุณภาพการบริการ ทำให้อัตราตายจาก COVID-19 สูงกว่าประเทศอื่น

ดูข้อมูลย้อนหลังของ ผุ้ป่วย COVID-19 รายใหม่ ของ 4 ประเทศ แล้วกลับมามองไทย

กราฟของประเทศไทย เทียบกับอีก 4 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี สเปน เยอรมัน และ USA เราจะพบว่า เมื่อย้อนไปดูจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ของทั้ง 4 ประเทศ ที่ใกล้เคียงกับ 60 ราย ที่เป็นผู้ป้วยรายใหมของวันที่ 19 มีค.63 ของประเทศไทยนั้น จะพบว่า
  1. อิตาลี มีผู้่ปวยรายใหม่ 78 รายเมื่อวันที่ 27 กพ.63 (21 วีนที่แล้ว) แต่วันที่ 19 มีค.63 มีผู้ป่วยรายใหม่ 4200 รายต่อวัน
  2. สเปน มีผู้่ปวยรายใหม่ 56 รายเมื่อวันที่ 8 มี.ค.63 (11 วีนที่แล้ว) แต่วันที่ 19 มีค.63 มีผู้ป่วยรายใหม่ 2530 รายต่อวัน
  3. เยอรมัน มีผู้่ปวยรายใหม่ 72 รายเมื่อวันที่ 29 กพ .63 (19 วีนที่แล้ว) แต่วันที่ 19 มีค.63 มีผู้ป่วยรายใหม่ 1040 รายต่อวัน
  4. USA มีผู้่ปวยรายใหม่ 44 รายเมื่อวันที่ 3 มี.ค.63 (16 วีนที่แล้ว) แต่วันที่ 19 มีค.63 มีผู้ป่วยรายใหม่ 3550 รายต่อวัน
  5. ประเทศไทย มีผู้่ปวยรายใหม่ 60 รายเมื่อวันที่ 19 มี.ค.63 แล้วอีก 10-20 วันข้าหน้า จะเพิ่มเป็นกี่ราย ?






วันที่ 18 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 191,140 15,097 (8.6 %) 7,807 (4.1 %)
ไทย 212 35 (19.8 %) 1 (0.5 %)

วันที่ 17 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 179,112 11,526 (6.9 %) 7,426 (4.1 %)
ไทย 177 30 (20.4 %) 1 (0.6 %)
  1. ประเทศไทย ครม.ออกมาตรการ Social Distancing โดย ปิด สถานบันเทิง และสนามมวย โรงเรียน มหาวิทยาลัย และปรับการเรียนการสอนมาใช้ e Learning มากขึ้น ส่วนบริษัทห้างร้านต่างๆ เสนอให้ ทำงานที่บ้าน
  2. มาเลเซีย ปิดประเทศเพื่อทำ Social Distancing เนื่องจากมีจำวนผู้ป่วยมากที่สุดใน ASIAN
  3. ฟิลิปปินส์ ปิดบางเมือง โดยไม่ได้ปิดทั้งประเทศ
  4. ประเทศในยุโรป เริ่มจะใช้มาตรการปิดเมืองมากขึ้น เพื่อควบคุมจำนวนการเพิ่มของ COVID-19

วันที่ 16 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 167,511 13,876 (9.0 %) 6,606 (3.9 %)
ไทย 147 33 (28.9 %) 1 (0.7 %)
  1. บทความ Coronavirus: Why You Must Act Now Politicians, Community Leaders and Business Leaders: What Should You Do and When? เขียนโดย Thomas Pueyo บทความนี้ นี้มีผู้อ่านทั่วโลก 28 ล้าน views ใน 1 สัปดาห์ Link ไปดูเอกสารแปลได้ที่นี่
  2. ผู้ที่อ่านอยากอ่านเอกสารต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษ Link เอกสารต้นฉบับ Coronavirus: Why You Must Act Now : Thomas Pueyo
  3. วันนี้เป็นวันแรกที่ผู้ป่วยสะสม นอกประเทศจีน สูงกว่า ในประเทศจีน (รวมไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า )

วันที่ 15 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 153,517 10,578 (7.4 %) 5,735 (3.7 %)
ไทย 114 32 (39.0 %) 1 (0.9 %)
เห็น 2 กราฟ แล้วคนแปลผล สามารถจำแนกเป็น 2 กลุ่มคือ
  1. กลุ่มแรก มองว่า ประเทศไทยนี้ยอดเยี่ยม ค้นพบผู้ป่วย COVID-19 เป็นประเทศแรกที่นอกประเทศจีน และสามารถที่จะควบคุมได้อย่างดี ตั้งแต่วันที่ 12 มค.63 ที่พบผู้ป่วยรายแรก สามารถควบคุมได้อย่างดียาวนานถึง 2 เดือน แต่มีแนวโน้ม 3-4 วันที่ผ่านมา ที่พบรายใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุน่าจะเกิดจากการไปจับกลุ่มใน สถานบันเทิง หรือสนามมวย ทำให้เกิดการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อนมากขึ้น บทเรียนนี้เหมือนประเทศเกาหลี ผู้ติดเชื้อรายที่ 31 ที่ไปติดที่โบสถ์ของลัทธิชินชอนจิ ตอนนี้ต้องนำมาตการใหม่มาใช้เพิ่มอีกอย่างคือ social distancing (การเว้นระยะห่างทางสังคม คือต้องอยู่ห่างกันเกินระยะที่เชื้อจะแพร่กจะจายทางละอองฝอยน้ำมูกน้ำลาย คือ รัศมี 1 เมตร รอบตัวเราเป็นอย่างน้อย ) เพราะลำพัง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ใส่ mask ไม่เพียงพอ และทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วมกันเพื่อควบคุมมันให้ได้ อย่าไปสนใจว่ามันจะเข้า ระยะ 3 เมื่อไหร่ ให้พุ่งความสนใจไปที่ Social Distancing และถ้าอยู่ในกลุ่มที่เสี่ยง ต้องกักกันตัวเอง 14 วัน และของเดิมที่เคยใช้ คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ถ้าไม่ป่วยใส่หน้ากากผ้าก็ได้ ถ้าป่วยหรือต้องเข้าไปในสถานที่เสียงค่อยใช้หน้ากากอนามัยสำหรับแพทย์
  2. กลุ่มที่ 2 ตำหนิการทำงานของประเทศไทย ว่าการควบคุมโรคล้มเหลว หน้ากากอนามัยก็ขาดแคลน หาซื่อไม่ได้ มาตรการต่างๆก็ค่อนข้างหละหลวมจนทำให้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก


วันที่ 14 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 142,939 9,769 (7.3 %) 5,393 (3.8 %)
ไทย 82 7 (9.3 %) 1 (1.2 %)
  1. USA ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อให้อำนาจแก่ประธานาธิบดี ในการแก้ปัญหาได้มากขึ้น
  2. Fed ของ USA ทำการประชุมด่วน โดยลดดอกเบี้ยการกู้ยมระหว่างธนาคาร เหลือ 0 % และอัดฉีด QE 7 แสน ล้าน USD หรือ เท่ากับ 21.7 ล้าน ล้านบาท
  3. สำหรับประเทศไทย หุ้นกู้ทั้งหมด 3.66 แสนล้านบาท โดยคาดว่าจะเสี่ยงผิดชำระหนี้ประมาณ 5 หมื่น ล้านบาท โดยกลุ่มที่น่าห่วงค่อ หุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูง ได้แก่ ภาคการก่อสร้าง และท่องเที่ยว

วันที่ 13 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 132,758 7,499 (6.0 %) 4,955 (3.7 %)
ไทย 75 5 (7.1 %) 1 (1.3 %)
USA ห้ามไม่ให้ประเทศจากยุโรป ยกเว้นอังกฤษเข้าประเทศ ทำให้หุ้นตกอย่างหนักเป็นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์
วันที่ 12 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 125,048 6,729 (5.7 %) 4,613 (3.7 %)
ไทย 70 11 (18.6 %) 1 (1.4 %)

วันที่ 11 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 118,326 4,627 (4.1 %) 4,292 (3.6 %)
ไทย 59 6 (11.3 %) 1 (1.7 %)
  1. WHO ประกาศอย่างเป็นทางการว่า COVID-19 มีการระบาดไปทั่วโลก (Pandemic)
  2. ประเทศไทยประกาศพบ COVID-19 รายใหม่อีก 11 ราย หลังจากที่เมื่อวานพบรายใหม่ 6 ราย รวมเป็นผู้ป่วยสะสม 70 ราย

วันที่ 10 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 113,702 4,129 (3.8 %) 4,012 (3.5 %)
ไทย 53 3 (6.0 %) 1 (1.9 %)

  1. จำนวน COVID-19 รายใหม่ พบมากในทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกา ส่วนในในจีน และ Western pacific ลดลงอย่างมาก
  2. อิตาลีเพิ่มพื้นที่ จากปิดบางแคว้น เป็นปิดทั้งประเทศ แต่ความเข้มข้นของการปิดเมืองนั้นน้อยกว่าจีนมาก ประชาชนยังสามารถออกนอกบ้านได้ โดยให้ใส่หน้ากากอนามัย และไม่ให้อยู่ใกล้กัน คือต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร
  3. ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามการแบ่งของ WHO ที่แตกต่างจากการแบ่งภูมิภาคของเรานั้น ผู้ป่วยรายใหม่อยู่ในกณฑ์น้อยมาก จากข้อมูลยังไม่มีหลักฐานว่าจะเข้าสู่ Phase 3
  4. หุ้นตกทั่วโลก ถือเป็น Black Money อีกครั้งหนึ่ง

วันที่ 9 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 109,578 3,994 (3.8 %) 3,809 (3.5 %)
ไทย 50 0 (0.0 %) 1 (2.0 %)
อิตาลีสั่งปิดเมืองทั่วประเทศ
วันที่ 8 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 105,586 3,656 (3.6 %) 3,584 (3.4 %)
ไทย 50 2 (4.2 %) 1 (2.0 %)
  1. อิตาลีสั่งปิดเมือง ในแคว้นลอมบาเดียทางตอนเหนือ รวม 14 จังหวัด ใน 4 แคว้นทางภาคเหนือและภาคกลางของอิตาลี รวมเมืองมิลาน ศูนย์กลางทางการเงิน และเมืองเวนิสศูนย์กลางการท่องเที่ยว ครอบคลุมประชากรประมาณ 16 ล้านคน โดยปิดเมืองเมื่อพบ COVID-19 สะสม 5883 ราย มีผู้เสียชีวิต 234 ราย ซึ่งต่างกับจีนที่ปิดเมืองอู่ฮั่น และ มณฑลเหอเป่ย เมื่อ 23 มค.63 โดยมีผู้ป่วยสะสม 580 คน และมีผู้เสียชีวิต 26 คนเท่านั้น
  2. ข้อมูลจากประเทศจีน หลังปิดเมือง 14 วัน จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันจะถึงจุดสูงสุด (Peak) จากนั้นจะค่อยๆลดลง โดยหลัง 14 วันนับจากวันที่ผู้ป่วยรายใหม่ Peak ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะลดลงอย่างมาก
  3. ผู้ป่วยรายใหม่ของอิตาลียังเพิ่มขึ้นแต่ละวัน ถ้ามาตรการควบคุมของอิตาลีเข้มงวดเหมือนจีน จะทำนายได้ว่า อีก 14 วันนับจากปิดเมือง คือวันที่ 22 มีค.63 ผู้ป่วยรายใหม่ของอิตาลีจะถึง Peak จากนั้นอีก 14 วันคือ 5 เมย.63 ผป.รายใหม่จะลดอย่างมาก
  4. Link บทความ วิวัฒนาการของ SARS-CoV-2 ตั้งแต่ช่วงระบาดจนถึงปัจจุบัน โดยกลายพันธ์แบ่งเป็น 2 Type คือ S & L Type

วันที่ 7 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 101,923 3,735 (3.8 %) 3,486 (3.4 %)
ไทย 48 1 (2.1 %) 1 (2.1 %)

สรุปการระบาดของ COVID-19 ในภูมิภาคต่างๆของโลก

การระบาดของ COVID-19 ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกถึง 93 ประเทศ/Territories
ภูมิภาคที่มีปัญหาในการพบ COVID-19 รายใหม่ คือ ยุโรป และตะวันออกกลาง

การระบาดของ COVID-19 ในยุโรปยังเป็นขาขี้น และยังไมถึง Peak
การระบาดของ COVID-19 ในตะวันออกกลางยังเป็นขาขี้น และยังไมถึง Peak

การระบาดของ COVID-19 ใน Hubei ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่มีการระบาดเป็นขาลง พบรายใหม่
การระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทย พบรายใหม่น้อยมาก การควบคุมโรคยังกระทำได้ดี โดยประชาชนและ Social Media มีส่วนร่วมในการควบคุมโรค โดยเฉพาะมาตรการกักกันโรค (Quarantine) ในกลุ่มแรงงานผิดกฏหมายที่เข้าไปทำงานในประเทศเกาหลี ( Pinoy)

วันที่ 6 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 98,192 2,873 (3.0 %) 3,380 (3.4 %)
ไทย 47 0 (0.0 %) 1 (2.1 %)
สนามมวยราชดำเนินจัดมวย มีผู้เข้าชมหลายพันคน จากนั้นพิธีกรบนเวที แมทธิว ดีน ป่วยเป็น COVID-19 ในวันที่ 12 มีนาคม 2563 เชื่อว่าสนามมวยเป็น Super spreader ทำให้ COVID-19 กระจายไปสนามมวยอื่นๆ ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด
วันที่ 5 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 95,333 2,241 (2.4 %) 3,282 (3.4 %)
ไทย 47 4 (9.3 %) 1 (2.1 %)

หน้ากากผ้า หน้ากากทางเลือกในยามที่ หน้ากากอนามัยขาดแคลน

ประเด็นที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันคือ หน้ากากอนามัยนั้นมีข้อบ่งชี้ในการใช้อย่างไร สำหรับคนปกติ เพื่อป้องกัน หรือสำหรับคนที่ป่วยมีอาการ ไอ มีน้ำมูก เมื่อก่อน COVID-19 ระบาด ทุกคนก็ต้องตกลงหาซื้อหน้ากากอนามัยกัน ส่งผลให้หน้ากากอนามัยขาดแคลน เนื่องจากอุปสงค์เกินกว่าอุปทานการผลิตที่จะรองรับ ซึ่งความขาดแคลนก็ส่งผลให้ โรงพยาบาล ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดขาดหน้ากากอนามัยไปด้วย จึงมาสู่คำถามที่จะต้องหาคำตอบว่า คนปกติต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ และประสิทธิภาพของหน้ากากอนามัยนั้นในการป้องกัน COVID-19 นั้นมากน้อยเพียงไร โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใส่หน้ากากอนามัยไม่ถูกต้อง หรือไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ใส่หน้ากากอนามัยเพียงอย่างเดียวปลอดภัยแล้ว ละเลยการล้างมือ หรือไม่หลีกเลี่ยงไปยังสถานที่ที่มีคนแออัด เท่าที่มีข้อมูลที่ได้รับการยอมรับส่วนใหญ่พอสรุปได้ดังนี้ ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของ COVID-19
  1. คนปกติที่ไม่มีอาการป่วย สามารถใส่หน้ากากผ้าได้ แต่ถ้าต้องเข้าไปในสถานที่ที่มีคนแออัด ควรใช้หน้ากากอนามัย
  2. ถ้าจะใส่หน้ากากอนามัยแล้ว ต้องใส่ให้ถูกต้อง โดยต้องล้างมือให้สะอาดก่อนใส่ และไม่ควรใช้มือแตะที่หน้ากากอนามัย ต้องเปลี่ยนหน้ากากอนามัยเมื่อเลิกใช้ ไม่ใช้ซ้ำ การถอดต้องถอดให้ถูกต้อง แล้วใส่ถุงทิ้งในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด แล้วล้างมือให้สะอาดอีกครั้ง
  3. ประสิทธิภาพของหน้ากากอนามัยชนิดผ้า ขึ้นกับวัสดุที่นำมาใช้ เช่นผ้าฝ้าย 3 ชั้น จะมีประสิทธิภาพในการกรองที่มีขนาด 2.5 ไมครอน ร้อยละ 56 (เอกสารดังภาพด้านล่าง ) ซึ่ง ไวรัสที่เป็นสาเหตุของ COVID-19 เมื่อรวมกับละอองฝอยคือน้ำมูก น้ำลาย จากการไอหรือจามมีขนาดมากกว่า 5 ไมครอน ประสิทธิภาพในการกรองของหน้ากากผ้าจึงน่าจะมากกว่าร้อยละ 56




การบริหารจัดการหน้ากากอนามัย ผลิตหน้ากากอนามัยได้ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน โดยจะแบ่งให้ตามหลักการคือ คนที่จำเป็นต้องใช้ต้องใช้ก่อน โดย

  1. สถานพบาบาล 7 แสนชิ้น
  2. ผู้ที่มีความจำเป็นต้องสัมผัสกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่ทำงานในสนามบิน และสายการบินต่างๆ
  3. ร้านค้าต่างๆ
สำหรับราคาหน้ากากอนามัย (Survical mask) นั้นกำหนดราคาชิ้นละไม่เกิน 2.5 บาท ถ้าพบการขายเกินราคาดังกล่าว ให้แจ้งกระทรวงพาณิชย์

วันที่ 4 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 93,090 2,223 (2.4 %) 3,198 (3.4 %)
ไทย 43 0 (0.0 %) 1 (2.3 %)

วันที่ 3 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 90,870 1,922 (2.2 %) 3,112 (3.4 %)
ไทย 43 1 (2.4 %) 1 (2.3 %)

กราฟวิเคราะห์แบบแผนการระบาด โดยดูจาก Peak

จากการเก็บข้อมูลผู้ติดเชื้อ COVID-19 ตั้งแต่เริ่มมีการระบาด พบแบบแผนการดำเนินของการระบาดมี 3 แบบ คือ
แบบที่ 1 .ประเทศจีน ไม่มีการควบคุมเนื่องจากยังไม่ทราบว่าเป็นไวรัสอะไร ใช้ Total isolation (ปิดเมืองที่ระบาด) เมื่อ 23 มค.63 หลังปิดเมือง 14 วันขึ้นถึง Peak คือพบผู้ป่วยรายใหม่ 5000 คน หลังจาก peak 14 วัน เริ่มลดลงมาอย่างมาก คือ Uncontrol ขึ้นเร็วจบเร็ว แต่โกลาหล เนื่องจาก cases มากจนเกินศักยภาพที่ระบบบริการจะรองรับได้
แบบที่ 2 . ประเทศอิหร่าน แบบแผนการระบาดยังเป็นช่วงขาขึ้น โดยขึ้นแบบไม่ใช่เส้นตรง (Linear) แต่เป็นแบบยกกำลัง ( Exponential ) และยังไม่สามารถทำนายว่าเมื่อไหร่จะถึง Peak

แบบที่ 3. ประเทศญี่ปุ่น เมื่อพบผู้ติดเชื้อ ก็ทำการควบคุมอย่างเข็มงวด มีการประกาศภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุข เพื่อควบคุมการระบาด ทำให้ Peak เตี้ย และขึ้นๆลงๆ เป็นแบบแผนของ Intensive Control Measure ประเทศไทยก็มีแบบแผนการระบาดแบบนี้ การพบ Cases ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ประเด็นอยู่ที่ว่า ต้องไม่พบมากจนระบบบริการสุขภาพไม่สามารถรองรับได้ จนเกิดการโกลาหล
ประเทศไทย เมื่อพบผู้ติดเชื้อ ก็ทำการควบคุมอย่างเข็มงวดตั้งแต่เริ่มแรก และประกาศให้ COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย เพื่อสามารถใช้กฎหมายในการควบคุมการระบาดได้ ทำให้ Peak เตี้ย และขึ้นๆลงๆ เหมือนแบบที่ 3 (ประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นแบบแผนของ Intensive Control Measure

ถ้าพิจารณาแบบแผนของการระบาด สถานการณ์ของประเทศไทยยังไม่มีสัญญาณอะไรจะบ่งบอกว่าจะเข้าสู่ Phase 3 แม้พวกเราจะไม่ใช้นักระบาด แต่ถ้ามองจากแนวโน้มของกราฟ ก็น่าจะพอเห็นแนวโน้มได้ ซึ่งจะเข้าสู่การระบาดจนควบคุมไม่ได้ แนวโน้มจากกราฟน่าจะเตือนเราก่อน Link เพื่อดูแนวโน้มการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ ของประเทศต่างๆ ได้ที่นี้

สรุปประเด็นสำคัญประจำวันนี้

  1. มีรายงานประเทศที่พบการระบาดของ COVID-19 ใหม่เพิ่มทุกวัน
  2. องค์การอนามัยโลกกังวล เนื่องจาก COVID-19 ได้แพร่ระบาดเข้าไปในภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข ไม่เทียบเท่าภูมิภาคยุโรป หรือ Western Pacific [ Click ดูกราฟแนวโน้ม ]
  3. แนวโน้มการระในประเทศจีนลดลง ขณะที่ประเทศอื่นๆนอกประเทศจีน เพิ่มขึ้น [ Click ดูกราฟแนวโน้ม ]
  4. ถ้าพิจารณากราฟผู้ป่วยรายใหม่ของประเทศจีน เมื่อขึ้นถึง Peak แล้ว จะลดลงมาลงมาสู่ระดับต่ำภายใน 14 วัน เกาหลีใต้ เริ่มเห็นแนวโน้มว่าถึง Peak แล้ว ถ้าแบบแผนเหมือนประเทศจีน อีก 14 วันนับจากวันนี้ สถานการณ์จะดีขึ้นอย่างมาก และวันที่ Peak ของจีนเกือบ 5000 ราย ส่วนวันที่ Peak ของเกาหลีใต้ ประมาณ 800 ต่อวันเท่านั้น [ Click ดูกราฟแนวโน้ม ]
  5. แบบแผนของประเทศญี่ปุ่นต่างจากจีน คือ Peak เตี้ย ขึ้นๆลง แสดงถึงการการใช้ Intensive Control Measure [ Click ดูกราฟแนวโน้ม ]
  6. แบบแผนของประเทศไทยเหมือนญี่ปุ่น คือ Peak เตี้ย ขึ้นๆลง แสดงถึงการการใช้ Intensive Control Measure [ Click ดูกราฟแนวโน้ม ]
  7. แบบแผนของอิหร่าน คือขึ้นเร็ว ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น และยังไม่รู้ว่าจะถึง Peak เมื่อไหร่ [ Click ดูกราฟแนวโน้ม ]

วันที่ 2 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 88,948 1,804 (2.1 %) 3,043 (3.4 %)
ไทย 42 0 (0.0 %) 1 (2.4 %)
  1. จำนวนประเทศที่มีการระบาดของ COVID-19 เท่ากับ 64 ประเทศ โดยหลังจากวันที่ 24 กพ.63 พบการติดเชื้อในประเทศใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
  2. ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศจีนลดลง แต่ผู้ติดเชื้อรายใหม่นอกประเทศจีนเพิ่มสูงขึ้น โดยวันที่ 26 กพ.63 เป็นวันแรกที่ ผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนสูงแซงหน้าประเทศจีน
  3. เมื่อแยกผู้ป่วยตาม WHO Region โดยแยกมณฑลของประเทศจีนออกมาแล้ว พบว่า ผู้ป่วยรายใหม่ ใน Europe region สูงสุด (นำโดย อิตาลี) รองลงมา ได้แก่ Western Pacific (นำโดย เกาหลี ญี่ปุ่น) Eastern Mediteranian Region (นำโดยอิหร่าน)
  4. อัตราป่วยตาย (Case Fatality Rate) สูงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ณ.ปัจจุบัน เฉลี่ยทั่วโลก เท่ากับ 3.4 %

วันที่ 1 มี.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 87,137 1,739 (2.0 %) 2,977 (3.4 %)
ไทย 42 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ประเทศมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายอายุ 35 ปี ทำงานที่ King Power ที่้ต้องคลุกคลีกับชาวต่างประเทศ โดยตรวจไม่พบเชื้อแล้วหลังกการรักษาแต่ปอดถูกทำลายอย่างมาก รายนี้เป็นรายที่วินิจฉัยเริ่มแรกว่าเป็นไข้เลือดออก ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้ป้องกันตัวเองจาก COVID-19 จึงติดเชื้อ COVID-19 จากผู้ป่วยรายนี้
วันที่ 29 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 85,403 1,753 (2.1 %) 2,924 (3.4 %)
ไทย 42 2 (5.0 %) 0 (0.0 %)
ประกาศราชกิจจานุเบกษา COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย มีผลบังคับใช้ 1 มีค.63
Link ประกาศกระทรวงฯ กำหนดของ COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย

พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ในส่วนที่เกี่ยวกับโรคติดต่ออันตราย


Link พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558
วันที่ 28 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 83,652 1,358 (1.7 %) 2,858 (3.4 %)
ไทย 40 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)

วันที่ 27 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 82,294 1,185 (1.5 %) 2,804 (3.4 %)
ไทย 40 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
การมีส่วนร่วมในการควบคุม (Control) การระบาดของ COVID-19 ให้อยู่ใน phase 2 (การระบาดอยู่ในวงจำกัด ไม่แพร่กระจายเป็นวงกว้าง) ไม่ก้าวหน้าไปสู่ phase 3 คือแพร่กระจายไปในวงกว้าง จนเกินกว่าการควบคุม ทำได้เพียงการลดผลกระทบ (mitigation) จากโรค ของไทยนั้น ได้ก้าวหน้าในระดับที่ทั้งสังคมได้เข้ามาช่วยกันควบคุม ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางภาครัฐหรือกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น โดย
  1. ให้ความร่วมมือในการไม่เดินทางประเทศที่มีการระบาด ได้แก่ จีน ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อิตาลี อิหร่าน เป็นต้น
  2. กลับจากประเทศที่เมีการระยาด จะเฝ้าสังเกตุอาการตนเองที่บ้าน 14 วัน ถ้าเกิดมีอาการ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ หรือเหนื่อย ให้ไปพบแพทย์ โดยแจ่งให้แพทน์ทราบว่ามีประวัติไปในพื้นที่เสี่ยง
  3. ปฏิบัติตามคำแนะนำ ได้แก่ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย
  4. บริษัทเอกชน ให้ความร่วมมือ ในมาตรการควบคุมโรค รวมทั้งให้พนักงานที่ต้องกักกันตัวเอง ให้ไปควบคุมโรค14 วันโดยไม่ถือเป็นวันลา หรือกรณีที่มีการสัมผัส Cases ที่เป็นโรค ก็ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือสัมผัสผู้ป่วย หยุด 14 วันเพื่อกักตัวที่บ้านเพื่อควบคุมโรค

วันที่ 26 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 81,109 871 (1.1 %) 2,761 (3.4 %)
ไทย 40 3 (8.1 %) 0 (0.0 %)
  1. ประเทศไทยพบรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 3 ราย รวมเป็น 40 ราย ซึ่งมีผู้สัมผัสมากมาย ทำให้ต้องกักตัวเพื่อการควบคุมโรค ทั้ง Air Asis โรงเรียน และ ธนาคาร
  2. ยอดผุ้ป่วยรายใหม่ของประเทศอื่นๆ นอก ประเทศจีนรวมทั้งหมด เท่ากับ 459 ราย ซึ่งสูงกว่าประเทศจีนซึ่งเท่ากับ 412 รายแล้ว นั้นคือ สถานการณ์ของปรเทศจีนมีแนวโน้มลดลง แต่การแพร่ระบาดไปประเทศอื่นๆ นอกประเทศจีนเริ่มมากขึ้น

วันที่ 25 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 80,239 868 (1.1 %) 2,700 (3.4 %)
ไทย 37 2 (5.7 %) 0 (0.0 %)
ประเทศไทยพบรายใหม่เพิ่มขึ้น 3 รายรวมเป็น 38 ราย จากเดิมซึ่งคงที่ที่ 35 รายมาเป็นเวลา 8 วันติดต่อกัน ขอคำแนะนำสำหรับประชาชน สำหรับแนวทางเดินทางเข้าออกประเทศไทย และประเทศที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่องของโรค COVID-19 กระทรวงสาธารณสุข
วันที่ 24 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 79,331 715 (0.9 %) 2,618 (3.3 %)
ไทย 35 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
กระทรวงสาธารณสุข ประกาศให้ COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย เหตุผลเพื่อให้สามารถควบคุมโรคได้ดีขึ้น เนื่องจากให้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีอำนาจในการควบคุมโรคมากขึ้น ไม่ใช่่เพราะสถานการณ์การระบาดแย่ลง
วันที่ 23 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 78,811 1,017 (1.3 %) 2,462 (3.1 %)
ไทย 35 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
Click เพื่ออ่านบทความ แบบแผนการระบาดของ COVID-19 อยากให้จบเร็วหรือจบช้า
วันที่ 22 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 77,794 599 (0.8 %) 2,359 (3.0 %)
ไทย 35 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
click เพื่ออ่าน สรุปสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 ข้อมูลผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศจีน 4-6 หมื่นราย รวบรวมจาก China CDC จนถึง 11 กพ.63
วันที่ 21 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 76,769 1,021 (1.3 %) 2,247 (2.9 %)
ไทย 35 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)

วันที่ 20 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 75,748 544 (0.7 %) 2,129 (2.8 %)
ไทย 35 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)

วันที่ 19 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 75,204 1,872 (2.6 %) 2,009 (2.7 %)
ไทย 35 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)

วันที่ 18 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 73,332 1,901 (2.7 %) 1,873 (2.6 %)
ไทย 35 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ครบ 14 วันที่คนไทยที่กลับจากอู่ฮั่นได้ถูกกักกันโรคที่สัตหีบ จึงได้รับการปล่อยตัวกลับบ้าน โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ 2 ครั้งได้ผลลบทุกคน
วันที่ 17 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 71,429 2,162 (3.1 %) 1,775 (2.5 %)
ไทย 35 1 (2.9 %) 0 (0.0 %)
WHO รายงานตัวเลขผู้ป่วย NOVID-19 ทั้งที่เป็น Confirm และ Clinical Diagnosis ทำให้ตัวเลข สูงขึ้น
วันที่ 16 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 69,267 1,278 (1.9 %) 1,669 (2.4 %)
ไทย 34 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
  1. เสียชีวิตนอกประเทศจีน เพิ่มอีก 1 รายเป็นรายที่ 3 ที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นนักท่องเที่ยวจีน อายุ 80 ปี (ฟิลิปปินส์ ,ญี่ป่น , ฝรั่งเศส ไม่นับฮ่องกง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน จึงนับอยู่ในประเทศจีน )
  2. เนื่องจากจำนวนรายที่เสียชีวิต นับรวมทั้ง Confirm cases และ Clinical Diagnosis จึงปรับผุ้ป่วยสะสมรวมทั้งจาก Confirm Cases + Clinical Diagnosis ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นอัตราป่วยตายจะสูงเกินจริง Link ดูกราฟที่แยกระหว่าง Cases Confirm และ Case ที่ได้จาก Clinical Diagnosis

วันที่ 15 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 67,102 1,527 (2.3 %) 1,526 (2.3 %)
ไทย 34 1 (3.0 %) 0 (0.0 %)
  1. เพิ่มประเทศใหม่คือ อียิปต์ เป็น 25 ประเทศ
  2. ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงประมาณ 16-18% ซึ่ง WHO ไม่ได้รายงาน รายที่มีความรุนแรงตั้งแต่วันที่ 13 กพ 63 เป็นต้นไป จึงไม่แสดงจำนวนรายที่รุนแรงเข้าไปในตารางอีกต่อไป
  3. ประเทศไทย เพิ่มรายใหม่อีก 1 ราย เป็น 34 ราย โดยเป็นเพศหญิงและเป็นบุคลากรทางการแพทย์ของ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง โดยสัมผัสโรคจากการดูแลผู้ป่วย COVID-19 ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.บำราศฯ
    Fact เรื่องเจ้าหน้าที่ที่ป่วย COVID-19 Case จนท. Exposed กับผป. ที่เป็น dengue ขณะนั้นยังไม่ได้เป็น COVID-19 โดยที่จนท. จึงไม่ได้ป้องกันตัวเอง เพราะคนไข้เป็น dengue ต่อมาผป. ที่เป็น dengue มีอาการเข้าได้กับ COVID-19 และได้ประวัติทำงานเกี่ยวข้องกับคนจีน และในที่สุดผป. รายนี้ confirmed COVID19 สรุป
    1. ผป. ต้นเหตุเป็น dengue infection + และ COVID 19 (แถลงข่าวไปแล้ว)
    2. จนท. ทางการแพทย์ เป็น COVID 19 ซึ่งสัมผัสตอน index case ป่วยเป็น dengue โดยที่ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าเป็น COVID 19 จึงไม่ได้ป้องกันตัวเองที่เหมาะสม
    3. จากนี้ต่อไป จนท. ทางการแพทย์ต้องป้องกันตัวตาม universal precaution eg. สวมถุงมือ ใส่ surgical mask ไว้ตลอดต่อผป. ทุกราย

    ข้อความจาก รศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมสมาคมโรคติดเชื้อ ในเด็กแห่งประเทศไทย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและไม่คลาดเคลื่อน

วันที่ 14 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 64,437 2,056 (3.3 %) 1,383 (2.1 %)
ไทย 33 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)

มูลเหตุที่ต้องใช้ clinical Diagnosis

วิธีการมาตรฐานที่ใช้ในการตรวจ Corona Virus มี 2 วิธีคือ
  1. RT PCR (Reverse Transcriptase Polimerase Chain Reaction) เป็นวิธีการหากรดนิวคลิอิกของไวรัส แทนที่จะไปหา Antigen หรือ Antibody วิธีนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Nucleic Acid Test หรือ NAT
  2. Genetic Sequecing โดยจำแนกพันธุกรรมออกมาดูว่ามีสัดส่วนเหมือนกับไวรัสมากน้อยเพียงไร วิธีการนี้นอกจากแพงแล้ว ยังต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญสูงในการอ่านผล

วิธีการทั้ง 2 มีความแม่นยำสูงแต่ประเด็นคือ Lab ที่สามารถทำทั้ง 2 วิธีได้มีน้อยแห่ง และราคาแพง โดยเมืองอูฮั้นในประเทศจีนนั้น สามารถตรวจได้สูงสุดไม่เกิน 8000 ตัวอย่างต่อวัน ปัญหาคือในกรณีที่มีการระบาดทีมีผู้สงสัยเป็นจำนวนมาก การส่งตรวจเพื่อยืนยันด้วยวิธีการดังกล่าวคงเป็นไปไม่ได้ จึงนำมาสู่วิธีการที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติของประเทศจีนคือ คนไข้ที่มีอาการและอาการแสดงเข้าได้กับ COVID-19 มาทำ CT Scan ปอด ว่ามีอาการอักเสบหรือไม่ ถ้ามีการให้การวินิจฉัยว่าเป็น COVID-19 โดยไม่ต้องรอผล Lab ต่อไป วิธีการนี้เรียกว่า การวินิจฉัยทางคลินิก หรือ Clinical Diagnosis เมื่อวินิจฉัยว่าเป็น COVID-19 แล้ว ก็เข้าไปสู่กระบวนการสอบสวนโรค หาผู้สัมผัสเพื่อควบคุมโรคต่อไป
ในทางระบาดวิทยานั้น Predictive Value of Positvie Test (PVPT) ของ Screening Test นั้น นอกจากจะขึ้นกับ ความแม่นยำของ Screening Test แล้วยังขึ้นกับความชุก (Prevalence) ของโรคนั้นในแต่ละพื่นที่ด้วย พื้นที่ใดมีความชุกสูง ค่า PVPT จะสูงตามด้วย ถ้ามอง Clinical Diagnosis ของจีน เป็น Screening test ในพื้นที่มณฑล Hupei ที่มีการระบาดมาก หรือมีความชุกสูง PVPT น่าจะสูงด้วย โอกาสที่ Clinical diagnosis แล้วว่าเป็น COVID-19 แล้ว โอกาสที่ผล lab ยืนยันว่าเป็น COVID-19 ก็จะสูงขึ้นด้วย

   สำหรับประเทศไทย cases ที่พบจำนวนรายไม่มาก ซึ่ง Lab ของเราสามารถทำได้ทัน และ Prevalence ของโรคยังต่ำอยู่ การใช้ Clinical Diagnosis จึงไม่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย
วันที่ 13 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 60,329 1,826 (3.1 %) 1,369 (2.3 %)
ไทย 33 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)

  1. ขอปรับแก้ กราฟใหม่ เป็นกราฟด้านบน แทน โดยใช้ข้อมูลจาก WHO แทนแหล่งอืน ซึ่งนับเฉพาะ Confirm Case จากผล Lab ไม่นับรวมข้อมูลจากการวินิจฉัยทางคลินิกโดยไม่มีผล Lab ยืนยัน แนวโน้มของ ผู้ป่วย COVID-19 รายใหม่ เริ่มลดลง จาก Peak จำนวน 4821 ราย เมื่อวันที่ 7 กพ. 63 ลดลงเหลือ 1820 รายในวันที่ 13 กพ.62
  2. WHO รายงายว่า "ชั่วข้ามคืน Hubei ได้รายงาน ผป.เข้ามา 14,840 ราย ซึ่งรวมการวินิจฉัยตามอาการโดยไม่มีผล Lab ยืนยัน (Clinical diagnosis) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทางการจีนได้รายงานจำนวนรายที่ได้จากการวินิจฉัยตามอาการ ควบคู่กับจำนวนรายที่มีผล Lab ของการตรวจพบไวรัส แต่เพื่อให้ระบบข้อมูลมีความคงเส้นคงวา (Consistency) กับรายงานก่อนหน้าที่รายงานเฉพาะมีผล Lab ยืนยัน WHO จึงรายงานเฉพาะมีผล Lab ยืนยัน WHO ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการจากจีน โดยเฉพาะจำนวนรายที่วินิจฉัยทางคลินิกโดยไม่มีผล Lab ยืนยัน ในช่วงที่มีการระบาด"
  3. เพราะฉะนั้น กราฟที่รายงานครั้งแรก ด้านล่าง จึงเป็นกราฟที่ไม่ถูกต้อง
จากภาพ การที่ตัวเลขผุ้ติดเชื้อที่รายงานวันนี้พุ่งขึ้นเป็นหมื่นราย เนื่องจากทางการจีนปรับเกณฑ์การนับและการวินิจฉัยใหม่สำหรับมณฑ,หูเป่ย พื้นที่ที่มีการระบาดหนัก จากเดิมการวินิจฉัยนอกจากอาการทางคลินิกแล้ว ผล Lab ต้อง Positive ด้วย มาเป็น ถ้าอาการทางคลินิกเข้าได้กับ COVID-19 ไม่จำเป็นต้องใช้ผลตรวขเลือดให้ผลบวก ก็สามารถวินิจฉัยได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมโรค เนื่องจากการวินิจฉัยที่รวดเร็วจะทำให้สามารถติดตามผู้สัมผัสโรคได้รวดเร็วขึ้น ทำให้การควบคุมโรคทำได้ง่ายขึ้น
วันที่ 12 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 45,171 2,068 (4.8 %) 1,115 (2.5 %)
ไทย 33 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)

วันที่ 11 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 43,103 2,560 (6.3 %) 1,018 (2.4 %)
ไทย 33 1 (3.1 %) 0 (0.0 %)

  1. WHO ตั้งชื่อ อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทั่วโลกเรียกชื่อเดียวกัน ดังนี้
    1. ตั้งชื่อโรคอย่างเป็นทางการ ว่า COVID-19 (COrona VIrus Disease in 2019)
    2. ส่วนชื่อ Virus คือ SARS CoV-2
  2. พบผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศไทยอีก 1 ราย เป็นรายที่ 33 เป็นหญิงชาวจีนอายุ 54 ปี เป็นนักท่องเที่ยวจากเมืองอู่ฮั่น ที่เดินทางออกประเทศจีนก่อนที่จะปิดเมือง โดยเป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยรายที่ 22 ซึ่งได้ทำการเฝ้าระวังในฐานะผู้สัมผัส เมื่อมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ก็รับเข้ารักษาโดย admit ที่ห้องแยกโรค รพ.บำราศฯ เมื่อวันที่ 6 กพ. และทราบผล Lab ยืนยันว่าป่วยเป็น Corona virus 2019 เมื่อวันที่ 8 กพ.63
  3. มีการตีพิมพ์วารสารทางวิชาการอยู่ 2 เรื่อง ซึ่งถ้าไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการให้เชื่อ ความรู้เดิมก่อน คือ
    1. การติดต่อของ 2019 nCoV เป็นแบบ Droplete และ Concact (การสัมผัส) (มีการศึกษาว่าอาจจะเป็น Airborne)
    2. ระยะฟักตัวของ 2019 nCoV คือ 14 วัน (Clinical Characteristic of 2019 novel Corona Virus infection in China ตีพิมพฺ์ใน MedRxiv 9 Feb 2020 ว่าระยฟักตัวที่นานที่สุดอาจจะเป็น 24 วัน โดย Median เท่ากับ 3 วัน )

Clinical Characteristic of 2019 novel Corona Virus infection in China ตีพิมพฺ์ใน MedRxiv 9 Feb 2020

วิธีการศึกษา สังเคราะห์ข้อมูลจากผู้ป่วย 1,099 รายที่ได้รับการยืนยันว่าเป็น 2019-nCoV ซึ่งมาด้วยโรคของระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน จาก 552 รพ.ใน 31 จังหวัด จนถังวันที่ 29 มคฬ63

สรุปผลการศึกษาเป็นดังนี้
  1. อายุเฉลี่ย (ค่ามัธยฐานเท่ากับ) 47.0 ปี
  2. เป็นชายมากกว่าหญิง โดย ชาย 58.1 % , หญิง 41.90%
  3. 1.18% ของผู้ป่วยให้ประวัติของการสัมผัสสัตว์ป่า
  4. 31.30% เคยไปที่อู่ฮั่น
  5. 71.80% มีประวัติของการสัมผัสกับบุคคลที่มาจากอู่อั่น
  6. อาการและอาการแสดงที่พบได้บ่อยได้แก่ มีไข้ (87.9%) ไอ (67.7%) ส่วนที่พบได้ไม่บ่อยได้แก่ อุจจาระร่วง
  7. ค่าเฉลี่ย (มัธยฐาน) เท่ากับ 3 วัน (พิสัยอยู่ระหว่าง 0-24 วัน)
  8. ในขณะที่รับเข้ารักษาตัวใน รพ. พบ ภาพถ่ายทางเอกซเรย์จา ก CT Scan พบผิดปกติ โดย ลักษณะภาพถ่ายทางเอกซเรย์ที่ผิดปกติบ่อยคือ ground-glass opacity พยได้ 50% . แต่หากนับตั้งแต่วันที่แรกเข้า รพ. ผป.จำนวน 840 ราย ที่รับการตรวจคอมพิวเตอร์ของปอด พบผิดปกติ 76%
  9. ในรายที่มีอาการหนัก สามารถวินิจฉัยได้โดย อาการและอาการแสดง ร่วมกับผลทางห้องปฏิบัติการ reverse-transcriptase polymerase-chain-reaction (RT CPR) โดยไม่มีความผิดปกติของภาพถ่ายทางเอกซเรย์ ในกลุ่มที่มีอาการหนักได้มากกว่ากลุ่มี่มีอาการไม่หนัก (23.87% vs. 5.20%, P<0.001).
  10. พบเม็ดเลือดขาวต่ำ 82.1% ของผู้ป่วย
  11. 55 patients (5.00%) ต้องเข้าห้อง ICU
  12. 15 (1.36%) เสียชีวิต ( succumbed).
  13. ปอดอักเสบอย่างรุนแรง สัมพันธ์กับ การต้องรักษาใน ICU หรือต้องใส้เครื่องช่วยหายใจ หรือเสียชีวิต (Severe pneumonia was independently associated with either the admission to intensive care unit, mechanical ventilation, or death in multivariate competing-risk model (sub-distribution hazards ratio, 9.80; 95% confidence interval ) 4.06 to 23.67).

Conclusions:
  1. การระบาดของ The 2019-nCoV เป็นไปอย่างรวดเร็วและสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้
  2. สามารถพบเอกซเรย์ปอดผิดปกติได้ในบางรายเท่านั้น ไม้ได้พบทุกราย
  3. ตัวบ่งชี้ว่าโรคจะมีความรุนแรง ได้แก่ ระดับของ oxygen saturation, อัตรการหายใจ ,เม็ดเลือดขาวในเลือดต่ำ และ ภาพถ่ายทรวงอกด้วย CT Scan ที่มีลักษณะเฉพาะว่าความรุนแรงของโรคสูง

วันที่ 10 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 40,554 3,085 (8.2 %) 910 (2.2 %)
ไทย 32 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)

วิธีการติดต่อ (Mode of Transmission)

ได้มีการรายงานการศึกษาว่า Mode of Transmission ของ COVID-19 เป็น Air borne ซึ่งต่างจากที่เคยรู้มาว่า เป็นแบบ Droplet & Contact เนื่องจากเป็นเพียงการศึกษาเท่านั้น ยังไม่มีการยืนยัน จึงขอให้เข้าใจตามเดิมคือ Mode of Transmission เป็นแบบ Droplet และ Contact เหมือนเดิม

สรุป Mode of Transmission
  1. Corona Virus มีขนาดมากกว่า 5 ไมครอน วิธีการติดต่อน่าจะเป็น Droplet ดังรูปที่ 1 ด้านบน
  2. เมื่อละอองฝอยตกลงสู่พื้นผิว เชื้อโรคก็สามารถอยู่ได้ในพื้นผิวต่างๆ เมื่อมือไปสัมผัสเข้า แล้วนำไปถูกใบหน้า ปาก หรือจมูก ก็สามารถติดเชื้อได้ ดังรูปที่ 2 ด้านบน โดยเชื้อจากอยู่บนพื้นผิวได้นานเท่าไร ขึ้นกับประเภทของพื้นผิว อุณหภูมิและความชื้น และประเภทของไวรัส โดยสามารถอยู่ได้ตั้งแต่ ชั่วโมงถึง 9 วัน (ดังรูปที่ 3 ด้านล่าง)
  3. การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อเช็ดที่พื้นผิวต่างๆเพื่อฆ่าเชื้อโรค มีความสำคัญ โดยประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อต่างๆ ในการฆ่าเชื้อไวรับประเภทต่างๆ แตกต่างกัน ดังสรุปในภาพที่ 4 ด้านล่าง กล่าวโดยสรุปคือ 70% แอลกอฮอร์ หาได้ง่ายและมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ โคโรนา ไวรัส
  4. การแพร่กระจายเชื้อโคโรนาไวรัสนั้น เป็นแบบ Droplet และการสัมผัส เพราะฉะนั้น แนวทางการป้องกัน คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ใส่ mask และในสถานบริการก็ควรต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดต่างๆด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ในศูนย์การค้า โรงแรม โรงงานหรือสถานที่ทำงาน ก็ควรทำความสะอาดที่กดลิฟท์ และที่จับบันไดเลื่อนด้วย
  5. Click เพื่อดู หลักการเลือก Mask และใส่ Mask

วันที่ 9 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 37,558 2,676 (7.7 %) 813 (2.2 %)
ไทย 32 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)

รายงานสถานการณ์ 2019-nCoV นอกประเทศจีน

กราฟแสดงการติดเชื้อ 2019 nCoV โดยแกน x ที่เป็นวันที่คือวันที่มีอาการ จะพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนเริ่มลดลงอย่างมากในเดือน กพ.63 ในกลุ่มผู้ป้่วยที่ไม่ได้ออกนอกประเทศลดลง แสดงถึงประสิทธิภาพในการป้องกันการติดต่อ
หมายเหตุ ผู้ติดเชื้อ 16 ในจำนวน 307 คน ซึ่งเท่ากับ 5.2 % นั้นได้รับเชื้อ 2019 nCoV แต่ไม่มีอาการ ซึ่งกลุ่มนี้จะทำให้การเฝ้าระวังโรคเป็นมากขึ้น แต่ในกลุ่มที่ไม่มีอาการนั้น จะไม่มีอาการไอหรือจาม ทำให้มีโอากาสแพร่กระจายเชือลดลง การกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ใส่ Mask ก็ยังเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันการติดต่อ
เป็นกราฟที่ต่างจากรูปแรกคือแกน x ที่เป็นวันที่คือวันที่ได้รับรายงาน ซึ่งการแปลผลก็ไม่แตกต่างกัน คือ จำนวนผู้ที่รับการวินิจฉัยว่าได้รับเชื้อ 2019 nCoV นอกประเทศจีน ในกลุ่มที่ไม่มีประวัติออกนอกประเทศมีลดลง ส่วนใหญ่คือกลุ่มที่เคยไปพื้นที่เสียงในประเทศจีน

STRATEGIC OBJECTIVES - WHO

WHO’s strategic objectives for this response are to:
  1. Limit human-to-human transmission including reducing secondary infections among close contacts and health care workers, preventing transmission amplification events, and preventing further international spread from China*;
  2. Identify, isolate and care for patients early, including providing optimized care for infected patients;
  3. Identify and reduce transmission from the animal source;
  4. Address crucial unknowns regarding clinical severity, extent of transmission and infection, treatment options, and accelerate the development of diagnostics, therapeutics and vaccines;
  5. Communicate critical risk and event information to all communities and counter misinformation;
  6. Minimize social and economic impact through multisectoral partnerships.
*This can be achieved through a combination of public health measures, such as rapid identification, diagnosis and management of the cases, identification and follow up of the contacts, infection prevention and control in health care settings, implementation of health measures for travellers, awareness-raising in the population and risk communication.
วันที่ 8 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 34,886 3,419 (10.9 %) 724 (2.1 %)
ไทย 32 7 (28.0 %) 0 (0.0 %)
ไทยพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 7 ราย โดย
  1. ชาวจีน 4 ราย (3 รายเป็นผู้สมัผัสที่เป็นครอบครัวเดียวกันกับผู้ป่วย อีก 1 รายเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง มาเที่ยวประเทศไทยก่อนที่จะประกาศปิดเมือง)
  2. ชาวไทย 3 ราย โดย รายที่ 1 เป็นชาวไทยที่รับกลับมาจากอู่ฮั่น รายที่ 2 มีอาชีพที่ใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และรายที่ 3 เป็นผู้สัมผัสที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย )

วันที่ 7 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 31,481 4,875 (18.3 %) 638 (2.0 %)
ไทย 25 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)

วันที่ 6 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 28,276 3,722 (15.2 %) 565 (2.0 %)
ไทย 25 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
  1. คนไทยที่กลับจากประเทศจีน จำนวน 138 คน นั้น มีอาการปกติ 134 คน ส่วนอีก 4 คนส่งไปรักษาตัวที่ รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ โดย 3 ราย อาการดีขึ้น ส่วนอีก 1 ราย เอกซเรย์พบรอยโรคที่ปอดกลีบล่างขวา ตรวจเลือดไม่พบเชื้อ corona virus 2019 แต่ต้องทำการตรวจเลือดซ้ำ
  2. การติดเชื้อ Corona virus เดิมไทยอยู่อันดับ 2 ตอนนี้ ญี่ปุ่นและสิงคโปร์แซงหน้าไทยไปแล้ว โดยพบ 35 และ 28 รายตามลำดับ
  3. The Korea Times 6 Feb 2020 รายงานว่า ชายอายุ 55 ปี ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อ corona virus เป็นรายที่ 2 ของเกาหลีใต้ รักษาตัวที่ ใน National Medical Center หายดีแล้วและจะออกจาก รพ.ในอาทิตย์นี้ และแพทย์ที่ให้การรักษาประหลาดใจถึงผลการรักษาที่ดีขึ้นอย่างมาก และแพทย์ที่ให้การรักษากล่าวว่า ได้ให้การรักษาด้วย Cocktail Therapy ด้วย ยารักษาไขหวัดใหญ่และยาต้านไวรัสเอดส์ ตามที่แพทย์ รพ.ราชวิถีใช้เป็นทางเลือกในการรักษาแม้จะมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันถึงประสิทธิผลในปัจจุบัน
    " A man, 55, who was South Korea's second case of coronavirus, has "recovered fully" and will leave hospital "this week," a doctor supervising his treatment at the National Medical Center said.
    The doctor said he had been treated with a cocktail of flu and HIV drugs, an alternative way to fight the virus with no medicine with proven efficacy existing. A coronavirus patient in Thailand recovered after receiving this treatment, according to Reuters.

วันที่ 5 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 24,554 3,925 (19.0 %) 492 (2.0 %)
ไทย 25 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)

สรุปข้อมูลทางระบาดวิทยาตามหลักฐานเชิงประจักษ์ทเท่าที่มี
  1. จำนวนป่วย 24,453 ราย การเพิ่มเป็นแบบยกกำลัง (Exponential) โดยเมื่อ Take log เพื่อให้เป็น Linear พบว่ายังมีความชัน แต่ความชันเริ่มลดลงเมื่อเวลาผ่านไป แสดงว่า แนวโน้มของการเพิ่มจำนวน Case เริ่มลดลง
  2. เสียชีวิต 492 ราย โดยเสียชีวิตนอกประเทศจีนเพียง 2 ราย คือที่ ฟิลิปปินส์และฮ่องกง
  3. อัตราป่วยตาย (Case Fatality) เท่ากับ 2.0 (มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป)
  4. ระยะฟักตัว 5.2 วัน (95% CI = 4.1-7.0 วัน ) 95 Percentile ของการกระจายเท่ากับ 12.5 วัน
  5. ในช่วงแรกของการระบาด จำนวนของผู้ป่วยจะเพิ่มเป็นเท่าตัวภายใน 7.4 วัน โดยมี Mean of serial Interval = 7.5 (95% CI = 5.3-19 วัน )
  6. จำนวนคนที่แพร่กระจายเชื้อไปได้ต่อผู้ป่วย 1 คน หรือ Basic Reproductive Number (R0) เท่ากับ 2.2 คน (95% CI = 1.4-3.9 คน )
  7. ประเทศจีน รายงานว่ายาต้านไวรัสเอดส์ ทำให้ผลการรักษาดีขึ้น และ รพ.ราชวิถี รายงาน Case ว่า การใช้ยารักษาไข้หวัดใหญ่ Osteltamivir 2 เม็ด ทุก 12 ชม.ร่วมกับ ยาต้านไวรัสเอดส์ (Lopinavir + Ritonavir (200 mg + 50 mg) 2 เม็ด ทุก 12 ชม.) ทำให้ผลการรักษาดีขึ้น และเชื้อไวรัสหายไปใน 48 ชม)

Source:
(1),(2),(3)จาก nCoV-2019(EOC DDC Thailand)
(4),(5),(6) จาก Early Transmission dynamic in Wuhan ,China,of Novel Corona viral Infected Pneumonia (NCIP) ใน New England Journal of Medicine
(7) กำลังหาเอกสารที่ตีพิมพ์
วันที่ 4 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 20,630 3,241 (18.6 %) 426 (2.1 %)
ไทย 25 6 (31.6 %) 0 (0.0 %)
ชุดป้องกันการติดเชื้อของทีมนักข่าว (Credit : ไทยรัฐ Online)
คนไทยที่เดินทางกลับจากอู่ฮั่น ลงจากเครื่องบิน Air Asia
กลุ่มที่ทีมแพทย์ตรวจแล้วปกติไม่มีไข้ ขึ้นรถ bus ที่จัดให้ (Credit : ไทยรัฐ Online)
ตรวจคนเข้าเมืองของ ตม. ก็ต้องใส่ชุดป้องกัน (Credit : ไทยรัฐ Online)

  1. มีผู้เสียชีวิตนอกประเทศจีน เป็นรายที่ 2 เป็นชายอายุ 39 ปี โดยเป็นชาวฮ่องกง เดินทางมาที่อู่ฮั่นเมื่อวันที่ 21 มค.63 และกลับฮ่องกงอีก 2 วันถัดมา
  2. ไทยพบผู้ป่วย Corona virus เพิ่มขึ้นอีก 6 ราย โดยมีอาการดีขึ้น 5 ราย ถ้าตรวจเลือดซ้ำไม่พบไวรัส สามารถให้กลับบ้านได้ ส่วนอีกรายอาการหนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
    1. เป็นคนไทย 4 คน โดย 2 คนแรกเป็นสามีภรรยา มีประวัติว่าไปเที่ยวที่ประเทศ ญี่ปุ่น 2 รายนี้อาการไม่หนัก ส่วนอีก 2 รายเป็น ผู้ขับขี่รถโดยสาร ที่รัยนักท่องเที่ยวชาวจีน รายแรกอาการไม่หนัก อีกรายเป็นชายอายุ 71 ปี อาการหนัก ส่งต่อจาก รพ.เอกชนที่สมุทรปราการ มายัง รพ.บำราศ โดยต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ เนื่องจาก เป็นทั้งวัณโรคอยู่เดิม และติดเชื้อ corona virus ด้วย
    2. เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนอีก 2 ราย ทั้ง 2 รายอาการไม่หนัก
  3. Air Asia จะไปรับคนไทยที่จีน ที่มีผู้สมัครใจจะกลับไทย จำนวน 141 คน แต่กลับได้จริง 138 คน เนื่องจากมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.3 องศา 2 คน ส่วนอีก1 คนมีปัญหาวีซาขาด 7 เดือน จึงไม่ได้กลับ รวม 3 คนที่ไม่ได้กลับ) และลูกเรืออีก 19 คน รวม 157 คน โดยคนไทยที่กลับจากอู่ฮั้น จะต้องถูกกักตัวไว้จนพ้นระยะฟักตัว 14 วัน เพื่อแน่ใจว่าไม่ได้เป็น corona virus (2 เท่าของระยะฟักตัว) โดยคาดว่าจะถึงไทยประมาณ 21 น. ที่สนามบินอูตะเภา แล้วไปพักที่ฐานทัพเรือสัตหีบ

วันที่ 3 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 17,391 2,838 (19.5 %) 362 (2.1 %)
ไทย 19 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
รพ.หั่วเสินซาน ซึ่งเป็น รพ.ขนาด 1000 เตียง สร้างแล้วเสร็จเมื่อ 2 กพ.63 และพร้อมเปิดดำเนินการ 3 กพ.63 โดยเริ่มสร้่างเมื่อวันที่ 24 มค.63 ใช้เวลาสร้างไม่ถึง 10 วัน บนพื้นที่ 3 หมื่นกว่าตารางเมตร สร้างขึ้นที่ อู้ฮั่น เพื่อรองรับผู้ป่วย Corona Virus 2019 โดยใช้รูปแบบกับการสร้าง รพ.เสี่ยวทังซาน ที่สร้างขึ้นใหม่ที่กรุงปักกิ่ง ในปี 2546 เพื่อรองรับผู้ป่วย SARS Link ดู Clip การสร้าง รพ.

วันที่ 2 ก.พ. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 14,557 2,604 (21.8 %) 305 (2.1 %)
ไทย 19 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
  1. ประเทศฟิลิปปินส์ รายงานว่ามีผู้ป่วยชาวจีน ที่มารับการรักษาที่ ฟิลิปปินส็ เสียชีวิติ 1 ราย นับเป็นผู้่ป่วยรายแรกที่เสียชีวิตนอกประเทศจีน
  2. นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ และ รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว นายแพทย์เชี่ยวชาญ แพทย์ รพ.ราชวิถี ได้รายงานผลการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ซึ่งเป็น หญิงชาวจีนอายุ 71 ปีที่ส่งต่อจาก รพ.หัวหินมาที่ รพ.ราชวิถั อาการดีขึ้น และตรวจไม่พบเชื้อไวรัสภายหลังการให้ยา 48 ชั่วโมง โดยยาที่ให้ได้แก่
    1. Osteltamivir ซึ่งเป็นยารักษาไข้หวัดใหญ่ที่ใช้ในการรักษาคนไข้ปกติที่เป็นไข้หวัดใหญ่ (ขนาด โดยให้ขนาดมากกว่าปกติ 2 เท่า เนื่องจากโรคมีความรุนแรง คือให้ 2 เม็ด ทุก 12 ชั่วโมง
    2. ยาสูตรผสมระหว่าง Lopinavir + Ritonavir (200 mg + 50 mg) เป็นยาต้านไวรัสเอดส์ โดยยาดังกล่าว สามารถผลิตได้จากองค์กรเภสัชกรรม สูตรที่ รพ.ราชวิถีใช้คือ 2 เม็ด ทุก 12 ชม. (ปกติจะให้ 1 เม์ดทุก 12 ชม.)
credit : Face book Medicine Club
วันที่ 31 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 9,826 2,003 (25.6 %) 213 (2.2 %)
ไทย 19 5 (35.7 %) 0 (0.0 %)
  1. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตอบผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการอพยพชาวไทยออกจากเมืองอู่ฮั่นระหว่างการให้สัมภาษณ์ว่า ประเทศไทยอยู่ระหว่าง “รอคิว” ซึ่งได้รับแจ้งว่าจะเป็น “วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เวลา 6 โมงเช้า” แต่ต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 4 กพ.2563 แทน
  2. กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า มีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวังรายใหม่ 78 ราย ทำให้ยอดสะสมในประเทศไทยระหว่าง 3-30 มกราคม 2563 อยู่ที่ 280 ราย แบ่งเป็นคัดกรองจากสนามบิน 37 ราย และมารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 243 ราย สามารถกลับบ้านได้แล้ว 68 ราย อ่านเกี่ยวกับแถลงการณ์เพิ่มเติม
  3. องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัส “โคโรน่าสายพันธุ์ใหม่” เป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” อ่านเพิ่มเติม
  4. จำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสในจีนเพิ่มขึ้นจากเดิม 170 รายเป็น 213 ราย เพิ่มขึ้นราว 25% ส่วน จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 9,096 ราย จากเดิม 7,711 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดนอกประเทศจีนมีจำนวนยืนยันที่ 98 รายใน 18 ประเทศ

ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Helth Emergency of International Concern หรือ PHEIC)

  1. PHEIC หมายถึง เหตุการณ์ที่ร้ายแรงไม่ปกติ หรือคาดไม่ถึง ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดระหว่างประเทศ และต้องอาศัยความร่วมมือจากนานาชาติเพื่อรับมือกับเหตุการณ์
  2. เงื่อนไขในการประกาศ ต้องมีอย่างน้อย 2 ใน 4 ข้อดังนี้
    1. เป็นเหตุการณ์ที่มีผลกระทบด้านสาธารณสุชร้ายแรง
    2. เป็นเหตุการณ์ผิดปกติและไม่คาดคิดมาก่อน
    3. มีความเสี่ยงสูงที่จะระบาดข้ามประเทศ
    4. มีความเสี่ยงที่จะต้องจำกัดการเดินทางหรือการค้าระหว่างประเทศ

ทำความเข้าใจสถานการณ์หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ ใหม่ (2019-nCoV) เป็นภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

  1. โดยสาเหตุสำคัญไม่ใช่สถานการณ์การแพร่ระบาดในจีน แต่เป็นเพราะจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น และการแพร่ระบาดจากคนสู่คนนอกจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงความรวดเร็วในการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  2. ทางองค์การอนามัยโลกได้เน้นย้ำว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินในครั้งนี้ไม่ใช่การสูญเสียความเชื่อมั่นต่อมาตรการควบคุมโรคของรัฐบาลจีนแต่อย่างใด หากแต่เป็นการเปิดทางให้ทุกฝ่ายประสานความร่วมมือ เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธ์ุใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะพยายามหลีกเลี่ยงการแทรกแซงมาตรการด้านการเดินทางและการค้าระหว่างประเทศโดยไม่จำเป็น

วันที่ 30 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 7,818 1,757 (29.0 %) 170 (2.2 %)
ไทย 14 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
  1. สรุปข้อมูลผู้โดยสารที่เดินทางจากจีนมายังประเทศไทยระหว่างวันที่ 1-28 มกราคม 2563 มีจำนวน 930,965 คน เดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว 703,574 คน และยังไม่เดินทางออก 227,391 คน ทั้งนี้ ในจำนวนนั้นมีผู้โดยสารจากเมืองอู่ฮั่นที่เดินทางเข้าประเทศไทยทั้งหมด 20,271 คน และมี 2,730 คน ที่ยังไม่เดินทางกลับ ตามข้อมูลจากกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2
  2. กระทรวงสาธารณสุขแถลงว่า ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 3-29 มกราคม 2563 มีจำนวนสะสมทั้งหมด 202 ราย โดยวันที่ 29 มกราคม 2563 พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่จำนวน 44 ราย
  3. สมาคมฟุตบอลของจีน ประกาศงดเกมการแข่งขันฟุตบอลลีกทุกระดับในประเทศชั่วคราว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา เช่นเดียวกับ อิเกีย (Ikea) ซึ่งประกาศให้ทั้ง 30 สาขาในจีนงดให้บริการชั่วคราว ตามรายงานของรอยเตอร์ส
  4. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมพิจารณามาตรการป้องกันไวรัสโคโรนาเพิ่มเติม โดยจะเสนอให้ยกเลิก visa on arrival เพื่อจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศ
  5. จำนวนผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นจาก 132 ราย เป็น 170 ราย หรือเพิ่มขึ้นราว 29% ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อขยับขึ้นเป็น 7,711 ราย จากเดิม 5,974 ราย
  6. องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่าทุกประเทศต้องเตรียมพร้อมรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และคณะกรรมการสถานการณ์ฉุกเฉินของ WHO จะประชุมกันอีกครั้งในวันนี้

วันที่ 29 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 6,065 1,472 (32.0 %) 132 (2.2 %)
ไทย 14 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
  1. สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างคำกล่าวของทีมนักวิทยาศาสตร์จากออสเตรเลียว่า ทีมวิจัยสามารถเพาะตัวอย่างเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ในห้องทดลองได้สำเร็จ ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญสำหรับการพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาต่อไป
  2. นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ยืนยันว่าประเทศไทยได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาในประเทศหากเกิดการระบาดขั้นรุนแรง พร้อมระบุว่าได้ขยายวงเฝ้าระวังออกไปสู่ชาวไทยที่มีโอกาสสัมผัสกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากจีน อ่านรายละเอียดแถลงการณ์ทั้งหมด
  3. จำนวนผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทยมีจำนวนล่าสุดอยู่ที่ 158 คน โดย 29 คน มาจากการคัดกรองที่สนามบิน และ 129 คน เดินทางเข้ามาตรวจเองที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ 62 คนจากทั้งหมดสามารถกลับบ้านได้แล้ว ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่ยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนายังคงมี 14 รายเท่าเดิม
  4. ช่วงเช้าที่ผ่านมา ชาวญี่ปุ่นจำนวน 206 คน ได้อพยพออกจากเมืองอู่ฮั่นกลับถึงกรุงโตเกียวแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้มีอาการไอและมีไข้จำนวน 4 รายต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการ ตามรายงานของเอพี
  5. ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดทำการวันแรกหลังจากหยุดเทศกาลตรุษจีน 4 วัน โดยดัชนี Hang Seng ปรับลง 3% ในช่วงเปิดตลาด ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ของจีนจะเปิดทำการอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 3 ก.พ. หลังเลื่อนจากกำหนดเดิมวันที่ 31 ม.ค. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา
  6. สาธารณสุขของจีนรายงานผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาในประเทศจีนเพิ่มขึ้น 26 ราย รวมเป็น 132 ราย ขณะที่พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1,459 ราย รวมเป็น 5,974 ราย โดยมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 2.2%
  7. ตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุด นับว่าสูงกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในช่วงการระบาดของ “โรคซาร์ส” ในจีน เมื่อปี 2545-2546 ซึ่งมีจำนวน 5,327 ราย ตามรายงานของเอเอฟพี
  8. ได้ตีพิมพ์บทความชื่อ Early Transmission dynamic in Wuhan ,China,of Novel Corona viral Infected Pneumonia (NCIP) ใน New England Journal of Medicine Early Transmission dynamic in Wuhan ,China,of Novel Corona viral Infected Pneumonia (NCIP) ซึ่งผลสรุปเบื้องต้นจากการศึกษาผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็น NCIP จำนวน 425 ราย เป็นดังนี้
    1. Median Age เท่ากับ 59 ปี
    2. เป็นชาย 56 %
    3. ในช่วงแรกของการระบาด (ก่อน 1 มค.63 ) 55% มีประวัติว่าไปตลาดค้าส่งอาหารทะเล (มีขายสัตว์ป่าอื่นๆด้วย) Huanan แต่ช่วงหลังมีเพียง 8.6% เท่านั้นที่มีประวัติไปที่ตลาด Huanan
    4. ระยะฟักตัว 5.2 วัน (95% CI = 4.1-7.0 วัน ) 95 Percentile ของการกระจายเท่ากับ 12.5 วัน
    5. ในช่วงแรกของการระบาด จำนวนของผู้ป่วยจะเพิ่มเป็นเท่าตัวภายใน 7.4 วัน โดยมี Mean of serial Interval = 7.5 (95% CI = 5.3-19 วัน )
    6. จำนวนคนที่แพร่กระจายเชื้อไปได้ต่อผู้ป่วย 1 คน หรือ Basic Reproductive Number (R0) เท่ากับ 2.2 คน (95% CI = 1.4-3.9 คน )

วันที่ 28 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 4,593 1,815 (65.3 %) 106 (2.3 %)
ไทย 14 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
  1. รัฐบาลของหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส และเยอรมนี เตรียมอพยพพลเมืองออกจากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว
  2. ญี่ปุ่นกำหนดให้ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทุกรายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที และห้ามมิให้ผู้ป่วยเดินทางไปทำงานโดยเด็ดขาด
  3. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศให้นักศึกษาและบุคลากรที่เดินทางมาจากต่างประเทศหรืออยู่ใกล้กับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศที่เสี่ยงมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา สามารถหยุดเรียนหรือหยุดงานได้เป็นเวลา 14 วัน
  4. นางแคร์รี ลัม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง กล่าวว่าฮ่องกงจะหยุดให้บริการเรือเฟอร์รี่และรถไฟความเร็วสูงระหว่างฮ่องกง-จีน ตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ตามรายงานของรอยเตอร์ส ขณะที่ เดอะสเตรตส์ไทมส์ รายงานว่าจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นอีก 2 ราย รวมเป็น 7 ราย
  5. นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อหารือกับรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของจีน ในการรับมือกับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ พร้อมกล่าวแสดงความมั่นใจว่าจีนจะสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดได้
  6. กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ผู้ป่วยจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 6 ราย รวมเป็น 14 ราย โดยผู้ป่วยใหม่ทั้ง 6 รายเป็นชาวจีน ซึ่ง 1 คน เดินทางมาจากเมืองฉงชิ่ง ขณะที่อีก 5 คน เป็นครอบครัวเดียวกันที่เดินทางมาจากมณฑลหู่เป่ย มีอายุตั้งแต่ 6 – 60 ปี ทั้งหมดมีอาการไม่รุนแรง
  7. ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 106 ราย และมีผู้ติดเชื้อจำนวน 4,515 ราย ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ โกลบัล ไทม์ส ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน
  8. มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่กรุงปักกิ่งเป็นรายแรก เป็นชายวัย 50 ปี ที่เคยเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นเมื่อวันที่ 8 มกราคม ขณะที่ในสหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 5 ราย จากเดิม 2 ราย

วันที่ 27 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,778 772 (38.5 %) 80 (2.9 %)
ไทย 14 6 (75.0 %) 0 (0.0 %)
  1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลได้ยกระดับให้ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี เพื่อสั่งการและติดตามสถานการณ์ไวรัสโคโรนาอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความมั่นใจว่ายังสามารถรับมือสถานการณ์ได้ 100% อ่านแถลงการณ์ทั้งฉบับ
  2. กรมควบคุมโรคและกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ผู้ป่วย 8 รายในประเทศไทยที่ติดเชื้อจากต่างประเทศ ได้กลับบ้านแล้ว 5 ราย เป็นคนจีน 4 ราย คนไทย 1 ราย ส่วนอีก 3 รายยังอยู่ระหว่างการรักษาในโรงพยาบาล พร้อมยืนยันว่ายังไม่มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อในประเทศไทย และยังไม่มีกรณีเสียชีวิต
  3. เจ้าหน้าที่ยกระดับมาตรการที่สนามบินในประเทศไทยเพิ่มเติม โดยจะเริ่มคัดกรองผู้โดยสารจากจีนอีก 2 เมือง ได้แก่ กว่างโจว และ ฉางชุน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มจำนวนบุคลากร 5,000 คน เพื่อหมุนเวียนปฏิบัติการสกัดไวรัสโคโรนา
  4. กระทรวงต่างประเทศเยอรมนี แนะนำให้ชาวเยอรมันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศจีน โดยเฉพาะเขตมณฑลหูเป่ย หากไม่มีเหตุจำเป็น
  5. คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีน เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน เพิ่มขึ้นเป็น 80 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศพุ่งสูงขึ้นเป็น 2,744 ราย
  6. นายกเทศมนตรีเมืองอู่ฮั่น ระบุว่า ก่อนการประกาศห้ามเดินทางเข้า-ออกเมือง มีชาวอู่ฮั่นที่เดินทางออกไปแล้วราว 5 ล้านคน และปัจจุบันมีประชากรในเมืองอยู่ราว 9 ล้านคน ตามรายงานของ เซาธ์ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์
  7. สหรัฐฯ ประกาศอพยพเจ้าหน้าที่สถานกงสุลสหรัฐและพลเมืองชาวอเมริกันในเมืองอู่ฮั่นกลับประเทศ โดยเที่ยวบินเช่าเหมาลำสู่นครซานฟรานซิสโก

วันที่ 26 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 2,007 676 (50.8 %) 56 (2.8 %)
ไทย 8 2 (33.3 %) 0 (0.0 %)
  1. จีนประกาศประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับสูงสุด รวมทั้งมีคำสั่งห้ามซื้อขายสัตว์ป่า ซึ่งเป็นต้นตอการแพร่เชื้อสู่คนทั่วประเทศทั้งในตลาดและร้านอาหารเป็นการชั่วคราว
  2. คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนระบุว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้เพิ่มความสามารถในการแพร่เชื้อ ระบุว่าผู้ติดโรคสามารถแพร่เชื้อได้ในระยะฟักตัว
  3. ตัวเลขผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 56 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้วมีจำนวน 1,975 ราย โดยในจำนวนดังกล่าวมี 324 รายที่อยู่ในขั้นวิกฤติ ตามรายงานของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน
  4. ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลก: ญี่ปุ่น 3 ราย, เกาหลีใต้ 2 ราย, สหรัฐอเมริกา 2 ราย, เวียดนาม 2 ราย, สิงคโปร์ 3 ราย, มาเลเซีย 3 ราย, เนปาล 1 ราย, ฝรั่งเศส 3 ราย และ ออสเตรเลีย 1 ราย
  5. ประเทศไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รวม 8 ราย แบ่งเป็นคนจีน 7 รายและคนไทย 1 ราย ซึ่งทั้งหมดติดเชื้อจากต่างประเทศก่อนเดินทางมาประเทศไทย จากจำนวนนี้มี 5 รายที่รักษาจนหายและกลับบ้านได้แล้ว ส่วนอีก 3 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ตามข้อมูลจากกรมควบคุมโรค
  6. รัฐบาลไทยเตรียมแผนการช่วยเหลือคนไทย และนักศึกษา ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ขณะที่กองทัพอากาศได้ เตรียมเครื่องบินพร้อมทีมแพทย์เดินทางไปให้การช่วยเหลือ

วันที่ 25 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 1,331 483 (57.0 %) 41 (3.1 %)
ไทย 6 2 (50.0 %) 0 (0.0 %)
  1. คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 41 ราย โดย 39 รายอยู่ในมณฑลหูเป่ย์ ส่วนอีก 2 รายอยู่ในมณฑลเหอเป่ย์และมณฑลเฮย์หลงเจียง ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 1,287 ราย โดยในจำนวนดังกล่าว 237 รายอยู่ในภาวะวิกฤต
  2. พบการแพร่ระบาดของไวรัสในมณฑลชิงไห่เป็นครั้งแรก ส่งผลให้ขณะนี้จีนได้ยกระดับความรุนแรงของการแพร่ระบาดในมณฑลและเขตการปกครองรวม 30 พื้นที่
  3. พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในฮ่องกง 5 ราย, มาเก๊า 2 ราย และไต้หวัน 3 ราย ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้วในพื้นที่อื่นทั่วโลกพบในไทย 6 ราย, ญี่ปุ่น 3 ราย, เกาหลีใต้ 2 ราย, สหรัฐอเมริกา 2 ราย, เวียดนาม 2 ราย, สิงคโปร์ 3 ราย, เนปาล 1 ราย และฝรั่งเศส 2 ราย
  4. ไชน่า เดลี่รายงานว่าทางการจีนได้ส่งเจ้าหน้าที่แพทย์ทหารจำนวน 450 นายและทีมแพทย์ 8 ทีม พร้อมชุดอุปกรณ์การแพทย์เข้าประจำการณ์ตามโรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่น
  5. ห้างสรรพสินค้าในไทยหลายแห่ง อาทิ ห้างในเครือเดอะมอลล์ และ สยามพิวรรธน์ เริ่มใช้มาตรการคุมเข้มรับมือและป้องกันการระบาดของไวรัสตลอดช่วงสุดสัปดาห์

วันที่ 24 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 848 259 (44.0 %) 25 (2.9 %)
ไทย 4 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
  1. สาธารณสุขของจีนรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 25 ราย และจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 830 ราย
  2. เมืองอู่ฮั่นเริ่มสร้างโรงพยาบาลพิเศษ เพื่อผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โดยเฉพาะ ตั้งเป้าเสร็จใน 10 วัน ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว
  3. ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีคำสั่งให้บริษัทนำเที่ยวทั่วประเทศหยุดดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยว หยุดขายตั๋วเครื่องบินและโรงแรม นอกจากนี้ทัวร์ที่เดินทางจัดออกไปแล้ว ต้องระมัดระวังและคำนึงถึงสถานการณ์สุขภาพของนักท่องเที่ยว
  4. จะสร้าง รพ.ขนาด 1000 เตียงเพื่อรองรับผู้ป่วย corona virus โดยจะให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน

วันที่ 23 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 589 143 (32.1 %) 26 (4.4 %)
ไทย 4 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
  1. สายการบินไต้หวัน แอร์ไลน์ ประกาศยิกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดที่เดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น นอกจากนี้ทางการฮ่องกงยังประกาศยุติการจำหน่ายตั๋วรถไฟความเร็วสูงทั้งเที่ยวเดินทางไปและเดินทางกลับจากอู่ฮั่น ในส่วนของรัฐบาลทั่วโลกได้มีการเพิ่มมาตรการตรวจตราตามสนามบินเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา
  2. จีนออกคำสั่งปิดเมืองอู่ฮั่น ป้องกันการระบาดไวรัสโคโรนา เมืองอู่ฮั่นประกาศยุติการให้บริการเครือข่ายระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดของเมือง รวมถึงสั่งห้ามเที่ยวบินที่จะเดินทางออกจากเมืองทั้งหมด ส่งผลให้ประชากรชาวเมืองราว 11 ล้านชีวิตไม่สามารถเดินทางออกจากเมืองอู่ฮั่น
  3. ทางการจีน เผยยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 26 ราย และผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 600 ราย ขณะที่ทางอิพีเรียลคอลเลจลอนดอนคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดอาจสูงถึง 4,000 ราย
• กระทรวงสาธารณสุขไทยประกาศมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองและป้องกันควบคุมโรคจากไวรัสโคโรนา โดยเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น
วันที่ 22 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 514 75 (17.1 %) 9 (1.8 %)
ไทย 4 3 (300.0 %) 0 (0.0 %)
  1. องค์การอนามัยโลก (WHO) เตรียมจัดประชุมเร่งด่วน เพื่อพิจารณาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เพื่อหารือมาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมการระบาด
  2. ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 4 ราย แบ่งเป็นชาวจีน 3 ราย หายดีและกลับประเทศแล้ว 2 ราย และชาวไทย 1 ราย ซึ่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนครปฐม

วันที่ 21 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 439 225 (105.1 %) 9 (2.1 %)
ไทย 1 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
  1. ตัวเลขผู้เสียชีวิตและติดเชื้อจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน เพิ่มเป็น 9 ราย และ 440 ราย ตามลำดับ
  2. คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนประกาศยืนยันว่าเชื้อไวรัสโคโรนาซึ่งทำให้เกิดอาการปอดอักเสบสามารถติดต่อจาก “คนสู่คน” สร้างความกังวลว่าการแพร่ระบาดอาจลุกลามมากขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งชาวจีนหลายล้านคนจะเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก
  3. China CDC ได้ share Reagent Probes and Primers ให้แก่สาธารณะ

วันที่ 20 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 217 79 (57.2 %) 4 (1.8 %)
ไทย 1 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
  1. ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนามีจำนวน 4 ราย และตัวเลขผู้ติดเชื้อมีจำนวน 217 ราย โดยเชื้อไวรัสโคโรนาได้แพร่ระบาดไปยังเมืองสำคัญของจีน เช่น กรุงปักกิ่ง และ เซี่ยงไฮ้
  2. เกาหลียืนยันการตรวจพบผู้ติดเชื้อเป็นชาวจีน วัย 35 ปี ซึ่งเดินทางจากเมืองอู่ฮั่น สอดคล้องกับรายงานจากไทยและญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งยืนยันการตรวจพบการติดเชื้อรวมกันอีก 3 กรณี โดยผู้ติดเชื้อทั้งหมดเป็นชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่น
  3. NCIP ใช้กฎหมายในการควบคุมโรคติดต่อ และการกักกันโรค (Quarantine) ของจีน

วันที่ 19 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 138 49 (55.1 %) 3 (2.2 %)
ไทย 1 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
เริ่มพบผู้ป่วยในจังหวัดอื่นๆของจีน (ผู้ที่เดินทางไป wuhan) ทางจันจึงส่งน้ำยาเพื่อทำการตรวจไปยังทุกจังหวัดของจีน
วันที่ 16 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 89 10 (12.7 %) 2 (2.2 %)
ไทย 1 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
เข้มงวดการห้ามประชาชน Wuhan ออกนอกเมือง ถ้ามีอุณหภูมิมากกว่า 37.3 องศา C
วันที่ 15 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 79 10 (14.5 %) 2 (2.5 %)
ไทย 1 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
จีนได้ยกระดับ การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่อเป็นระดับ 1 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุด

Warning: Division by zero in C:\xampp\htdocs\bs\wuhanDisplay.php on line 75
วันที่ 12 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 69 10 (16.9 %) 1 (1.4 %)
ไทย 1 1 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ประเทศไทยรายงานพบผู้ป่วยหญิงชาวจีนที่มาเที่ยวไทยป่วยเป็น Corona virus 2019 นับเป็นคนไข้รายแรกที่รายงานนอกประเทศจีน โดยนักเทคนิคการแพทย์ จาก รพ.จุฬาฯ ได้หาและทราบ Gene Sequencing ตั้งแต่วันที่ 8 มค.63 และตรงกับ Gene Sequencing ของ Novel Corona Virus ที่ทางจีนเผยแพร่มา ทำให้สามารถวินิจฉัย Novel corona virus นอกประเทศจีนเป็นประเทศแรก
วันที่ 11 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 59 9 (18.0 %) 1 (1.7 %)
ไทย 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
  1. China CDC ส่งน้ำยาในการตรวจวินิจฉัย Novel Corona Virus ด้วย PCR ไปที่ Wuhan
  2. กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 11 มกราคม 2563 ทางการจีนรายงานผู้ป่วยทั้งสิ้น 59 ราย เสียชีวิต 1 ราย มีอาการป่วยรุนแรงรักษาในโรงพยาบาลอีกหลายราย และมีผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ต้องติดตาม 739 ราย

วันที่ 10 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ไทย 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
China CDC ได้เผยแพร่ Gene Sequencing ของ Novel Corona Virus ร่วมกับการวิธีในตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วย PCR เพื่อการวินิจฉัย รวมถึงวิธีการพัฒนาน้ำยาที่ใช้ตรวจ
วันที่ 8 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ไทย 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
China CDC ประกาศอย่างเป็นทางการว่าสาเหตุของโรคติดต่อที่ทำให้เกิดการระบาดคือ Novel Corona Virus
ในช่วงเดียวกัน (ช่วงนั้นจีนยังไม่ได้ประกาศ Gene Sequencing ของ Novel Corona Virus) ดร.สุภาภรณ์ วัชรพฤษาดี ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เผยว่า
  1. วันที่ 8 ม.ค.2563 ตรวจตัวอย่างด้วยวิธี Viral Family PCR พบผลบวก Coronavirus แต่ยังระบุสายพันธุ์ไม่ได้
  2. วันที่ 9 ม.ค.2563 ผล next generation sequenee พบว่าเหมือนกับ “Bat SARS-like Coronavirus” ประมาณ 82-90%
  3. วันที่ 12 ม.ค.2563 ผล next generation sequenee ตรงกับเชื้อที่พบที่อู่ฮั่น 100%
ดร.สุภาภรณ์ วัชรพฤกษาดี (ซ้าย) และ ศ.นพ.ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา (ขวา)


วันที่ 6 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ไทย 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
China CDC ใช้การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่อระดับ 2
วันที่ 3 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ไทย 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
  1. จีนรายงานอย่างเป็นทางการว่าโรคปอดอักเสบที่ระบาดในเมืองอู่ฮั่นมีสาเหตุจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และสามารถแพร่จากคนสู่คนได้
  2. ประเทศไทยเริ่มดำเนินการคัดกรองผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น
ที่ Wuhan ได้ดำเนินการในเรื่องต่างๆดังนี้
  1. การกำกับติดตามภาวะฉุกเฉินของการระบาด
  2. การสอบสวนโรค
  3. การจัดการเพื่อป้องกันการติดเชื้ออย่างใกล้ชิด
  4. การสอบสวนต้นเหตุของการเกิดโรคในตลาด
  5. แนวทางการดูแลและรักษาผู้ป่วย
  6. NHC ได้แจ้ง WHO และประเทศหรือภูมิภาคอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
  7. การตรวจหายินส์โดย China CDC

วันที่ 1 ม.ค. 63 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ไทย 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ปิดตลาดขายส่งหัวหนาน
วันที่ 31 ธ.ค. 62 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ไทย 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
จีน (Wuhan Health Commission หรือ WHC ) รายงานว่าพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุเป็นครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน โดย Nation Health Commission of People' Republic of China (NHC) และ China Center of Disease Control (China CDC) ร่วมในการสอบสวนโรคและตอบโต้การติดเชื้อ
วันที่ 30 ธ.ค. 62 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ไทย 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
เริ่มต้นค้นหาและสอบสวนโรค
วันที่ 19 ธ.ค. 62 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ไทย 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
พบผู้ป่วยปอดบวมที่มีประวัติไปที่ตลาดหัวหนานอีก 3 ราย และหลังจากวันนี้ มีการพบผู้ป่วยปอดบวมเพิ่มมากขึ้น เป็นวันละ 5 ราย โดย 4 ใน 5 รายมีประวัติว่าไปตลาดหัวหนาน จากนั้นก็พบผู้ป่วยปอดบวมมากขึ้นๆ โดยตัวเลขที่เพิ่มขึ้นบ่งบอกถึงการพบการระบาด
วันที่ 13 ธ.ค. 62 Source : WHO
ระดับ รายสะสม รายใหม่ (% เพิ่ม) เสียชีวิต (% )
Global 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
ไทย 0 0 (0.0 %) 0 (0.0 %)
พบโรคปอดบวม 2 ราย ที่เมื่องอูฮั่น โดยมีประวัติว่าผู้ป่วยได้ไปที่ตลาดหัวหนัน (Huanan) โดยก่อนหน้านี้มีผู้ป่วยปอดบวมดังนี้ วันที่ 8 ธ.ค. 2 ราย และวันที่ 10 ธ.ค. อีก 2 ราย ทั้ง 4 รายไม่มีประวัติว่าไปที่ตลาดหัวหนาน ดังภาพ