HPH Standard
Topic : Key organization Factors กลับหน้าเดิม
  1. องค์กรไม่สามารถพัฒนาไปได้ ไม่ใช่ไม่เข้าใจเกณฑ์  แต่ไม่สามารถไม่เข้าใจตนเอง  เพราะฉะนั้น ห้ามเอาเกณฑ์เป็นตัวตั้ง แต่เอาบริบทเป็นตัวตั้ง องค์กรนั้น ต้องเลือกระบบหรือมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่งเป็นหลัก  แล้วใช้ระบบหรือมาตรฐานอื่นๆเป็นเครื่องมือ   แล้วใช้บูรณามาตรฐานอื่นๆ เข้ากับมาตรฐานหลักนั้น  เพื่อไม่ให้คนทำงานสับสน และเหนื่อย
  2. สิ่งที่องค์กรต้องเข้าใจ
    1. ต้องเข้าใจตัวเองก่อน  โดยใช้ เครื่องมือ ดังต่อไปนี้
      1. Strategic Management model
      2. PMQA หมวด ลักษณะสำคัญขององค์กร
    2. เข้าใจว่าจะวัดอะไร  เครื่องมือที่ใช้วัด
      1. Value chain management
      2. PMQA หมวด 7 วางในูป Balanced Scoredcard
  3. การวินิจฉัยและรักษาองค์กร
    1. Work system (Organization Profile)
    2. ตัวแสดงอาการ (ดูผลลัพธ์ หรือ Kpi ในหมวด 7 จะทรายอาการ)
    3. การวินิจฉัย คือ เดาอย่างมีหลักการว่า defect อยู่ที่ไหน   คือ ดูหมวดที่ 1-6 เพื่อดูว่าหมวดไหนมีปัญหา หรือหา Gap
    4. การรักษา  เมื่อทราบว่าปัญหาอยู้ที่ไหน ก็รักษาโดยทำตามขั้นตอน ADLI เพื่อ fill Gap

Strategic Manangement Model

  1. Strategic & planning  เกิดจากทางเลือกทั้ง 5 ดังนี้
    1. อะไรคือผลลัพธ์ที่ต้องการ
    2. จัดกลุ่มอย่างไร และแต่ละกลุ่มมีความต้องการหรือความคาดหวังอย่างไร
    3. อะไรคือสินค้าหรือบริการ และคุณค่าที่แตกต่างจากคนอื่น คืออะไร
    4. กระบวนการหลัก และสมรรถนะหลักคืออะไร
    5. การทำกระบวนการดังกล่าว ท่านต้องการทรัพยากรอะไร
  2. Principle
    1. Mission / Vission
    2. Core value อะไรคือเรา และผิดจากนี้ไม่ใช่เรา
  3. M&E รวมถึงการถอดบทเรียน
  4. อะไร คือ Driving Force
  5. อะไร คือ Resistance Force

PMQA หมวดลักษณะสำคัญขององค์กร


Organization Profile

  1. ลักษณะองค์กร
  2. ความสัมพันธ์ระดับองค์กร
  3. สภาวการณ์ขององค์กร

ก.ลักษณะองค์กร

  1. พันธกิจ
  2. วิสัยทัศน์ ค่านิยม
    1. เป้าประสงค์ Why you exist
    2. สมรรถนะหลักของส่วนราชการ คือ ความชำนาญพิเศษที่องค์กรมี และยากต่อการลอกเรียนแบบ ต้องดูว่าอะไรคือสิ่งที่ครอบครองอยู่ หรือผูกขาดอะไรอยู่ที่เป็น Barrier of Entry ไม่ให่คู่แข่งเข้ามาแข่งขันกับเราได้ เช่น
      1. การไฟฟ่าภูมิภาค ครอบครอง เสาและสาย
      2. กรมควบคุมโรค ครอบครอง เรื่อง ระบาดวิทยา คือ ข้อมูลทางระบาดวิทยา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงระบบการเฝ้าระวังโรค รง.506
      3. อะไรคือสมรรถนะหลักขององค์กร  ต้องตอบว่าครอบครองอะไรที่ทำให้ยากต่อการลอกเลียนแบบ คือการสร้างคูเมือง เพื่อยากต่อการโจมตีและปกป้องพื้นที่ทางยุทธศาสตร์  ส่วนใหญ่  คือ คน หรือ ของความรู้ หรือ location เช่น ร้านอาหารที่พ่อครัวเก่ง เป็นสมรรถนะหลัก  ถ้าขาดพ่อครัว ก็ทำให้คู่แข่งโจมตีเราได้   หรือ บ้านไร่กาแฟ เสียพื้นที่ครอบครองในปั๊มน้ำมัน จึงเกิด Amezon
    3. คน เป็นทรัพยากรที่สำคัญในองค์กร ตั้งทราบ ประเภท จำนวน และการสร้างความผูกพัน
    4. ทรัพย์สิน (Asset)
    5. กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ

ข. ความสัมพันธ์ระดับองค์กร

  1. โครงสร้างองค์กร และ Governance System
  2. ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (CS) ให้ระบุว่าพันธกิจแต่ละข้อมี Products / Services อะไร ใครคือ CS จะสร้างคุณค่่าเพื่อสนองความต้องการและคาดหวังอย่างไร
  3. หน่วยงานหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เน้นในเรื่อง การทำงานร่วมกันอย่างไร
    1. มีเครื่องมืออะไรในการสร้างข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน
    2. ระบบ Feedback ที่มีต่อกันคืออะไร
    3. ถ้า Feedback แล้วไม่ได้รับการตอบสนอง จะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร เช่น เลิกสัญญา หรือ MOU หรือ Feed back ไปยังหน่วยเหนือของหน่วยงานนั้นๆ ให้ช่วยกำกับติดตามให้เป็นไปตามข้อตกลง

สภาวะการณ์ขององค์กร

  1. สภาพแวดล้อมของการแข่งขัน   concept ใหม่ของการแข่งขันคือ ไม่ต้องจบด้วยการมีผู้แพ้หรือผู้ชนะ (Zero Sum Game) หรือไม่มีใครได้ (Negative sum game)  แต่เน้นคือ Win win หรือ (Positive Sum game)  สิ่งที่ต้องวิเคราะห์คือแต่ละ game มี player คือใคร ทำอะไรอยู่ และลูกค้าคือใคร สมรรถนะหลักของแต่ละ player คืออะไร หรือ ครอบครองอะไรที่ยากต่อการลอกเลี่ยนแบบได้   เช่นกรมอนามัย คู่แข่งใน Mission ต่างๆ มีดังนี้
    1. ด้านวิชาการ มี player เช่น มหาวิทยาลัย วิทยาลัยพยาบาล และศูนย์วิชาการอื่นๆ
    2. ด้านส่งเสริมสุขภาพ ได้แก่  สสส ,คร.  พม.
    3. อนามัยสิ่งแวดล้อม เช่น Food Safety มี อ.ย. กระทรวงเกษตร ปศุสัตว์
  2. การเปลี่ยนแปลงด้านการแข่งขัน
    1. การเปลี่ยนแปลงในองค์กรของเราเอง เอา 7S มาจับ ผู้นำเปลี่ยน ,Style,strategy ,Shared value,Structure เปลี่ยน Staff เปลี่ยน  อาจทำให้ Skill
    2. การเปลี่ยนแปลงสภาพการแข่งขัน เช่น ผู้เล่นรายเดิม เปลี่ยนบทบาท  มีเล่นรายใหม่ หรือ รายเดิม ออกจากระบบ  ลูกค้าใช้บริการอื่น แทนบริการของเรา
    3. การเปลี่ยนแปลงระดับมหภาค SPELCT ได้แก่ Social (Ageing society ,ASEAN ,public concern) Politic ,Environment, Economic , Legal ,Technology
  3. ความท้าทายและความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์
    1. ความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ (WT) 
      1. การทำ SWOT นั้นดูที่องค์กรเดียวไม่เทียบกับคู่แข่ง แต่ในที่นี้ต้องดูเชิงเปรียบเทียบ เช่น ถ้าประเมินเรื่องสถานที่ของหน่วยงานโดยไม่เทียบกับผู้อื่น อาจจะวิเคราะห์ว่าสถานที่ของเรา Strength เมื่อเทียบกับหัวข้ออื่นๆในองค์กรเรา แต่ถ้าเปรียบเทียบกับคู่แข่ง สถานทีของคู่แข่ง ใหญ่และ location ดีกว่าเรามาก  สิ่งที่เคยเป็น S เมื่อเทียบกับตนเอง กลับเป็น W เมื่อเทียบกับคู่แข่ง
      2. เมื่อวิเคราะห์ว่าอะไรเป็นสิ่งท้าทายแล้วต้องมีกลยุทธ์เพื่อรับความท้าทายนั้น
    2. ความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ (OT)  ถ้าวิเคราะห์แล้วว่าอะไรคือความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ ต้องมีกลยุทธ์เพื่อฉวยโอกาสนั้นก่อนผู้อื่น
  4. ระบบการปรับปรุงผลการดำเนินงาน
    1. Lean กระบวนการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทฺธิผล เพิ่มในสิ่งที่เป็น Value และลด ละ เลิก ในสิ่งที่ไม่ใช่คุณค่า ซึ่งก็คือ Waste
    2. Learn เพื่อเพิ่ม Organization Maturity  เก็บกัก ข้อมูลข่าวสาร และความรู้ และส่งต่อรุ่นต่อรุ่นไม่ต้องลองผิดลองถูก
      1. อะไรทำดีแล้ว ทำต่อไป และปรับปรุงให้ดีขึ้นๆ เพราะไม่มีอะไรดีที่สุด
      2. อะไรไม่ดี หาความรู้ใหม่ เพื่อทำให้มันดี

Value Chain Management & System Model

  1. เข้าใจตัววัด ว่าจะวัดอะไร โดยวัดทั้ง 4 จุด Input-->Process-->Output-->Outcome
    1. Output , outcome เป็นการวัดอดีต ไม่สามารถที่จะบอก future performance ได้
    2. ถ้าจะวัดความสามารถในปัจจุบัน วัดที่ input  & process
  2. การวัด 4 มิติ
    1. ประสิทธิผลวัด Outcome (Result ,Accomplishment,Impact)
    2. คุณภาพ วัด Product/ Service value (ฝั่งเรา) และฝั่งลูกค้า (ความพึงพอใจ) หรือวัด output (Products and services produced)
    3. ประสิทธิภาพของ Key process (Activity ,effort ,work flow)
    4. การพัฒนาองค์กร ว่าทำได้หรือไม่ คือวัด Input (Resource รวม cost and workforce

ผลลัพธ์ของหมวด 7 วางในรูป Balanced Scored Card


Work shop
  1. เครื่องชี้วัดในหมวด 7 หัวข้อย่อยไหนที่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานท่านมากที่สุด
  2. เครื่องชี้วัดที่เหมาะสม หรือที่ควรเป็นในหัวข้อย่อยในข้อ 1 ที่ท่านเลือกได้แก่อะไรบ้าง
  3. ให้ไปทำโจทย์ใน Performanc Audit จากกนั้นตอบโจทย์ในข้อ 4 และ 5
  4. ถ้าพิจารณาจาก Performance audit จากงบดุลในปี 2554 บวกข้อมูลเพ่ิ่มเติมว่า กำไรสะสมในปี 2553 เท่ากับ 6,500,000 บาท แล้ว ท่านพบอาการและอาการแสดงอะไรบ้าง ในปี 2554
  5. ในระบบคุณภาพ จะมองความผิดพลาด (Error) เกิดจากความบกพร่องของระบบมากกว่ากล่าวโทษบุคคล PMQA ช่วยให้เรามองเชิงระบบ ท่านจะลงไปดูแต่ละหมวดอย่างไร เพื่อให้การมองเป็นระบบ ถ้าอยากทราบว่าอาการ/อาการแสดงที่ท่านพบจากข้อ 4 เกิดจากอะไร ท่านต้องหาข้อมูลจากหมวดไหน และท่านมีแนวทางในการดูอย่างไรเพื่อให้ทราบสาเหตุของอาการ/อาการแสดง
  6. งบดุลปั 2557 ดีกว่าหรือแย่กว่าปี 2554 และงบดุลปี 2560 ดีกว่าหรือแย่กว่าปี 2557
  7. ท่านจะลงไปดูว่าเหตุใดงบดุลปี 2557 และ 2560 แตกต่างจาก ปี 2554 และท่านจะไปดูที่หมวดไหนเพื่อที่สามารถหาสาเหตุที่ทำให้งบดุลมีความแตกต่างกัน
  8. ลูกค้าของท่านคือใคร และใครคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  9. products และ value ที่จะท่านจะส่งมอบให้ลูกค้าที่กำหนดในข้อ 8 คืออะไร

Performance Audit
  1. ให้พิจารณา Performance ขององค์กร โดยวิเคราะห์ ปี 2557 เทียบกับ 2554 และ 2560 เทียบกับ 2557 และ
    1. การวิเคราะห์ทรัพย์สิน
    2. การวิเคราะห์สภาพคล่อง
    3. การวิเคราะห์งบกำไร/ขาดทุน


เอกสารอ้างอิง

  1. การพัฒนาคุณภาพการจัดการองค์กรตามแนวทางเกณฑ์ PMQA
  2. การพัฒนาสู่ความโดดเด่นรายหมวด
PMQA กรมอนามัย : กระทรวงสาธารณสุข
Copyright © 2017 Department of Health : Ministry of Public Health