Department of Health Residency Training Program - Preventive Medicine (Public Health)
 
Department of Health Residency Training Program
Topic : Manifest ระบบกำกับขยะติดเชื้อ

  1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
  2. วิวัฒนาการของระบบติดตามขยะติดเชื้อ
    1. Phase 1 Maniest (สำเนา 6 ฉบับ)
    2. Phase 2 Manifest (Web base )
      1. ผลลัพธ์การดำเนินการ Phase II
    3. Phase 3 Manifest (Load cell Sensor,RFID,GIS)
  3. โปรแกรม Manifest โปรแกรมเพื่อการกำกับขยะติดเช้อ
    1. โปรแกรม Manifest
    2. การประเมินผลจากโปรแกรม Manifest
  4. Knowledge asset

ความเป็นมาและความสำคัญ

  1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
    1. พันธกิจของกรมอนามัย คือ อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ  ในด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมใช้ พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕   กฎกระทรวงว่าด้วยขยะติดเชื้อ พ.ศ. ๒๕๔๕ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขว่าด้วยการขนและการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อในท้องที่เทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๕๘
    2. ปริมาณการผลิตขยะติดเชื้อประมาณ  5 หมื่นตันต่อปี  ประมาณ 3 หมื่นตัน หรือร้อยละ 60  ผลิตจากสถานบริการของรัฐ  กรมอนามัยออกแบบระบบในการกำกับเพื่อให้ขยะติดเชื้อจากแหล่งกำเนิด ถูกเคลื่อนย้ายไปกำจัดยังแหล่งกำจัดขยะติดเชื้อ โดยใช้ระบบเอกสารโดยสำเนา 6 ฉบับ  โดยเมื่อบริษัทเก็บขนขยะไปยังแหล่งกำจัด จะให้ปลายทางลงรายมือชื่อ แล้วส่งใบสำเนานั้นกลับไปยังโรงพยาบาลที่เป็นแหล่งกำเนิดขยะติดเชื้อ และ อปท.ที่เป็นที่ตั้งของแหล่งกำเนิด และแหล่งกำจัดขยะติดเชื้อ  จากการสำรวจพบว่า ระบบ Manifest เดิมนั้น สำเนาที่กลับมายัง รพ.ที่เป็นแหล่งกำเนิดขยะติดเชื้อไม่ถึงร้อยละ 20 และส่งกลับล่าช้ามากไม่ทันต่อการกำกับติดตาม  สำหรับสำเนาที่ไปถึง อปท.นั้นน้อยกว่าร้อยละ 10  การที่ระบบที่ถูกออกแบบขาดประสิทธิภาพ ทำให้เปิดช่องหรือจูงบริษัทเก็บขนลักลอบทิ้งขยะติดเชื้อ       
  2. กรมอนามัย ได้พัฒนา นวัตกรรมระบบ Manifest บน Web แทนการใช้สำเนา 6 ฉบับ   ในปี 2556  โดยรพ.ที่เป็นแหล่งกำเนิดขยะติดเชื้อ เป็นผู้ทำบันทึกปริมาณขยะติดเชื้อที่บริษัทได้เก็บขนไปกำจัด  และเมื่อขยะติดเชื้อเคลื่อนไปยังปลายทางที่เป็นแหล่งกำจัดขยะติดเชื้อ  บริษัทกำจัดจะทำการบันทึกข้อมูลผ่าน Web ปริมาณขยะที่ส่งมากำจัด โดย รพ.ที่เป็นต้นทาง และ อปท.ที่ดูแลพื้นที่ที่เป็นแหล่งกำเนิด และเป็นแหล่งกำจัดขยะติดเชื้อสามารถทราบได้ทันที ว่าขยะได้เคลื่อนไปยังปลายทาง การที่มีระบบ Tracking ที่รวดเร็วทำให้มีประสิทธิภาพในการกำกับ จะเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดการลักลอบการทิ้งขยะติดเชื้อ  โดยจุดเด่น 5 ประการของนวัตกรรมชิ้นนี้คือ  
    1. Stakeholder participation เป็นนวัตกรรมที่คิดร่วมกันระหว่าง สถานบริการที่เป็นแหล่งกำเนิดขยะติดเชื้อ บริษัทเก็บขน  บริษัทกำจัดขยะ และ อปท.ที่รับผิดชอบแหล่งกำเนิดและแหล่งกำจัดขยะติดเชื้อ 
    2. Real Time โปรแกรมได้เขียนคำสั่งเพื่อประมวลผล แล้วคืนข้อมูลแบบ real time ทำให้ทราบปริมาณขยะติดเชื้อในระดับประเทศ ระดับเขต ระดับจังหวัด ลงไปถึงระดับสถานบริการ   และทราบปริมาณการเก็บขนขยะ และการกำจัดขยะติดเชื้อของบริษัทต่างๆด้วย  การคืนข้อมูลที่รวดเร็วจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของการกำกับติดตามเพื่อให้เป็นไปตามที่กฏหมายบัญญัติ  ซึ่ง พรบ.สาธารณสุข ได้กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเป็นผู้กำกับรื่องการจัดการขยะติดเชื้อ  ตัวโปรแกรมจึงทำหน้าที่เสมือนหนึ่งเป็น Control Center ให้กับท้องถิ่นในการกำกับติดตาม
    3. High Coverage ศูนย์อนามัยทั้ง  12 แห่งทั่วประเทศ ได้ขยายผลการใช้โปรแกรมไปทั่วประเทศ ยกเว้นเขต กทม.  โดยมีปี 2559-2560 ปริมาณขยะติดเชื้อที่ทำการบันทึกผ่านโปรแกรม ปริมาณขยะติดเชื้อเกือบ 2 หมื่นตัน ต่อปี หรือ 2 ใน 3 ของปริมาณขยะติดเชื้อของ รพ.ของรัฐ  การครอบคลุมที่สูงถึง 2 ใน 3 จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของการกำกับติดตามขยะติดเชื้อจากต้นทางที่เป็นแหล่งกำเนิด ไปถึงปลายทางที่เป็นแหล่งกำจัด
    4. Responsiveness พัฒนาโดยโปรแกรมเมอร์ของศูนย์อนามัยที่ 5 เอง โดยพัฒนาโปรแกรมตามความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง  ทำให้สามารถสนองความต้องการของผู้ใช้   การประเมินผลผู้ใช้โปรแกรม  ร้อยละ 85.4 มั่นใจว่าสามารถควบคุมขยะติดเชื้อจากต้นทางถึงปลายทาง ในระดับมาก และมากอย่างยิ่ง
    5. Security  โดย Database Server อยู่คนละเครื่องกับ web server และรับข้อมูลจาก ip ของ Web server เดียวเท่านั้น back up site อยู่คนละตึกกับ Server site และต่อ DR site ไปยังกรมอนามัย จ.นนทบุรี   ห้อง Server ต่อกับเครื่อง Generator  เพื่อจ่ายไฟเวลาไฟฟ้าดับ และใช้ระบบ password  เพื่อบ่งชี้บุคคลที่เข้าสู่โปรแกรม
  3. การขยายผลและความยั่งยืน
    1. กรมอนามัยมีนโยบายที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจากการปนเปื้อน  คุ้มครองประชาชนจากการติดเชื้อจากขยะติดเชื้อ  รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดี โดยจะขยายผลการใช้โปรแกรมไปยัง รพ.เอกชน คลินิกเอกชน  ผ่านระบบการตรวจราชการ ทั้งจากผู้ตรวจราชการชองกระทรวงสาธารณสุข และผู้ตรวจของสำนักนายกรัฐมนตรี
    2. กรมอนามัยได้ ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการพัฒนาโปรแกรมใน Phase ที่ 3   โดยใช้ Sensor ในการบันทึกน้ำหนัก โดยไม่ต้องใช้คนบันทึก รวมถึงการใช้ GIS ในการ Tracking รถขนขยะติดเชื้อ  และระบบ Warning ไปสู่ control center รวมถึงการให้ศูนย์กฎหมายของกรมอนามัยในการออกกฎเกณฑ์เพื่อให้รถที่เก็บขนขยะติดเชื้อต้องติดอุปกรณ์เพื่อเพื่อที่จะติดตามเส้นทางการเดินทาง  รวมถึงเครื่องชั่งน้ำหนักในรถขนขยะติดเชื้อและที่แหล่งกำจัดขยะติดเชื้อ ต้องติด Sensor ที่จะส่งข้อมูลน้ำหนักที่ชั่งได้ เข้าสู่โปรแกรมโดยไม่ต้องใช้คนบันทึก  (Phase แรก ก่อนปี 2559 ใช้ระบบสำเนา 6 ฉบับ Phase ที่ 2 ปี 2559-2561 ใช้ Web base และ phase ที่ 3 เริ่มปี 2562 ใช้ Censor base โดยลดภาระการบันทึกโดยเจ้าหน้าที่)
  4. สรุป กรมอนามัยใช้ พรบ.สาธารณสุข 2535 ซึ่งเป็นกฎหมายกระจายอำเภอ ให้ท้องถิ่น บริหารจัดการหรือกำกับเรื่องขยะติดเชื้อทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บรวบรวม เก็บขน และการกำจัดขั้นสุดท้าย ซึ่งท้องถิ่นจะทำเองหรือมอบให้ผู้อื่นทำภายใต้การกำกับของ อปท.ก็ได้ โปรแกรม Manifest ได้พัฒนาจาก Phase 1 โดยใช้ 6 สำเนา เพื่อส่งไปยัง รพ.ที่เป็นแหล่งกำเนิด อปท.ที่รับผิดชอบพื้นที่ แต่ รพ.ที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษได้สำเนาว่าขยะติดเชื้อไปถึงปลายทางต่ำกว่าร้อยละ 20 และได้รับการตอบกลับช้ามากจนไม่สามารถที่จะกำกับติดตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงพัฒนาเป็น Phase 2 ที่เป็น Web base โดยให้ รพ.ที่เป็นแหล่งกำเนิดบันทึกข้อมูลผ่าน web และเมื่อไปถึงปลายทางให้บริษัทเก็บขนทำการบันทึก ทำให้สามารถบันทึกขยะติดเชื้อใน รพ.ของรัฐครอบคลุมได้ 2 หมื่นตัน จากจำนวนทั้งหมด 3 หมื่นตัน และสามารถคืนข้อมูลได้โดยทันที ระบบติดตามที่เข้มข้นดังกล่าว จะเป็นการป้องปรามไม่ให้บีิษัทเก็บขนลอบทิ้งขยะ ซึ่งจะเป็นการปกป้องสิ่งแวดล้อมจากการปนเปื้อน ปกป้องประชาชนจากการติดเชื้อ และปกป้องภาพลักษณ์ขององค์กรและของประเทศด้วย โดยมีแผนจะพัฒนาเป็นระบบ Sensor based ใน phase 3 ในปีงบประมาณ 2562 เป็นต้นไป

สรุป
  สำเนา 6 ฉบับ Web based
การได้รับหลักฐานว่าถึงปลายทาง < 20% 70%
ระยะเวลา 2 เดือน Real Time
ความทันเวลา ไม่ทัน ทันเวลา
อปท.พื้นที่กำเนิด (รพ) แทบไม่ได้รับใบตอบกลับ ทันที สามารถ print ออกได้
อปท.พื้นที่กำจัด แทบไม่ได้รับใบตอบกลับ ทันที สามารถ print ออกได้
การคืนข้อมูลไปใช้ประโยชน์ น้อยมาก มากและคืนทันที
การปกป้อง สวล/ประชาชน/ภาพลักษณ์ ไม่สามารถป้องปรามได้ สามารถ Track กลับได้

Manifest Phase I (สำเนา 6 ฉบับ)

หลักการ

** บทบาทหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ คือ อปท.ซึ่งจะทำเอง หรือมอบหมาย อนุมัติ อนุญาตให้ผู้อื่นทำก็ได้ และต้องควบคุมกำกับให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึง การพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต ถ้าไม่ทำตามที่กฎหมายบัญญัติ

เป้าหมาย

1.เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าปริมาณมูลฝอยติดเชื้อจากแหล่งกำเนิด เคลื่อนย้ายไปกำจัดที่ปลายทางได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ไม่แอบทิ้งข้างทาง
2.อปท.ในพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตมูลฝอยติดเชื้อทราบว่า ผลิตที่ไหน ปริมาณเท่าไร
3.อปท.ที่เป็นพื้นที่ที่กำจัดมูลฝอยติดเชื้อ ทราบว่า ใครเป็นกำจัด กำจัดปริมาณเท่าไร และส่งมาจากไหน
4.สสจ./ศูนย์เขต/ กรมอนามัย ทราบภาพรวม ของระดับจังหวัด/เขต/ประเทศ

วิธีการ

1.ใช้ระบบบันทึก แหล่งผลิต ปริมาณ วันที่ ใครเป็นผู้เก็บขน ส่งไปกำจัดที่ไหน ด้วย copy 6 ฉบับ เพื่อส่งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ แหล่งผลิต (2 ใบ)  ผู้เก็บขน (1 ใบ) ผู้กำจัด (1 ใบ) และ อปท.ที่เป็นพื้นที่ของแหล่งผลิต (1 ใบ) และแหล่งกำจัด (1 ใบ)
2.ประสานความร่วมมือ  Building capacity ให้ อปท./สสจ./ศูนย์เขต ให้สามารถใช้ข้อมูลเพื่อการควบคุมกำกับ การวางแผนและการตัดสินใจ รวมถึงการทำบทบาทหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติได้อย่างสมบูรณ์
3.แนวคิดใหม่ที่นำมาใช้คือ  เน้นสร้างนวัตกรรมโดยใช้ระบบ IT (Web base , Mobile Base ,Sensor base) มาช่วยในการลดภาระการบันทึก / ลดกระดาษ เพิ่มความรวมเร็ว (real time) เพื่อการเข้าถึงข้อมูล และคืนข้อมูลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เพื่อการ วางแผน ตัดสินใจ และควบคุมกำกับ
ปัญหาของ Manifest Version 1
1.Manifest ตช.01/2 ส่งกลับช้ามาก และถึงปลายทางไม่ถึง 20%
2.Manifest ตช.04 (อปท.แหล่งกำเนิด) และ 05 (แหล่งกำจัด)  ประเมินไม่ได้ว่าได้รับเท่าไร และรับเมื่อไร ทำให้ไม่สามารถ ติดตามกำกับได้ หรือได้ก็ไม่ทันเวลา คือเกิดเหตุแล้ว ค่อยมาหาต้นตอ
3.ไม่ทราบภาพรวมว่า รพ.ที่เป็นแหล่งกำเนิด ผลิตมูลฝอยติดเชื้อเท่าไร  ใครไปผู้เก็บขน ส่งไปกำจัดที่ไหน
4.ถ้าบังคับใช้จริงจังจนส่งครบ 100% ก็จะมีปัญหาเรื่องเสียกระดาษมากมาย เสียค่าส่งทางไปรษณีย์ และแก้ปัญหาเรื่องล่าช้าได้ยาก
5.การที่ระบบที่ออกแบบไว้ ไม่มีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ จะเปิดช่องให้บริษัทเก็บขนไม่ส่งมูลฝอยติดเชื้อไปยังปลายทางเพื่อกำจัด เปิดช่องให้เกิดการทิ้งมูลฝอยติดเชื้อไว้ข้างทาง ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม และแพร่กระจายเชื้อสู่ประชาชน

Manifest Phase II (Web based)

1.เริ่มดำเนินการ พ.ศ.2556
2.พัฒนาโปรแกรม โดยทำทะเบียน
1.บริษัทเก็บขน (0) ,บริษัทกำจัด (1) หรือทั้งเก็บขนและกำจัด (Shipper)
2.สถานบริการที่ผลิตมูลฝอยติดเชื้อ (healthcare)
3.อปท. (Local_authority)
3.พัฒนาระบบบันทึกผ่าน web ว่า สถานบริการส่งมูลฝอยติดเชื้อผ่านบริษัทเก็บขนใด เพื่อไปกำจัดที่บริษัทใด ปริมาณเท่าไร  เมื่อวันที่เท่าไร
4.อบรมโปรแกรมให้ผู้เกี่ยวข้อง เริ่มจากเขต 5 เริ่มขยายผลไปยังเขตต่างๆในปี 2557-2558 และครบทุกเขตประมาณปี 259-2560
Manifest Manual
To Manifest Digital
Link เข้าสู่โปรแกรม Manifest

ผลลัพธ์การดำเนินการ

1.รพ.สามารถ print out  ตช.01/1 ได้ ในขณะเดียวกัน ทั้ง อปท.แหล่งผลิตและที่กำจัด/ บริษัทเก็บขน บริษัทกำจัด ก็สามารถ Print out ได้ ทำให้ทราบข้อมูลเพื่อนำไปใช้ติดตามกำกับได้
2.สามารถจะประมวลผลข้อมูลได้แบบ real time ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ Version 1 ที่ใช้ 6 copies นั้นพบว่ามีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิมมาก ครอบคลุมปริมาณติดเชื้อได้ ราว 2 หมื่นตันต่อปี จากประมาณการติดเชื้อของ รพ.ของ สป.ประมาณ 3 หมื่นตันต่อปี
3.ประหยัดกระดาษ รวดเร็ว สามารถทราบผลโดยทันที เมื่อแหล่งกำจัดขยะติดเชื้อบันทึกข้อมูล
4.อปท/ สสจ./ศูนย์เขต /กรมอนามัย เห็นภาพรวมและกำกับติดตามได้
5.ทราบข้อมูลปริมาณมูลฝอยติดเชื้อ ต่อเตียงต่อวันได้ โดยไม่ต้องทำการสำรวจหรือประมาณค่า
6.ระบบที่สามารถที่จะ Tracking ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถป้องปราบ ไม่ให้เกิดการทิ้งมูลฝอยติดเชื้อข้างทางได้  ซึ่งเป็นการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมจากการปนเปื้อนเชื้อโรค และ ประชาชนจากการโรคติดต่อที่เกิดจากมูลฝอยติดเชื้อ  รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศและองค์กรดีขึ้น  

Manifest Phase III (Load cell Sensor,RFID,GIS)

Programmer ของกรมอนามัยร่วมกับทางมหาวิทยาแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ร่วมกันต่อยอดการพัฒนา โปรแกรม Manifest โดย
  1. ใช้ Sensor เพื่อที่จะชั่งน้ำหนักแล้ว ข้อมูลของน้ำหนักจะเพิ่มเข้าสู่โปรแกรมโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้คนบันทึก
  2. ใช้ RFID (Radio Frequency Idenfication) ในการอ่าน Tage ที่เก็บข้อมูลของ รพ. โดยเครื่องมือดังกล่าว จะติดไว้กับรถที่เก็บขนขยะ
  3. ติดระบบ GIS เพื่อ Track location ที่รถเก็บขนขยะติดเชื่อวิ่งไปด้วย
  4. ณ.แหล่งเผาขยะติดเชื้อ ซึ่งเป็นแหล่งกำจัดขั้นสุดท้าย (มีประมาณ 10 แห่งที่มี Capacity สูง) จะพัฒนาโปรแกรมเพื่อดึงข้อมูลจากการชั่ง ซึ่งใช้เครื่องชั่ง digital อยู่แล้ว ร่วมกับเครื่องอ่านจาก QR code เพื่อให้ทราบว่าเป็นรถเก็บขนใด

การจัดการความรู้และ Knowledge Asset :

  1. โปรแกรม Manifest (Web Base)
  2. กฏหมายที่เกี่ยวข้อง
    1. พรบ.การสาธารณสุข 2535
    2. พรบ.การสาธารณสุข (ฉบับที่ 2 พ.ศ.2550 )
    3. พรบ.การสาธารณสุข ฉบับที่ 3 (2560)
    4. กฎกระทรวงวาด้วยการกำจัดติดเชื้อ พ.ศ.2545
    5. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขว่าด้วยการขนและการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อในท้องที่เทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2558
Knowledge Center : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
Copyright © 2015 Department of Health Ministry of Public Health.